ข้างหลังภาพ

 

นี่คือบันทึกที่ตั้งใจจะเขียนอย่างที่เมื่อวานบอกไว้ ตั้งใจจะเขียนเกี่ยวกับภาพที่เป็นปกใหม่ของไดอารี่

 

 

 

ภาพที่เห็นบนปกคือภาพ

Venice, Santa Maria Della Salute
Seen from the Campo Della Carità

เป็นภาพมุมหนึ่งของเมือง Venice ผลงานของ Jean Baptiste Camille Corot วิวที่เราเห็นเป็นวิวที่มองจาก  จตุรัสหน้าหอศิลป์ Accademia (ท่าเรือที่เห็นในภาพ) ไปยังอ่าว San Marco (Bacino di San Marco)

อ่าว San Marco คือ อ่าวหน้าจตุรัสเล็กของมหาวิหารเซนต์มาร์ค (Piazzetta di San Macro) มหาวิหารประจำเมืองเวนิส

ในภาพ โบสถ์ทรงโดมที่ปลายสุดของ Grand Canal ที่เห็น คือ โบสถ์ Santa Maria Della Salute โบสถ์สีขาว สไตล์บาโร้ค ที่เห็นเด่นเป็นสง่า โดยเฉพาะเมื่อมองมาจากฝั่งของจตุรัสเซนต์มาร์ค

โบสถ์ Santa Maria Della Salute ผลงานของ  Baldassare Longhena สถาปนิกชาวเวนิส ผู้ซึ่งใช้เวลาเกือบหกสิบปีในการก่อสร้างโบสถ์แห่งนี้ โบสถ์ที่ชาวเวนิสต้องการอุทิศให้กับพระแม่มารี เนื่องจากเชื่อกันว่า โรคระบาดที่คร่าชาวเวนิสกว่าแสนคนในเดือนตุลา ปี 1630  มลายหายไปได้ เพราะพระแม่ทรงเมตตา และนี่คือที่มาของคำว่า Salute ซึ่งหมายถึง Health

ชอบโบสถ์นี้มาก แม้ไม่ใช่โบสถ์ที่ยิ่งใหญ่อะไร และภายในก็ไม่ได้ตกแต่งอลังการเหมือนมหาวิหารเซนต์มาร์ค แต่ว่านี่คือโบสถ์ที่เห็นเป็นสง่าที่สุดใน Grand Canal เพราะอยู่ติดริมน้ำเลย เป็นทำเลที่ดีมาก ขณะที่มหาวิหารเซนต์มาร์คหลุบเข้าไปข้างใน

 

 

มุมชัด ๆ ของโบสถ์ Santan Maria della Salute

ชื่อภาพ: The Grand Canal near the Salute
จิตตกร: Michele Marieschi
ที่แสดงภาพ:
Musée du Louvre

 

 

ภาพในสไตล์ Impressionism แสดงหน้าโบสถ์ Santan Maria della Salute

ชื่อภาพ: Santa Maria della Salute 
จิตตกร: John Singer Sargent

 

 

ลานหน้าโบสถ์

ชื่อภาพ: A View of Santa Maria della Salute, Venice
จิตตกร: Martin Rico y Ortega

 

 

 

ภาพบริเวณอ่าว San Macro จะเห็นโบสถ์ Santa Maria della Salute อยู่ทางซ้ายของปากคลอง Grand Canal ส่วนจตุรัสเล็กเซนต์มาร์ค อยู่ทางขวาสุดของภาพ สังเกตเสา St Teodoro กับเสาสิงโตมีปีกสัญญลักษณ์ของ St Mark

ชื่อภาพ: Bacino di San Marco
จิตตกร: Caspar Andriaans van Wittel


 


Liabiamo

 

เกี่ยวกับเพลง

เพลง Liabiamo เป็นเพลง Brindisi  ซึ่งหมายถึงเพลงที่ร้องสำรับการดื่มเฉลิมฉลอง โดยจะมีท่อนสร้อยของเพลงเป็นการร้องหมู่ประสานเสียง

Liabiamo มาจากอุปรากรเรื่อง La Traviata ของ Verdi องค์ที่ 1 ที่เปิดเรื่องมาเป็นงานสังสรรค์ใน Salon แห่งหนึ่งกลางกรุงปารีส แม่หญิงงามเมือง Violetta นางเอกของเรื่อง ได้เจอ Alfredo พระเอกของเรื่อง เป็นครั้งแรก และก็ร่วมกันร้องประชันเพลงนี้กัน ... 

