Il Postino

 

Poetry doesn't belong to those who write it;
it belongs to those who need it.

---- Mario Ruoppolo

  

。✿゚。✿゚。✿゚。✿゚。✿゚。✿゚。✿゚

  

And now you're mine.
Rest with your dream in my dream. 
Love and pain and work should all sleep, now. 
The night turns on its invisible wheels, 
and you are pure beside me as a sleeping amber. 

No one else, Love, will sleep in my dreams.
You will go, we will go together, over the waters of time. 
No one else will travel through the shadows with me, 
only you, evergreen, ever sun, ever moon. 

Your hands have already opened their delicate fists 
and let their soft drifting signs drop away; 
your eyes closed like two gray wings, and I move 
after, following the folding water you carry, that carries me away.
The night, the world, the wind spin out their destiny. 
Without you, I am your dream, only that, and that is all

 

。✿゚。✿゚。✿゚。✿゚。✿゚。✿゚。✿゚

 

     

เมื่อหลายปีก่อน มีหนังอิตาเลี่ยนเรื่องหนึ่ง ชื่อเรื่อง Il Postino (The Postman) เป็นหนังที่หยิบเอาประวัติชีวิตเสี้ยวหนึ่งของ Pablo Neruda กวีจากประเทศชิลี ที่ต้องลี้ภัยทางการเมือง หลบไปอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในประเทศอิตาลี

เนื้อเรื่องของหนัง เล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างNeruda กับหนุ่ม Mario บุรุษไปรษณีย์คนแรกและคนเดียวของหมู่บ้าน ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง เหตุเนื่องจากการมาพำนักของ Neruda ทำให้มีจดหมายจากแฟนของเขาทั่วโลก หลั่งไหลเข้ามายังหมู่บ้านแห่งนี้

จากความสัมพันธ์ระหว่างบุรุษไปรษณีย์ต่ำต้อย กับกวีที่ยิ่งใหญ่ พัฒนาไปสู่ความเป็นเพื่อนที่เอื้อเฟื้อ ห่วงใยกัน Neruda สอนให้ Mario รู้จักรัก และเข้าใจในบทกวี และสำหรับ Mario แล้ว Neruda คือบุคคลที่เขาเคารพ ยกย่อง และใฝ่ฝันที่จะเป็น

 

 

Philip Noiret (ซ้าย) ในบท Pablo Neruda เขาคนนี้แหละ ที่ทำให้เราอยากดูหนังเรื่องนี้ และ Massimo Troisi ในบท Mario และเขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วย
Massimo ทุ่มใจกับหนังเรื่องนี้มาก ขอเลื่อนการผ่าตัดหัวใจ เพื่อให้การถ่ายทำหนังเรื่องนี้เสร็จไปก่อน ซึ่งไม่นานหลังจากหนังเรื่องนี้ถ่ายทำเสร็จ เขาก็ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจ

 

ชอบหนังเรื่องนี้มาก ชอบหนังสไตล์แบบนี้ เรียบ ๆ ไม่ต้องมีเนื้อเรื่องที่มีเนื้อหาอลังการ แค่เรื่องธรรมดา แต่มีวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ

 

 

Neruda ไปเป็นเพื่อน Mario เพื่อหาแม่โฉมงาม Beatrice ที่หนุ่ม Mario ไปหลงรักอยู่

 

นอกจากจะมีเนื้อเรื่องและการถ่ายภาพที่สวยงามแล้ว หนังเรื่องนี้ยังมีบทเพลงประกอบที่ไพเราะมาก อัลบั้มเพลงประกอบของหนังเรื่องนี้จะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะเป็นการนำบทกวีของ Neruda มาอ่าน อีกส่วนเป็นงานดนตรีของ Luis Barcalov ที่สร้างอารมณ์ดนตรีได้เหมาะสมกับจังหวะชีวิตของตัวละครในเรื่อง วิถีชีวิตที่ไม่เร่งเรียบ นุ่มนวล อยู่กับสายลม แสงแดด และบทกวี ...

 

 

Ricardo Eliecer Neftalí Reyes Basualto หรือที่รู้กันในนาม Pablo Neruda บุคคลที่ Gabriel García Márquez (คนเขียนเรื่อง "หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว") ยกย่องว่าเป็น "กวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตรวรรษที่ 20 ในทุกภาษา"
Pablo Neruda ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี 1971

 

 

เกี่ยวกับเพลง

 

สำหรับเพลงที่ฟังวันนี้ (ถ้ามีใครอดทนฟังจนจบ :P) เพลงแรก เป็นบทกวี Love Sonnet ที่ 81 ของ Neruda บางทีจะเรียกว่า And Now You're Mine ตามบรรทัดแรกของบทกวี นำมาอ่านโดย Andy Garcia (เสียงเซ็กซี่มาก!!!) กับ Julia Roberts

ถัดไป เป็น Main Theme ของดนตรีประกอบหนังเรื่องนี้ ผลของ Luis Bacalov และท้ายสุดเป็นเพลง Madreselva  บทเพลงในจังหวะแทงโก้ ผลงานของการขับร้องของ Carlos Gardel เพลงนี้ปรากฏในหนัง ฉากที่ Neruda เต้นรำกับภรรยา

 

 

Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic