Now she entered the church depressed and humiliated, not even able to remember whether it was built by the Franciscans or the Dominicans. Of course, it must be a wonderful building. But how like a barn! And how very cold!
- A Room With A View E. M. Forster
Basilica di Santa Croce เมื่อมองมาจากยอด Duomo
ไม่ว่าจะกลับมา Firenze กี่ครั้ง แม้ว่าจะพลาดไปเยี่ยมชมสถานที่ใดก็ตาม แต่ Santa Croce จะเป็นสิ่งที่รี่ไม่พลาดที่จะแวะกลับไปเสมอ
และไม่ว่าจะกลับไปครั้งใด รี่จะเหมือน Lucy Honeychurch (จาก Forster's "A Room With A View")ตรงที่ ไม่เคยมี Baedeker เล่มแดงติดตัวถืออยู่ที่มือ ชั่วแต่ว่า รี่อยู่ในศตวรรษที่ 21 ที่ข้างโบสถ์มี Audio guide พร้อมเสร็จสรรพให้เช่า จึงไม่จำเป็นต้องไปงง เหรอหรา เหมือน Lucy ที่สูญเสียหนังสือ Baedeker
มหาวิหาร Santa Croce เป็นโบสถ์ของพวกฟรานซิสกันที่ใหญ่ที่สุดใน Firenze ก่อตั้งโดยตัวนักบุญฟรานซิสแห่งอาซิซิ (San Francesco d'Assisi) ผู้ก่อกำเนิดคณะฟรานซิสกัน ด้วยตัวเองเลย โดยเริ่มสร้างมาแต่ปีคริตศักราช 1294 และแล้วเสร็จในปี 1442
รูปปั้น Dante ขนาดใหญ่ ที่อยู่ข้างมหาวิหาร
ผังของโบสถ์จะเป็นกางเขน Tau (ตัวอักษรกรีก ที่คล้าย ๆ ตัว T ในภาษาอังกฤษ) ซึ่งแตกต่างกับโบสถ์โดยที่ทั่วไปที่เป็นกางเขนแบบกากบาท โดยส่วนที่เป็นส่วนหัวของตัว Tau จะเป็น chapel ต่าง ๆ ที่ภายในบรรจุภาพเขียนเฟรสโกที่สวยงดงาม และเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดึง นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาที่มหาวิหารแห่งนี้
Galileo Galilei เสียชีวิตในปี 1642 แต่ศพไม่ได้รับการอนุญาต ให้ฝังภายในมหาวิหาร เนื่องจากแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ของเขาที่ขัดกลับศาสนจักรในยุคสมัยนั้น จนกระทั่งเกือบจะร้อยปีให้หลัง ในปี 1737 ที่ชิ้นส่วนกระดูกของเขา รวมทั้งลูกสาว Maria Celeste จึงถูกย้ายเข้ามาฝังภายใน
อนุสรณ์รำลึกของ Machiavelli
Niccolò Machiavelli เป็นนักปรัชญาการเมืองในยุค Renaissance ของอิตาลี เคยมีส่วนร่วมในการบริหารเมือง Firenze ในช่วงยุคสาธารณะรัฐ และเป็นผู้เขียนหนังสือ Il Principe ว่าด้วยศิลปะและศาสตร์ของการปกครอง Machiavelli เสียชีวิตที่ชานเมือง Firenze ในปี 1527 โดยไม่ทราบที่ฝังศพที่แท้จริง มีเพียงอนุสรณ์รำลึกตั้งไว้ที่มหาวิหาร Santa Croce พร้อมด้วยคำจารึกในภาษาละตินว่า Tanto nomini nullum par elogium (No praise is sufficient for so great a man)
Pulpit ออกแบบโดย Benedetto da Maiano โดยการว่าจ้างของ Pietro Mellini
ลวดลายของ pulpit ถูกสลักเสลาอย่างสวยงาม แสดงพระประวัติในช่วงชีวิตต่าง ๆ ของนักบุญฟรานซิสแห่งอาซิซิ (San Francesco d'Assisi)
รายละเอียดงานแกะสลักบน pulpit เล่าเรื่องราวพระประวัติของนักบุญฟรานซิสแห่ง Assisi: The Test of Fire (panel ซ้ายมือ) และ The Stigmata of Saint Francis (panel ขวามือ)
อย่างที่ว่าก่อนหน้า เรื่องผังของโบสถ์เป็นกางเขน Tau ดังนั้นด้านหลัง จึงเป็นการเรียงหน้ากระดานกันของ chapel ต่าง ๆ และหนึ่งในนั้นคือ Cappella Bardi เป็นของตระกูล Bardi โดยสร้าง chapel นี้ เผื่ออุทิศแด่นักบุญนักบุญฟรานซิสแห่งอาซิซิ (San Francesco d'Assisi)และว่าจ้างให้ Giotto เขียนภาพเฟรสโกแสดงพระประวัติของนักบุญฟรานซิส ประดับภายใน chapel แห่งนี้
ภายในตกแต่งด้วยภาพเฟรสโกของ Giotto อีกเช่นกัน โดยฝากหนึ่ง เป็นภาพพระประวัติของนักบุญจอห์น แบพติสท์ (San Giovanni Battista) นักบุญพิทักษ์เมือง Florence และอีกฝากหนึ่งเป็นของนักบุญจอห์น อีแวนเจลลิส (San Giovanni Evangelista) ซึ่งพ้องกับชื่อ Giovanni di Rinieri Peruzzi หลานชายของ Donato ผู้ว่าจ้างให้ Giotto วาดภาพประดับ chapel แห่งนี้
ผลงานภาพเฟรสโกของ Giotto ที่ Capella Peruzzi แสดงพระประวัติของนักบุญจอห์น แบพติสท์: Anunciation to Zacharias(บน) Birth and Naming of The Baptist (กลาง) และ Feast of Herod (ล่าง)
ผลงานภาพเฟรสโกของ Giotto ที่ Capella Peruzzi แสดงพระประวัติของนักบุญ จอห์น อีแวนเจลลิส: Raising of Drusian (บน) และ Ascension of The Evangelist (ล่าง)
ขออนุญาตนอกเรื่องอีกสักครั้งน่ะค่ะ ^^" ....
ตอนอยู่ที่ Peruzzi Chapel นี้ นึกถึงบทโต้สนทนาระหว่างตัวละคอนอังกฤษสองตัวในเรื่อง A Room With A View คือสาธุคุณ Eager และนาย Emerson คนแรก เป็นพวกเคร่งทางศาสนา และอนุรักษ์นิยมแบบอังกฤษ ขณะที่คนหลัง เป็นพวก Socialist และไม่ยี่หระอะไรกับกรอบประเพณีเดิม
Remember, the facts about this church of Santa Croce; how it was built by faith in the full fervour of medievalism, before any taint of the Renaissance had appeared. Observe how Giotto in these frescoes--now, unhappily, ruined by restoration--is untroubled by the snares of anatomy and perspective. Could anything be more majestic, more pathetic, beautiful, true? How little, we feel, avails knowledge and technical cleverness against a man who truly feels!
No! Remember nothing of the sort! Built by faith indeed! That simply means the workmen weren't paid properly. And as for the frescoes, I see no truth in them. Look at that fat man in blue! He must weigh as much as I do, and he is shooting into the sky like an air balloon.
[ Fat man in blue ที่ตา Emerson หมายถึง คือนักบุญ John The Evangelist ในรูปด้านบน ที่ท่านกำลังเสด็จขึ้นสวรรค์อะค่ะ (The Ascension of The Evangelistc) อะค่ะ ]
ผลงานภาพเฟรสโกของ Taddeo Gaddi ที่ Capella Baroncelli แสดงพระประวัติของพระแม่มารี: Joachim Driven from the Temple and the Anunciation to Joachim (บน) Meeting at the Golden Gate (กลางซ้าย) the Birth of the Virgin (กลางขวา) Presentation of the Virgin in the Temple (ล่างซ้าย) และ Betrothal to Joseph(ล่างขวา)
ออกจากตัวมหาวิหาร ทางประตูด้านข้างฝั่งทิศใต้ ก็จะไปพบบริเวณ Cloister และ Capella di Pazzi
และเหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ที่มักนิยมตกแต่ง อาคารทานข้าว ด้วยภาพเขียน พระกายาหารเมื้อสุดท้าย เพราะถ้าจำกันได้ ภาพซีนเดียวกันนี้ ของ Leonardo Da Vinci ก็อยู่ที่โรงทานข้าวของโบสถ์ Santa Maria delle Grazie ที่มิลาน
ภาพเฟรสโก ผลงานของ Taddeo Gaddi ที่ Reflectory: The Last Supper (รายละเอียด)
ยังไม่เคยไปเห็นด้วยตาตนเองเลยค่ะ Y^Y และทำให้อยากไปมากในตอนนี้ เอาเป็นว่า ถ้ารี่ยังเขียน diary เล่มนี้อยู่ คงมีสักเอนทรีนี้ในอนาคตที่รี่จะมาขึ้นชื่อว่า In Cappella Scrovegni With No Baedeker