 

Alfredo: Libiamo, libiamo ne'lieti calici,
             Che la bellezza infiora;
             E la fuggevol, fuggevol ora
             S'innebrii a voluttà.
             Libiam ne' dolci fremiti
             Che suscita l'amore,
             Poichè quell' occhio al core
             Omnipotente va.
             Libiamo, amore, amor fra i calici
             Più caldi baci avrà

             On goblets wreathed with flowers
             Come drink on this festive night,
             And may the fleeting hours
             Be filled with love's delight.
             Drink to the magic glances
             That kindlings beauties dart!
             Drink to those amorous lances
             That pierce from eye to heart.
             And love will find warmer kisses
             In flower entwined cups.

 

All: Ah, libiamo;
amor fra i calici
Più caldi baci avrà

And love will find
warmer kisses
in flower enwined cups.

 

Violetta: Tra voi, saprò dividere
               Il tempo mio giocondo;
               Tutto è follia nel mondo
               Ciò che non è piacer.
               Godiam; fugace e rapido
               E il gaudino dell' amore;
               E un fior che nasce e muore
               Nè più si puù goder.
              Godiam - c' invita un fervido
              Accento lusinghier.

          
    My Golden
              time's sweet rapture
              Dear friends, in mine to give!
              Ah, foolish not to capture
              Youth's transient joys - and live!
              Live and enjoy, for
              youthful love's delight is brief.
              The faded flower
              No more can bring our grief
              to light

 

All: Godiam- la tazza
e il cantico
La notte abbella e il riso;
In questo paradiso
Ne scorpa il nuovo dì.


Ah, live then in the blisses
That sing of love and joy!
In laughter, wine and kisses
Let every night go by,
And in this paradise
Let dawn our loves suprise

Violetta:  La vita è nel tripudio
               For living is in pleasure -

Alfredo: Quando non s' ami ancora
             Till one discovers love.


 

Violetta:  Nol dite a chi lo ingora
A knowledge I don't treasure

Alfredo: È il mio destin così
Then help me, stars above!


          All:  
Godiam - la tazza
e il cantico
La motte abbelle e il riso;
In questo paradiso
Ne scorpa il nuovo dì

Ah, live then in the blisses
That sing of love and joy!
In laugheter, win and kisses
Let every night go by,
and in this paradise
let down our loves suprise.

 

ปัจฉิมลิขิต

1. ที่เวนิส จะเรียก "จตุรัส" แตกต่างจากเมืองอื่น ๆ ในอิตาลี คือ จะไม่เรียกว่า "Piazza" แต่จะเรียกว่า "Campo" ยกเว้น จตุรัสเซนต์มาร์ค ที่จะเป็น "Piazza di San Macro"

2. หอศิลป์ Accademia ในปัจจุบัน เคยเป็นที่ตั้งของโบสถ์ Santa Maria della Carità (St. Mary of Charity) และนี่คือที่มาของชื่อ Campo della Carità  ซึ่งเป็นชื่อของจตุรัสหน้าหอศิลป์

3. Saint Teodoro คือนักบุญประจำเมืองเวนิส ก่อนที่จะมาเป็นเป็น Saint Mark The Evangelist ในปี 828

4. พวกหนัง พอมีฉากเกี่ยวกับประเทศอิตาลี มันก็จะต้องมีเพลงเปิดให้มันได้รู้ว่าเป็นอิตาลี้ อิตาลี ซึ่งเพลงที่เปิด ๆ กันก็หนีไม่พ้นเพลงฮิต ๆ  O Sole Mio หรือ Torna a Surriento ไม่รู้ Liabiamo นี่จะเข้าข่ายด้วยหรือเปล่า

 

 

Felt so hopeless looking for answers to my quts.ions.t.uneil now.
Ajibade
18 ส.ค. 2556 เวลา 06:44 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic