Orpheus

 

ใครเคยเชื่อเรื่องโลกหลังความตายหรือมีสถานที่บางแห่งที่วิญญาณของคนที่ตายจะไปอยู่ร่วมกันบ้าง?

ใครเคยอยากเดินทางไปดินแดนเหล่านั้น เพื่อขอให้ได้พบคนที่เรารักอีกสักครั้ง ....

ตามตำนานกรีก เคยมีมนุษย์ตนหนึ่ง สามารถเดินทางไป ณ ที่แห่งนั้น และเกือบจะสามารถพาวิญญาณของคนที่เขารักกับมายังโลกมนุษย์แห่งครั้งหนึ่ง มนุษย์ตนนั้นคือ Orpheus

Orpheus เป็นนักกวีและนักดนตรีที่มีความสามารถในการเล่น lyre ได้อย่างอัศจรรย์เกินมนุษย์ ว่ากันว่า เสียง lyre จากการเล่นของเขา สามารถขับกล่อมไม่ใช่แต่เพียงมนุษย์ แต่ยังร่วมถึงสิงสาราสัตว์ ต้นไม้ ก้อนหิน ให้หลงใหล เคลือบเคลิ้มไปกับบทเพลงได้ Orpheus นี้แหละ ที่เดินทางไปกับกลุ่มวีรบุรุษกรีกในปฏิบัติการค้นหาขนแกะทองคำ และเล่น lyre กลบเสียงของพวกนางไซเรน ซึ่งมักจะลวงชาวเรือด้วยเสียงดนตรีที่ไพเราะ หลังจากนั้นนางไซเรน ก็จะจับชาเรือเหล่านั้นฆ่าทิ้ง หากแต่บทเพลงของ Orpheus มีมนต์ขลังกว่า จนทำให้ผู้ที่ได้ยิน ไม่สามารถหันเหความสนใจไปที่อื่นได้ ด้วยเหตุนี้คณะค้นหาขนแกะทองคำ จึงรอดพ้นภัยพิบัติมาได้

Orpheus ได้นางอัปสร Eurydice เป็นคู่ร่วมชีวิต หากแต่ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นสั้นนัก เพราะ Eurydice ถูกงูพิษกัดและจาก Orpheus ไปอย่างไม่มีวันกลับ Orpheus เสียใจมาก วันเวลาผ่านไปนานเพียงใด ก็ยังคงแต่เล่นเพลงคร่ำครวญถึงการจากไปของ Eurydice จนกระทั่งเหล่าเทพแนะนำหนทางให้ Orpheus เดินทางไปยังโลกใต้พิภพ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหล่าวิญญาณจะไปรวมตัวกันที่นั่น ตามความเชื่อของพวกกรีก และเมื่อ Orpheus ไปถึง ลองขอร้องต่อ Hades และ Persephone เทพและเทพีที่ครอบโลกใต้พิภพดู

Orpheus จึงเดินทางไปยังโลกใต้พิภพ และในที่สุดได้พบกับ Hades และ Persephone  เขาจึงบรรเลงบทเพลงให้องค์เทพฟัง เล่าเรื่องราวของเขาและความเจ็บปวดที่เขาได้รับเมื่อต้องสูญเสีย Eurydice เมื่อได้ฟังบทเพลงนั้น ทั้ง  Hades และ Persephone  รู้สึกเห็นใจ Orpheus ยิ่งหนัก จึงยอมให้ Orpheus ฝืนกฏของโลกใต้พิภพได้ โดยการพาวิญญาของ Eurydice เดินทางกลับไปยังโลกมนุษย์ แต่มีเงื่อนไขว่า Orpheus จะต้องไม่มีการหันกลับมามองข้างหลัง ตลอดเวลาที่เดินทางอยู่ในโลกใต้พิภพ

Orpheus ยินดีปรีดาเยี่ยงนัก เขาจูงนาง Eurydice เพื่อเดินทางกลับ และพยายามทำตามเงื่อนไขของ Hades แต่เมื่อมาถึงจุดที่จะก้าวข้ามไปยังโลกมนุษย์ Orpheus อดที่จะกังวลไม่ได้ว่า Eurydice อาจจะไม่สามารถก้าวผ่านมาได้ เขาจึงหันไปดูนาง และทันทีที่เขาหันไป วิญญาณของนาง Eurydice ก็หายวับไปโดยทันที

อนิจจา ความสุข ความสมหวัง ที่กำลังจะเข้ามาหาอีกไม่กี่อึดใจ มลายหายไปเสียแล้ว

ชีวิตที่เหลืออยู่ของ Orpheus จึงจมอยู่แต่ความเศร้าระทม และดนตรีที่รักของเขา ก็มีแต่เสียงเฝ้าคร่ำครวญถึง Eurydice ...

ไม่รู้เหมือนกันว่า โลกใต้พิภพเหมือนในตำนานมีจริงไหม? อยากเดินทางไปที่นั่น ไม่ได้หวังถึงให้คนที่เรารักกลับมาหรอก แค่ขอเพียงให้ได้พบ ได้บอกเขาให้รับทราบในสิ่งที่เราไม่มีโอกาสได้พูด ...

 

 

00.27 19th Jan 2007

เฮอ ....

จำได้เสมอว่า ตอนเขียนบันทึกหน้านี้ เขียนไป ตาพร่ามัวไปหมด น้ำตาไหลพราก ๆ

แล้วไม่ว่าจะกลับมาอ่านกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง น้ำตาก็คลอเบ้าเสมอ

ไม่รู้เป็นเพราะเนื้อหา เหลือเป็นเพราบทเพลง 'Somewhere in time 'กันแน่

แต่ที่แน่แท้คือ การพลัดพรากจากคนที่รัก มันนำมาซึ่งความเจ็บปวดอย่างมหาศาลที่ไมไม่มีวันจะลมปมนั้นออกไปจากจิตใจได้โดย
002653
19 ม.ค. 2550 เวลา 07:26 น.
01.14 16th Aug 2007

กำลังจะถอนหายใจ เหลือบเห็นคอมเมนต์ช่องบน ที่แอบเข้ามาเขียนไว้ เมื่อครั้งที่แล้ว ถึงได้รู้ว่า อะไรกัน กลับเข้ามาหน้านี้ทุกครั้ง เวียนวนอยู่กับ น้ำตาและเสียงถอนหายใจนี่นะหรอ?

คืนนี้ แย่อีกแล้ว ความรู้สึกเดิม กลับมาอีก แล้วถึงต้องเวียนกลับมาหน้านี่อีกครั้ง แล้วจิตใจเราก็อ่อนแอเหมือนเดิม หรือว่า น้ำตากับเสียงถอนหายใจ มันจะเป็นสัญลักษณ์ประจำเอนทรีนี้เสียแล้ว
002653
16 ส.ค. 2550 เวลา 07:09 น.
..... ความสุขแม้มันจะอยู่กับเราได้ไม่นาน

.....แต่ความทรงจำดี ๆ จะอยู่กับเราตลอดไป....



ขอให้ฝันร้าย...

แปรเปลี่ยนเป็นกำลังใจที่ดีที่จะสู้ต่อไปนะครับ....



ขอจงมีความสุขในทุกวันครับ...



Take care ครับ
Intuition
24 ก.ย. 2551 เวลา 15:54 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic