Where Is True Love?

 

วันนี้ไปอ่านกระทู้ของุคุณ kittykitten ในห้องสวนลุมที่พันทิบมา เป็นกระทู้ที่มีความเห็นพุ่งกระฉูดกว่าหกร้อยความเห็น

นั่งอ่านไป ก็น้ำตาไหลพราก ทั้งเรื่องของคุณ kittykitten เจ้าของกระทู้เอง แล้วก็เรื่องของคนอื่นที่เอาประสบการณ์ของตัวเองมาแบ่งปันในความคิดเห็น

อ่านแล้วได้แต่ปลง ... จริงดังคำพระท่านว่า 'ใด ๆ ในโลกนี้ล้วนอนิจจัง' อย่าไปยึด ไปติดกับสิ่งใดทั้งสิ้น อย่าไปหลงว่าสิ่งที่เราครอบครอง เรามี คือสิ่งที่จีรัง ...

เอาเรื่องของคุณ kittykitten มาเก็บไว้หน่อย เก็บไว้อ่านเตือนใจตัวเองในวันข้างหน้า

 

___________________________________

 

 

จุดเริ่มต้นที่ไม่น่าเชื่อว่าจะนำไปสู่จุดจบของความรัก ให้อ่านเป็นอุทาหรณ์ ขออย่าให้ใครต้องซ้ำรอยอีกเลย

หมู่นี้เห็นคนมีปัญหาในความรักเข้ามา post บ่อยปัญหาก็คล้ายๆกัน ถามคำถามเหมือนๆกัน เราเลยอยากเล่าเรื่องนี้โดยหวังว่ามันอาจจะพอมีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นให้กับคนที่อ่านบ้าง อยากให้เรื่องของเราเป็นอุทาหรณ์ในเรื่องความรัก ขอให้ใครที่กำลังคิดจะมีพฤติกรรมแบบที่อดีตสามีเราเคยทำได้เก็บเรื่องนี้ไปเตือนใจด้วย ขอให้คนที่มีนิสัยแบบเราและเคยเรียกร้องเวลาจากคนรักได้เก็บเอาไปคิดว่าตัวเองจะต้องเปลี่ยนอะไรไหมเพื่อป้องกันไม่ให้ความรักต้องจบลงอย่างนี้................ขอให้อย่าได้มีใครต้องเจ็บช้ำกับความรักเหมือนเราอีกเลย

เรื่องที่จะเล่ายาวนะคะ จะค่อยๆพิมพ์ลงเป็นส่วนๆจะได้อ่านง่ายๆ

หลังจากเลิกรากันไปเราก็ได้มีโอกาสถามเขาถึงข้อที่สงสัยมานานว่าเขาไปมีความรักใหม่กับผู้หญิงคนนี้ได้ยังไงทั้งๆที่เขาก็ยังอยู่กับเรา ที่เรายิ่งสงสัยที่สุดก็คือว่าการที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกแล้วก็ไปมีอะไรกันได้เลยน่ะมันเป็นไปได้ยังไง

และใครที่เคยมีคำถามว่า
- รักแท้ในอินเตอร์เน็ตมีจริงรึเปล่า
- ผู้ชายแคร์เรื่องความบริสุทธิ์ของผู้หญิงหรือเปล่า
- ผู้หญิงที่ผู้ชายจะเลือกมาเป็นคู่ ต้องเป็นยังไง
- คนที่มีแฟน/เมียแล้ว จะรักคนใหม่ได้อีกยังไง
- เราสามารถรักคนสองคนได้ในเวลาเดียวกันจริงหรือ
- คนที่นอกใจเนี่ยเขาคิดยังไง
- คนที่เป็นกิ๊ก ชู้ เมียน้อย เขาคิดยังไงถึงเป็น
- เรื่องของความรักใช้หัวใจหรือเหตุผล
- รักเกิดได้ยังไง
- คบกันมานานทำไมเลิกกันได้
- ทำไมคนเราต้องนอกใจ
- และก็อีกหลายๆคำถามที่เกี่ยวกับรัก เกี่ยวกับการนอกใจ เกี่ยวกับมือที่สาม

อยากให้อ่านดูนะ

.....................

เขาเข้าเว็บหาคู่เพราะเพื่อนๆที่ทำงานเขาเล่นกันแล้วมาชวน ก็เลยเข้าไปซะหน่อยหาเพื่อนคุยสนุกๆเล่นๆ ผู้หญิงใหม่ของเขาก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงหลายคนที่เขาคุยด้วย ตัวเขาเองก็ไม่ได้ปิดบังอะไรว่าแต่งงานแล้วเพราะเขาแค่หาเพื่อนคุยเอาสนุกเท่านั้น กับคนใหม่ของเขานี้เขาบอกว่าคุยเอ็มกันเรื่อยๆต่อมาก็แลกรูปแลกเบอร์โทร คุยกันได้สักเกือบปีเธอก็ทะเลาะกับแม่บุญธรรมเลยหนีออกจากบ้านที่เชียงใหม่ลงมาอยู่กับแม่จริงที่กรุงเทพ ก่อนเธอลงมาก็โทรมาหาเขาบอกว่าจะลงมาที่นี่เลยนัดเจอกันโดยให้เขาไปรับเธอที่บ้าน

เราถามเขาว่าแล้วทำไมถึงไปนอนกันได้เลยทั้งๆที่เพิ่งจะเจอครั้งแรก เขาก็บอกว่าเขาคิดว่าผู้หญิงที่รู้จักกันทางเน็ตแล้วนัดเจอกับผู้ชายก็พร้อมที่จะมีอะไรกันอยู่แล้ว อีกทั้งผู้หญิงคนนี้แฟนเธอก็ทำงานอยู่กรุงเทพแต่ไม่ยักกะนัดเจอแฟนตั้งแต่วันแรกที่มาถึงกลับมานัดเขาแทนแสดงว่าให้ท่าชัวร์ เขาบอกว่าเขาคิดอย่างนี้จริงๆตอนนั้นแล้วก็ไม่ได้คิดถึงเราว่าจะเสียใจไหมเพราะเขาคิดว่ามันก็แค่ครั้งเดียวจบ เขาสามารถจัดการได้

พอเขาไปรับเธอที่บ้านเขาก็ถามเธอว่าจะไปไหน เธอตอบว่าไปไหนก็ได้ เขาก็เลยพาเข้าโรงแรมเธอก็ไม่ขัดขืนด้วย (เราเดาว่าในความคิดของผู้ชายก็คงคิดว่าเปิดโอกาสขนาดนี้ใครไม่เอาก็โง่แล้วก็เลยทำ) เขาบอกว่าตอนนั้นเขาคิดว่าเธอใจง่าย แล้วก็ไม่ได้ติดใจอะไรใน sex ที่มีกันหรอกเขาว่าก็ธรรมดา

เราถามเขาว่าตอนที่คุยกันน่ะคุยเรื่องอะไรกัน จีบกันรึเปล่า เขาก็ว่าไม่มีเลย ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะชวนคุยซะมากกว่าก็คุยกันธรรมดาเรื่องทั่วไป ผู้หญิงคนนี้อายุน้อยกว่าเขา 4 ปี ตอนที่เริ่มคุยเธอเพิ่งเรียนจบก็เป็นแบบเด็กวัยรุ่นชวนคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไป เล่าเรื่องปัญหาตัวเองบ้าง เขาก็ฟังแล้วก็ให้คำปรึกษา แต่เขาบอกว่าไม่ได้คุยบ่อยเลยนะ

หลังจากวันนั้นแล้วเขาก็มีไปนอนกับเธออีกครั้งเดียวก่อนเธอกลับเชียงใหม่ เราก็ถามเขาว่าแล้วเขาได้ถามเธอไหมว่าทำไมยอมมานอนกับเขาง่ายๆ เขาก็ว่าตอนครั้งที่สองเธอบอกว่าที่ยอมเขาครั้งแรกน่ะเพราะเธอรู้สึกรักเขาตั้งแต่ที่ได้คุยกันแล้ว ตัวเขาในตอนนั้นก็ไม่เชื่อหรอกว่าเธอพูดจริงเพราะเธอก็มีแฟนอยู่แล้ว ก็คิดแค่ว่าเดี๋ยวเธอก็กลับไปคงไม่ได้เจอกันอีก เขายังคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงง่ายอยู่ดี

.....................

หลังจากเขาไปมีอะไรกับเธอ เขาก็ไม่ยอมนอนกับเราอ้างว่าทำงานเครียดและก็เหนื่อยเราก็เชื่อ ประกอบกับตอนนั้นเราเองก็เห็นว่างานเขาก็เยอะจริงๆ แต่เหตุผลที่จริงที่เขาเพิ่งบอกเราทีหลังก็คือเขาอยากให้แน่ใจว่าตัวเขาไม่ติดโรคเพราะถึงจะใส่ถุงแต่เขาก็ไม่มั่นใจ เขาเลยคิดว่ารอให้มันผ่านไปสักสามเดือนก่อนแล้วกัน เขาบอกเราว่าตั้งแต่เธอคนนั้นกลับไปเขาก็ไม่ได้ติดต่ออีกเลย แล้วเวลาก็ผ่านไปจวนๆสามเดือนเขามีคดีที่ต้องขึ้นไปทำที่เชียงใหม่งานนี้ทำให้เขาต้องขึ้นเชียงใหม่เดือนละครั้งไปทีก็อาทิตย์นึง ใช้เวลาสี่เดือนกว่าคดีจะเสร็จ

พอเขาขึ้นเชียงใหม่เขาก็ลองโทรหาผู้หญิงคนนั้นดูบอกว่าตอนนี้เขาอยู่เชียงใหม่พักอยู่ที่โรงแรมนี้ๆนะ ปรากฎว่าเธอก็ก็มาหาเขาถึงห้องที่โรงแรมเลย เขายอมรับว่าด้วยความที่เขาไม่ได้นอนกับเรานานอารมณ์มันก็สะสม sex ครั้งนั้นจึงเป็นอะไรที่สุดยอดมากสำหรับเขา  แล้วความสัมพันธ์ของเขากับเธอก็ดำเนินมาเรื่อยๆจากนั้นเป็นต้นมา

ตอนที่เขาไปทำงานก็มีเพื่อนที่ทำงานไปช่วยงานด้วยอีกคน เขาขอให้เพื่อนคนนี้ออกไปรอข้างนอกก่อนตอนที่ผู้หญิงคนนี้มา เพื่อนคนนี้ก็ให้ความร่วมมือด้วยไม่ว่าอะไรทั้งๆที่ก็รู้อยู่ว่าเขามีเมียแล้ว แถมกลับมายังมาเล่าให้เพื่อนที่ทำงานฟังกันแบบสนุกๆว่าคงมันส์หยดกันมากเพราะเพื่อนคนนี้ออกไปสามทุ่มกลับมาตอนตีสอง เจอถุงยางอยู่ในถังขยะตั้งสี่อัน เราไม่เข้าใจโลกของผุ้ชายเลยเรื่องพวกนี้มันน่ายกย่องนักใช่ไหม (อันนี้เรามารู้ทีหลังเพราะมีเพื่อนที่ทำงานเขาที่อยากให้เราตัดใจจากสามีให้ได้เลยมาเล่าให้เราฟังอีกที)

ช่วงที่เขาไม่นอนกับเรา เราก็พยายามเริ่มเองนะเพราะเราว่าผู้ชายต้องปลดปล่อยแต่เขาปฏิเสธเราตลอดบอกว่าเหนื่อย งานยุ่งจนไม่มีอารมณ์ เปลี่ยนสถานที่ไปเที่ยวกันก็บอกว่าอุตส่าห์มาเที่ยวก็ขอพักผ่อนให้เต็มที่แล้วกันก็เลยเอาแต่นอน ตอนนั้นเราไม่ระแวงเลยแม้แต่น้อยว่าเขามีคนอื่นเพราะเขาก็ยังทำตัวเหมือนเดิมมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นที่เปลี่ยนไป

.....................

ตั้งแต่สามีไม่ยอมมีอะไรกับเรา เราก็หงุดหงิดง่ายมากขึ้น วีนใส่เขาบ่อยๆ เริ่มงอแงอยากให้เขาอยู่กับเราให้มากที่สุดให้นานที่สุด ไม่อยากให้เขาต้องติวเนติฯ ไม่อยากให้เขาต้องไปอยู่เวรที่ออฟฟิศ เรามาคิดได้ทีหลังว่าคงเป็นเพราะเราเก็บกดเรื่องอย่างว่าและจิตใต้สำนึกเราคงเริ่มเตือนตัวเองว่าเขาไม่รักเราแล้ว เราจึงเรียกร้องให้เขาตามใจเรามากๆอยู่กับเรามากๆเพื่อให้เรารู้สึกได้ว่าเขายังรักเราอยู่       นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขายิ่งเบื่อเรามากขึ้น


พอหมดคดีเขาก็บอกเราว่าต้องไปติวสอบเนติฯทุกวันอาทิตย์ แต่จริงๆไม่ได้ไปติวหรอกเขาบินไปหาผู้หญิงคนนั้น

เขามีอะไรกันเป็นปีโดยที่เราไม่ระแคะระคายเลย  เราถามเขาว่าแล้วไปรักเธอคนนี้ตั้งแต่ตอนไหน เขาบอกว่าผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาประทับใจตรงที่เธอไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด เธอบอกเลิกแฟน เลิกติดต่อผู้ชายคนอื่นๆที่เธอเคยคุยสมัยลงเว็บหาคู่ เลิกเที่ยวกลางคืน(ถ้าไปก็เอาเขาไปด้วย) บอกรหัสให้เขาเช็คอีเมล์เธอได้หมด เอามือถือให้เขาดูทุกครั้งว่าไม่มีเบอร์ผู้ชายอื่น เธอบอกว่านอกจากแฟนเก่าแล้วเธอไม่เคยไปนอนกับผู้ชายคนไหนนอกจากเค้า

เขาเริ่มคุยกับเธอมากขึ้น นั่งแชทกันทั้งวันหรือถ้าไม่ออนไลน์ก็คุยโทรศัพท์ตั้งแต่ไปถึงออฟฟิศจนกลับบ้าน เพื่อนที่ทำงานเขาเคยถามเขาว่า คุยอะไรกันนักกันหนานะทั้งวันทุกวัน เขาเล่าให้เราฟังว่าเขาซักประวัติผู้หญิงคนนี้เรียกว่าเอากันตั้งแต่เกิดจนปัจจุบัน รู้ทุกอย่างละเอียดยิบ แล้วเธอก็คุยเก่งสรรหาเรื่องโน่นนี่มาคุยได้ตลอด ค่าโทรของเขาเดือนนึงจากพันกว่าๆ กระโดดมาเป็นสามพัน เคยเกือบๆห้าพันก็มี แต่เราก็ยังไม่เอะใจเพราะเขาเคยเล่าให้ฟังว่าที่ออฟฟิศไม่ให้ใช้เครื่องที่นั่นโทรออก พวกทนายต้องใช้มือถือของใครของมันโทรกันเอง พอเราถามค่าโทรเยอะจังเขาก็ว่าคุยงานนาน

.....................

เขายังประทับใจเธอตรงที่เธอได้เห็นด้านเลวของเขาแล้วก็ยังรับได้

- เขาสูบบุหรี่(เขาหลอกเราว่าเลิกแล้วเพราะรู้ว่าเราไม่ชอบ ตั้งแต่คบกันมาเขาไม่เคยสูบให้เราเห็นเลย เพิ่งรู้ว่าเขาไม่ได้เลิกหรอกเวลาอยู่ที่ทำงานก็สูบเป็นปกติเพราะเพื่อนสูบกันทุกคนเลยอดไม่ไหว เขาเก่งมากที่ปิดได้เป็นสิบๆปี)

- เขาพาเธอเข้าโรงแรมตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้ากัน

- รับได้เรื่องรสนิยมทางเพศที่เขาบอกว่าไม่กล้าทำกับเราเพราะกลัวเรารับไม่ได้ เช่น ถ่ายรูปเวลามีอะไรกันเก็บไว้ในมือถือมั่ง ส่งทางเมล์บ้าง ส่งรูปเปลือยหากันและกันเพื่อมี sex phone (ตอนที่เราไปเจอภาพพวกนี้ในมือถือเขาที่เราไม่เคยเช็คมาก่อนเลย เราแทบล้มทั้งยืน แต่เราก็ยังทำร้ายตัวเองต่อด้วยการไปเช็คอีเมล์เขาที่ไม่เคยเช็คเลยเช่นกันจนไปเจอว่าเขาแอบเปิดเมล์ชื่ออื่นแต่ไม่บอกเราเพื่อเอาไว้ส่งรูปเก็บรูปที่ถ่ายกันไว้โดยเฉพาะ เราดูรูปไปก็น้ำตาไหลอยู่หน้าคอม)

นอกจากประทับใจแล้วเขาก็ยังสงสารเธอเพราะเธอบอกว่ารักเขาจริงๆ ขอยอมเป็นเมียน้อย รักแท้ย่อมไม่สมหวังเธอทนได้ ขอให้เขาอย่าเลิกกับเราเพราะเธอผิดเองที่เข้ามาทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่สมควร เธอเคยขอเลิกกับเขาเหมือนกันแต่สุดท้ายก็กลับมาเพราะเธอบอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา ขอให้เขาขึ้นเชียงใหม่ไปหาเธอบ้างแค่นี้เธอก็พอใจแล้ว

สุดท้ายเขาก็รักเธอมากขึ้นๆจนหมดรักเราไปเมื่อไรก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีเขาก็อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอไปซะแล้วแต่จะเลิกกับเรา เราก็ไม่ผิดอะไร เขายอมรับว่าอยู่กับเธอคนนั้นมันรู้สึกตื่นเต้นมีชีวิตชีวา มันคิดถึงอยากเจออยากเห็นหน้าตลอดเวลา

เราสองคนก็อยู่กันมานานแล้วคบกันมาสิบกว่าปี ความรู้สึกรักที่หวือหวาแบบแรกรักมันไม่มีแล้ว เราที่อายุเข้าเลขสามกับผู้หญิงอีกคนที่อายุน้อยกว่าเรามากก็ย่อมต่างกันแน่นอน(เราอายุมากกว่าแฟน) เคยมีคนพูดว่าของลักลอบกับของตายน่ะความรู้สึกมันต่างกัน อีกทั้งมันยังเป็นรักทางไกลไม่ได้เจอกันทุกวันความรู้สึกมันก็ยิ่งรุนแรง ที่เขารู้สึกรักเธอคนนั้นมากมายก็คงจะมีปัจจัยเหล่านี้ประกอบด้วย

.....................

เราไม่เคยนึกถึงเรื่องรสนิยมทางเพศที่หวือหวา แบบถ่ายรูป, sex phone, SMS ข้อความเร่าร้อน เช่น ได้อยู่ด้วยกันสองวันมีความสุขมากค่ะ แล้วมาอีกนะ รอ...อยู่

เราทะนงตัวเองว่าที่เป็นอยู่มันก็เพียงพอแล้ว เราไม่เคยนึกจะสร้างอารมณ์ด้วยวิธีการแบบที่เขาทำ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำไปว่าเขาจะอยากทำเหมือนคนอื่นทั้งๆที่เราเองก็บอกเสมอว่าเรื่อง sex นี้สำคัญมากไม่พอใจเราตรงไหนให้บอก

เราเป็นแบบต้องบอกไม่แสวงหามาเสนอเอง อันนี้ก็อยากจะฝากให้คุณผู้หญิงทั้งหลายไปพิจารณาเอาเองว่าในเรื่องนี้ควรจะต้องปรับปรุงอะไรไหม

ตอนที่เรารู้รสนิยมที่เขาสองคนทำกัน เราเฝ้าถามตัวเองว่านี่เราผิดใช่ไหมที่บกพร่อง นี่คือสิ่งที่เขาควรจะทำกันใช่ไหมเพื่อไม่ให้ความรักมันจืดจางลง แต่ก็เห็นว่าเคยมีคนตั้งกระทู้เรื่องนี้อยู่เหมือนกันและก็มีคนทำกันด้วย เรื่องแบบนี้มันคงเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างอารมณ์รักให้มีความตื่นเต้นไม่เบื่อได้จริงๆ

.....................

ในที่สุดเราก็ทนไม่ได้ต้องโทรหาเธอ คุณคหที่ 33 อยากรู้ความเห็นของผู้หญิงที่เข้ามาทั้งๆที่รู้ว่าผู้ชายมีแฟนแล้วลองอ่านดูนะ อาจจะเข้าใจอีกฝ่ายมากขึ้นว่าเขาคิดยังไง

เรา : ขอสาย(ชื่อเธอ)ค่ะ
เธอ : ที่นี่ไม่มีคนชื่อนี้
เรา : อย่าโกหกเลยค่ะ ก็ห้องนี้เขาเป็นคนจ่ายค่าเช่าให้นี่นา สวัสดีค่ะนี่เป็นครั้งแรกที่เราได้คุยกัน น่าจะเดาได้ว่าพี่เป็นใคร
เธอ : (เงียบ)
เรา : พี่ไม่ได้โทรมาราวีอะไร เพราะรู้ว่าเรื่องอย่างนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง แต่พี่อยากรู้มานานแล้วว่าทำไมน้องถึงยอมนอนกับเขาได้ทั้งๆที่เจอกันครั้งแรก ขอโทษนะคะที่ถามเพราะไม่เข้าใจจริงๆว่ามันเป็นไปได้ยังไง
เธอ : ก็อย่างนี้แหละค่ะผู้หญิงไม่ดี
เรา : ทั้งๆที่รู้ว่าเขาแต่งงานแล้วเนี่ยนะ
เธอ : (เงียบ)
เรา : แล้วน้องจะให้พี่ทำยังไง ทำใจรับน้องให้เป็นเมียน้อยเหมือนอย่างที่น้องเคยฝากบอกมาทางสามีพี่อย่างนั้นใช่ไหมคะ
เธอ : หนูรักเขา
เรา : น้องคะพี่ถามจริงๆเถอะ น้องมาขอแบ่งเขากับพี่ น้องแน่ใจเหรอคะว่าไม่ใช่อยากให้เขาไปอยู่กับน้องที่โน่นเลย เขาเคยบอกพี่ว่าน้องอยากให้เขาไปอยู่ที่โน่นไม่ใช่เหรอคะ แต่เขาไปไม่ได้เพราะยังต้องทำงานอยู่ทางนี้
เธอ : (เงียบไปพักหนึ่ง) หนูเคยขอเลิกแล้วแต่พี่เขาไม่ยอม
เรา : น้องคะเคยขอเลิกเขาจริงๆหรือเปล่าคะ เขาก็เล่าให้พี่ฟังว่าน้องขอเลิกแต่ก็กลับมาขอคืนดีอีกบอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขาไงคะ แล้วถ้าใจน้องเห็นว่ามันผิดจริงอยากจะเลิกจริงๆ น้องกลับมาทำไมคะ ถ้าอยากเลิกจริงถึงเขาจะง้อก็อย่ายอมสิคะ น้องยังสาว ยังสวย ทำไมต้องมาเลือกผู้ชายที่มีเมียแล้ว น้องอยากให้พี่ทำยังไงบอกมาเลยดีกว่า
เธอ : ไม่ทราบค่ะ
เรา : (เงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้ว)
เธอ : พี่คะหนูจะเลิกกับเขาค่ะ คราวนี้หนูจะไปจริงๆ
เรา : ถ้าน้องไปจริงพี่ก็ขอบคุณและขออโหสิกรรมให้นะคะ ขอให้น้องได้เจอผู้ชายที่ดีกว่าสามีพี่ ได้เจอคนที่เขารักและพร้อมจะยกย่องให้เกียรติน้องได้จริงๆในเร็ววันนะคะ
เธอ : ขอบคุณค่ะ

.....................

6 โมงเช้าวันรุ่งขึ้นเธอโทรหาสามีเรา เราก็ไปนั่งฟังอยู่ข้างๆด้วย สามีเดินหนีเราก็เดินตาม เราเดาได้ว่าเธอคงเล่าที่เราโทรไป

สามี : ........ไม่ใช่......พี่ไม่เคยอยากมีเขา..........พี่รักหนูคนเดียว...........พี่ไม่รักเขาอีกแล้ว.........เดี๋ยวพี่จะบอกพ่อ พี่ไม่แคร์อะไรอีกแล้ว........ช่างมันพี่ไม่สน............พี่จะเลิกกับเขาแล้วไปอยู่กับหนู...........พี่แคร์หนูคนเดียว.........ฯลฯ

เรายืนฟังสามีพูด น้ำตาก็ไหลตลอดเวลา นึกถึงอดีตที่เขาเคยตามจีบเรา ความดีใจของเขาตอนที่เราตกลงรับรัก คำรักต่างๆนานาที่เขาเคยบอกเรา นึกถึงตอนที่รักกันเรามีความสุขกันยังไงบ้าง นึกถึงวันที่เขาได้เราครั้งแรกแล้วเขาบอกเราว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งเรา นึกถึงไดอารี่และจดหมายรักที่เขาเขียนถึงเรา นึกถึงตอนที่เราไปเที่ยวด้วยกัน นึกถึงตอนที่เราร้องไห้ด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน นึกถึงวันแต่งงานของเรา คำที่เขาพูดในงานแต่ง วันที่เขาพาเราไปจดทะเบียน ความทรงจำเหล่านี้มันไหลพรูเข้ามาไม่หยุด เราจำทุกอย่างได้ชัดเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ใครที่เคยรักกันมาก รักกันมานาน แต่สุดท้ายอีกฝ่ายก็หมดใจไปมีใหม่นั้น แล้วเฝ้าถามตัวเองว่าเป็นไปได้ยังไง เกิดขึ้นได้ยังไง เขาทำได้ยังไงไม่เข้าใจ ฯลฯ

เราอยากบอกให้รู้ว่า ใดๆในโลกมันไม่เที่ยงจริงๆ เขาเคยรักเรามากมายจนใครๆก็อิจฉา แต่พอเขาหมดใจดูคำที่เขาพูดสิ

.....................

พอสามีวางหูก็หันมาพูดกับเราว่าเธอขอเลิกกับเขา แต่เขาไม่ยอมเขาจะขึ้นไปง้อผู้หญิงคนนั้นให้กลับมา เราก็เลยถามว่าง้อให้เขากลับมาแล้วจะได้อะไร สามีบอกว่าเขาจะหย่ากับเรา เขารักเธอไม่ได้รักเราอีกแล้ว

ทั้งๆที่เราก็มีเตรียมทำใจไว้แล้วว่าสุดท้ายเราคงหย่าให้เขาเพราะรู้ตัวแล้วว่าเขาหมดรักและรู้ด้วยว่าเขาไม่มีวันเลิกกันหรอก เรากำลังทำใจและเตรียมตัวหาที่อยู่ใหม่ไปด้วยแต่นี่มันกะทันหันมาก เรายังทำใจให้เข้มแข็งไม่ได้เลย

เราร้องไห้อ้อนวอนขอให้เขาอย่าไป เราจะไม่ไปยุ่งกับคนที่เขารักอีกแล้ว เรายอมให้เขามีเธอคนนั้นเป็นเมียน้อยก็ได้ เราไม่ได้ต้องการให้เขากลับมารักเราเหมือนเดิม เราขอแค่ให้เราได้อยู่ดูแลได้อยู่ข้างๆได้เห็นเขาได้เป็นคนปรนนิบัติยามเขาเจ็บป่วยก็พอ เขาจะโทรหาเธอคนนั้นเมื่อไรก็ได้เราไม่ว่า เขาก็บอกว่า ถ้าเขายังอยู่กับเรา เธอคนนั้นก็จะเป็นทุกข์


เขาเข้าไปเก็บกระเป๋าเดินออกมา

เขา : ผมไปแล้วนะ
(เราเอาไดอารี่ออกมาให้เขาดู น้ำตาก็ไหลๆๆเต็มหน้าไปหมด)
เรา : จำได้ไหมว่าเรารักกันผ่านอะไรมาด้วยกันมากแค่ไหน จำได้ไหมวันแรกที่เธอได้ชั้นเธอบอกกับชั้นว่ายังไง
เขา : ลืมผมและไปหาผู้ชายคนใหม่ซะเถอะ ผมไม่ดีพอ คุณเลือกคนผิดแล้ว
เรา : ชั้นยกโทษให้เธอ ชั้นไม่โกรธไม่เกลียดเธอ อย่าทิ้งชั้นไป ชั้นรักเธอ อย่าไปเลยนะ แล้วชั้นจะอยู่ยังไง
เขา : โกรธผม เกลียดผมเถอะ ผมมันไม่ดีเอง ขอโทษที่ทำร้ายคุณแบบนี้ ชาติหน้าผมจะชดใช้ให้นะ
เรา : นี่เราเลิกกันจริงๆแล้วใช่ไหม....เธอไม่ให้โอกาสชั้นแล้วใช่ไหม....ชั้นรักเธอจริงๆ.......อยากอยู่ดูแลเธอไปจนแก่จนเฒ่า......ไม่เคยนึกเลยว่าเราต้องเลิกกัน
เขา : (น้ำตาคลอ)ผมก็ไม่เคยนึกว่าเรื่องของเรามันจะจบลงอย่างนี้ ไม่เคยคิดที่จะเลิกถึงได้แต่งงาน เคยนึกว่าเราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต
(เรารู้แล้วว่าเขาไม่เปลี่ยนใจ เลยขอกอดเขาเป็นครั้งสุดท้าย)
เรา : ชั้นรักเธอ ชั้นรักเธอ ดูแลตัวเองด้วยนะ ขอให้เธอมีความสุขกับเขานะ ลาก่อน

แล้วเขาก็ไป เราตามเขาไปจนถึงปากซอยที่เขาไปเรียกแท๊กซี่ เดินไปร้องไห้ไป แล้วก็ร้องไห้มาตลอดจนทุกวันนี้แต่ก็ค่อยๆน้อยลงๆไปตามกาลเวลา ตอนที่เขาไปแรกๆเรารู้สึกตัวมันโหวงๆ ใจก็ลอยไม่ค่อยมีสติ ดีที่มีคนมาอยู่เป็นเพื่อน มองไปทางไหนในบ้านก็มีแต่ความทรงจำเกี่ยวกับเขาเต็มไปหมด ไปตรงไหนก็มีแต่ที่ที่เคยไปกับเขา เจอคนรู้จักเข้ามาทักก็มักจะถามถึงเขาด้วยเพราะเราสองคนไปไหนก็ไปด้วยกันตลอด บ้านข้างๆเห็นเขาหายไปนานก็ถาม เราไม่รู้จะตอบยังไงดีก็เลยโกหกไปว่าได้งานต่างจังหวัดเขาจ้างให้ไปว่าความ 1 ปี

.....................

บริษัทที่เราทำงานอยู่ก็ดันมาปิดกิจการ เราต้องตกงานในเวลาไม่นานหลังจากที่เขาทิ้งเราไป ทางบ้านเรายิ่งกลัวเราเครียดมากเลยส่งน้องให้มาอยู่เป็นเพื่อนด้วย ทั้งน้องทั้งเพื่อนเราผลัดกันมาดูแลเราใหญ่เลยช่วงนั้น ทำให้เราได้เห็นว่ามีใครอีกหลายคนที่ยังรักเรา ความรักจากครอบครัวและเพื่อนๆช่วยเราไว้มากจริงๆ

ยอมรับว่าความรู้สึกอยากตายก็มีวูบๆเข้ามาบ้างเวลาที่เราจิตใจอ่อนแอมากๆ แต่เราก็พยายามไม่ฟุ้งซ่าน พยายามทำใจให้เข้มแข็ง...........พยายาม.......แล้วก็พยายาม.........อดทน.........แล้วก็........อดทน

กว่าจะผ่านช่วงนั้นมาได้เราย่ำแย่มากจริงๆ ช่วงไหนทำใจได้ก็ไม่ทุรนทุราย ปลงได้ว่าทุกอย่างในโลกล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ช่วงไหนทำไม่ได้ก็โทรไปตัดพ้อต่อว่าเขา ยิ่งเห็นว่าเขายังรักกันได้ดีอยู่ก็ยิ่งเจ็บปวด

ตอนที่เราคุมใจตัวเองไม่ได้นี่แย่จริงๆค่ะ ทำอะไรแย่ๆไปเยอะจากนางเอกก็กลายร่างเป็นนางมารได้ในพริบตา เราไปเรียกร้องค่าเลี้ยงดูจากเขาแต่เขาบอกไม่มีให้ แต่เรารู้มาว่าเขายังนั่งเครื่องไปหากันบ่อยๆเราก็วีนใส่เขา ไหนบอกไม่มีเงินแล้วทำไมยังจ่ายค่าเครื่องบินได้ เขาตอบกลับมาว่า นั่นเป็นความสุขของเขากับผู้หญิงคนนั้น เขายินดีจ่าย โอ้โหเราร้องห่มร้องไห้เป็นบ้าไปเลยช้ำใจจริงๆ

แล้วเราก็ได้โทรไปหาผู้หญิงคนนั้นด้วยหลังจากสามีออกจากบ้านไปไม่นาน เรากะแล้วว่าเธอไม่เลิกกับเขาหรอกถ้าเขาไปง้อแล้วก็จริงตามคาด เราถามเธอว่าไหนบอกว่าไปไง เธอบอกว่า......ก็ตอนนี้เขาไม่มีใครแล้วนี่คะ พี่คิดว่าเป็นเพราะหนูเหรอคะเขาถึงทิ้งพี่ไป พี่เขาบอกว่าถึงไม่มีหนูเขาก็จะเลิกกับพี่อยู่แล้ว......

พิมพ์ช้าหน่อยนะคะ นึกว่าทำใจได้แล้วแต่ก็ยังอดร้องไห้ไม่ได้

.....................

 

เราอยากให้เรื่องเราเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่อยากจะเล่นกับไฟ แล้วคิดว่าตัวเองแน่พอที่จะจัดการได้แบบที่สามีเราเคยเป็นมาก่อน แค่เริ่มคิดมันก็นำไปสู่การกระทำได้ง่ายๆแล้ว ดูสามีเราสิเขาเองยังไม่คิดเลยว่าเรื่องจะบานปลายไปถึงขนาดนี้ในตอนแรก

เราอยากจะวิงวอนให้คนในสังคมอย่าได้สนับสนุนการกระทำที่ไร้ศีลธรรม แบบเพื่อนๆของสามีเราที่ชักชวนเขาเข้าเว็บหาคู่ รู้ว่าเขามีกิ๊กก็ไม่มีการตักเตือนแถมยังเปิดโอกาสให้เขามีอะไรกันได้ง่ายๆ แล้วก็เอามาคุยเป็นเรื่องสนุกทำนองว่าเก่งด้วยเป็นการส่งเสริมความคิดอย่างผิดๆ เพื่อนเขารู้จักเราทุกคนแต่ไม่มีใครเตือนเราให้รู้ถึงสัญญาณอันตรายนี้เลย กลับปล่อยให้เขาถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น (ที่มาบอกทีหลังก็เพราะสงสารหรืออาจจะสมเพชที่เราไม่ยอมตัดใจจากเขาเสียที)

พี่ที่ทำงานเขาพอรู้ว่าเขาเลิกกับเราก็พูดกับเขาว่าเขาโง่ไปให้เมียรู้ทำไมแอบมีเงียบๆก็ได้ไม่เห็นเป็นไร หัวหน้าเขาก็มีเมียน้อยแถมยังเคยพูดในงานแต่งเราด้วยนะว่าแต่งงานก็เหมือนตกนรก ออฟฟิศที่มีแต่ผู้ชายมันเป็นอย่างนี้เหรอกินเหล้าสูบบุหรี่เที่ยวผู้หญิงหรือสามีเราซวยเองได้ที่ทำงานที่สังคมไม่ดี

เราอยากจะบอกว่ายังมีผู้ชายที่ไม่แคร์อะไรเลยนอกจากความรักล้วนๆอย่างสามีเราคนหนึ่งล่ะ เขาทำให้เรารู้ว่าเรามีความเชื่อที่ผิดว่า

- ผู้ชายชอบผู้หญิงบริสุทธิ์มากกว่า..........แต่สำหรับเขาขอเพียงแค่รักเรื่องนี้ไม่สำคัญ
- คนที่ชอบอะไรเหมือนๆกันจะไปกันได้ด้วยดี..........เขากับเราชอบอะไรเหมือนๆกัน ไม่เที่ยวกลางคืนชอบธรรมชาติชอบความสงบ อ่านหนังสือเหมือนๆกัน ฟังเพลงแนวเดียวกันพวก easy listening ชอบของเก่า  แต่เขากับผู้หญิงคนนั้นเขาบอกว่าไม่มีอะไรที่ชอบเหมือนกันเลย เธอเที่ยวกลางคืน ชอบเต้นรำ ไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่งตัวเก่ง ฟังเพลงแดนซ์ ไม่ชอบของเก่า
- อุปนิสัยความชอบส่วนตัวเปลี่ยนยาก..........เขาไม่ชอบเข้าผับหรือเธค ไม่ชอบร้องคาราโอเกะเพราะเขาไม่ชอบที่เสียงดัง แต่เขาก็เปลี่ยนเมื่อเจอเธอ เราเจอสลิปที่เขาไปรูดเป็นชื่อบาร์แห่งหนึ่งรูดตอนตีสอง พอถามเขาเขาก็ยอมรับว่าไปเที่ยวกับผู้หญิงคนนั้น ไปทั้งผับ เธค คาราโอเกะน่ะแหละ เรางงไปเลยเพราะเขาไม่ชอบเที่ยวพวกนี้จริงๆแต่ก่อนเราลากให้เข้ายังไงก็ไม่ไป ชวนไปเกะก็ไม่เอา

เขาบอกเราว่าเขาก็เหมือนกับเพลงของแบล็คเฮดที่ร้องว่า...เธอไม่จำเป็นต้องดีที่สุดแต่ว่าเธอสำคัญที่สุดสำหรับฉัน...เขาไม่แคร์ว่าเธอจะเป็นยังไงมาก่อนในอดีตขอแค่ว่าปัจจุบันนี้เธอรักเขาก็พอแล้ว

ถ้าใครถามเราว่ารักแท้ในเน็ตมีจริงรึเปล่า เราตอบได้เต็มปากเลยว่ามี

สามีเรายอมทิ้งความสบาย(อยู่กับเราเราเลี้ยง รถก็ใช้ของเรา เพราะเขาไม่ค่อยมีเงินมาตั้งแต่ที่คบเป็นแฟนแล้ว ทำงานก็ไม่มีเงินเดือนอาศัยเรียกค่าแรงจากแต่ละคดีที่เข้ามาซึ่งรายได้มันก็น้อย) ทุกวันนี้เขาอาศัยนอนที่ห้องนอนแม่บ้าน(ซึ่งลาออกไปพอดี)ที่ออฟฟิศ จะไปหาลูกความหรือไปศาลก็ต้องคอยอาศัยติดรถคนอื่นที่เขาผ่านไปด้วย พ่อเขารู้เรื่องมาร้องไห้ทั้งน้ำตาให้เขากลับมาหาเรา อย่าไปหลงผิด เขาก็ไม่ฟังยอมตัดขาดไม่เอาพ่อแม่พี่น้อง ทุกอย่างทำเพื่อผู้หญิงคนนั้น คนเราจะยอมลำบากเพื่ออะไรอีกเล่าถ้าไม่ใช่เพราะรัก

.....................

สิ่งที่ทำให้เขาเบื่อเราก็คือเรื่องเวลาที่เราต้องการจากเขามากตั้งแต่แต่งงานมา เราไม่อยากให้เขากลับบ้านดึก ไม่ชอบให้เขาเกรงใจเจ้านายเวลาเจ้านายเอาเขาไปเป็นเพื่อนกินเหล้า ไม่อยากให้เขาต้องอยู่เวรที่ออฟฟิศเพื่อเงินไม่กี่บาท

เราไม่รู้ตัวเลยว่าความต้องการของเราสองคนมันเริ่มสวนทางกันตั้งแต่เมื่อไร

เขาอยากจะมีเวลาส่วนตัวที่ไม่ได้อยู่กับเรา เราก็งงทีแต่ก่อนรักกันใหม่ๆเราก็บอกให้เขาไปมีเวลาส่วนตัวไปอยู่กับเพื่อนบ้างเถอะอย่ามาแปะติดกับเรานักเลยเราอยากมีเวลาเป็นของเราบ้าง เขาก็ไม่ไปบอกว่าแค่ได้อยู่กับเราเขาก็มีความสุขแล้วคนอื่นเขาไม่ต้องการ ไม่ยอมให้เราไปอยู่กับเพื่อนเรียกร้องเวลาจากเรามากจนสุดท้ายชีวิตเรามีแต่เขา ผ่านไปสิบกว่าปีเขาก็มาบอกว่าเขาอยากได้เวลาส่วนตัว

เขาบอกว่าอยากอยู่กับเพื่อนบ้าง ที่ทำงานเขาผู้ชายเยอะตั้งวงกินเหล้ากันทุกวันหลังเลิกงาน เราถามว่าอาทิตย์นึงทำงาน 6 วันๆนึงก็อยู่ที่ออฟฟิศไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมงเราไม่เข้าใจว่ายังอยู่ยังคุยกันไม่พอหรือไง ในหนึ่งวันนี่เราสามีภรรยาได้เจอได้คุยกันยังไม่ถึงชั่วโมงเลยนะ คนเรามีชีวิตอยู่ที่ทำงานมากกว่าที่บ้านซะอีก รู้ไหมว่ากลับมาเห็นบ้านปิดไฟมืดแล้วมันเหงาขนาดไหน

ในความคิดเราเมื่อแต่งงานแล้วครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อนเองเมื่อมีครอบครัวเขาก็ต้องกลับไปดูแลเอาใจใส่ครอบครัวเช่นกันไม่ใช่หรือเพราะคนที่จะอยู่กับเราไปจนตายคือครอบครัว

ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงอยากมีเวลาให้ตัวเอง ตอนที่เราแต่งงานกันเขาเพิ่งจะเริ่มทำงาน ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่เรียนมาตลอด(โทกับเนฯ) เขาเลยไม่มีสังคมมีแต่เรา ก็เลยตัวแปะติดกันกับเราตลอดเวลา พอได้ทำงานเขามีเพื่อนเขาสนุก เขาเริ่มชีวิตการทำงานช้าไป ในขณะที่เราจบตรีปุ๊บทำงานปั๊บ เราสนุกพอแล้ว

ตอนที่แต่งงานเรามาถึงจุดที่ต้องการครอบครัวแล้ว แต่เขาไม่ใช่

.....................

สามีติดต่อเรามาทีหลังว่าเรื่องหย่าให้เลื่อนไปก่อน รอให้เขาสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาผ่านก่อนแล้วกัน เพราะถ้าหย่าตอนนี้เขากลัวมีผลกระทบ

เรายังไม่มีลูกเพราะเขาอยากให้เขามั่นคงเรื่องงานก่อนจึงกะว่าถ้าเขาสอบผ่านแล้วค่อยมี

ที่เขาไม่นอนกับเราตอนแรกๆก็เพราะกลัวเราติดโรค แต่ตอนหลังไม่ใช่แล้ว เพราะเขาบอกเราว่าเขาไม่อยากทำให้เธอคนนั้นเสียใจถ้ารู้ว่ามามีอะไรกับเรา เธอคนนั้นเองก็ถามเขาตลอดว่ามีอะไรกับเรารึยัง เพราะเธอคงไม่มั่นใจว่าเขารักเธอจริง ตรงนี้เรานับถือเขานะว่ารักและซื่อสัตย์กับเธอคนนั้นจริงๆ และเขาก็ใจเด็ดพอที่จะไม่เอาเปรียบร่างกายเราไม่ว่าเราจะปลุกอารมณ์เขายังไงก็ตาม(ตอนที่เรายังไม่รู้เรื่อง)

เคยอ่านหนังสือเจอว่าผู้หญิงที่มาเป็นเมียน้อยเพราะขาดความอบอุ่น ผู้ชายที่แต่งงานแล้วมีภาพพจน์ของครอบครัวดูน่าอบอุ่น และเขาคงเป็นคนดีถึงมีคนเอา เคสของเราใช่เลยค่ะ

ผู้หญิงคนนั้นเขาไม่ต้องการเงินทองเพราะเขามีธุรกิจที่บ้าน จบการศึกษาปริญญาตรี แต่ขาดความอบอุ่น พ่อแม่เลิกกันตั้งแต่ยังเล็ก พี่สาวแม่เลยรับเขาเป็นลูกบุญธรรม เราเข้าใจว่าเขาโหยหาความรัก อยากได้คนมาเอาใจใส่ดูแล ที่เขาเลิกกับแฟนเก่าก็เพราะไม่เอาใจแบบที่สามีเราทำ

สามีเราเขาเป็นคนสุภาพ เงียบๆไม่ค่อยพูดแต่พูดทีก็ยิงมุกหน้าตาย ทำเอาคนหัวเราะกันครืน นี่เป็นเสน่ห์ของเขา เวลารักนะเขาจะดูแลเอาใจใส่ดีมากดีจริงๆริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม เวลาเราทำงานเหนื่อยๆก็มานวดขาให้ ตามใจและเอาใจทุกอย่าง ก่อนที่เขาจะได้งานทำเขาก็ซักผ้ารีดผ้าให้เราด้วยเพราะเราทำงานนอกบ้านไม่มีเวลา เป็นสามีในฝันจริงๆ เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงตัดใจจากเขาไม่ได้ เวลาดีก็เป็นพ่อพระเลยเรียกว่าถ้าอุ้มเราเดินได้ก็คงอุ้มไปแล้ว แต่หมดรักแล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเลย

ที่เขาเป็นไปได้ขนาดนี้ เราคิดว่ามาจากเพื่อนรอบข้างด้วยส่วนหนึ่งที่มองว่ากิ๊กไม่ใช่เรื่องผิดที่จะมี แต่คนพวกนั้นเขาเชี่ยวชาญกว่าสามีเราแยกแยะออกว่าอันไหนจริงอันไหนฝัน แต่สามีเราแยกไม่ได้เพราะพื้นฐานจิตใจเป็นคนที่ทำอะไรตามหัวใจตัวเองมากกว่าที่จะมานั่งคิดถึงเหตุผล เขาไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์แต่เขาไม่รู้ตัวแถมมั่นใจตัวเองอย่างผิดๆว่าตัวนั้นแน่จัดการเรื่องได้เหมือนที่เพื่อนคนอื่นๆเขาทำกัน สุดท้ายเขาก็ปล่อยใจให้เตลิดไปตามอารมณ์จนถอนตัวไม่ขึ้น

.....................

จุดเริ่มต้นแค่จากความเอาเล่นๆสนุกๆของเขากลับบานปลายเลยเถิดเป็นเรื่องราวที่เราได้เล่าให้ฟัง เจ้าตัวคนทำเองก็ยังไม่คาดคิดว่าแค่ความคิดฟันแล้วทิ้งในตอนแรกจะกลายเป็นจุดจบของความรักกับคนที่เขาเคยคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดไป

เราแยกกันอยู่กับเขามา 4 เดือนแล้ว เวลาก็ช่วยให้ทำใจได้มากขึ้น กำลังใจที่เราได้จากเพื่อนๆใน pantip ตอนที่เรามาตั้งกระทู้เวลามีปัญหาก็ช่วยเราได้เยอะ ขอบคุณมากจริงๆทั้งๆที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเลยแท้ๆ

เราไม่คิดว่าเรากับเขาจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกแล้ว เพราะครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันเขาโกรธเรามากที่เราโทรไปฟ้องแม่ผู้หญิงคนนั้นจนทำให้แม่โกรธไม่ยอมคุยกับลูกสาว ตอนนั้นเราเกิดฟุ้งซ่านคุมใจไม่ได้ อยากให้เขาเจ็บไม่อยากให้เขามีความสุข อยากจะแก้แค้น บอกแล้วว่าเวลาคุมไม่อยู่เราก็เป็นนางมาร

เขาพูดกับเราว่า “ต่อไปไม่ต้องมาให้เห็นหน้ากันอีก ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ไม่มีวันทำลายความรักของเขากับเธอได้ ถึงเขาเลิกกับผู้หญิงคนนี้เขาก็ไม่มีวันกลับมาหาเรา”

เรานั่งร้องไห้อยู่สามชั่วโมง เพราะตอนนั้นเรายังรักเขาตัดใจไม่ได้ทำใจไม่ได้ เราอยู่คนเดียว(เพื่อนกับน้องไม่อยู่แล้ว)ก็เริ่มกลัวว่าจะคิดสั้นเลยเก็บกระเป๋าเข้าวัดบวชชีไป 3 วัน ตอนออกมาตัวเบาใจเบาไปแยะ เราคิดว่าเรายังโชคดีที่น้อมเอาธรรมะมาอยู่ในใจได้ ถึงเรายังไม่หาย 100% แต่เราก็เชื่อว่าเวลาที่ผ่านไปจะช่วยให้เราดีขึ้นเรื่อยๆเอง

เราไม่ต้องการอะไรจากเขา ค่าเลี้ยงดูก็ไม่เอาแล้ว เราอโหสิกรรมให้เขากับเธอคนนั้น ไม่อยากติดหนี้อะไรกันอีก อยากชดใช้กรรมให้หมด พ่อแม่เราอาจจะเสียใจถ้ารู้ว่าเราไม่เอาอะไรจากเขาเลยเพราะตอนแต่งก็ไม่ได้เรียกสินสอดเนื่องจากบ้านเขาตอนนั้นมีปัญหาการเงิน

พ่อแม่เรายกเราให้เขาโดยไม่เอาอะไรสักบาทเพราะเห็นว่าเขาเป็นคนดีรักและดูแลเรามาตั้งนานขนาดเราไปเรียนเมืองนอกเขาก็ยังไม่เปลี่ยนใจ เราเชื่อว่าสุดท้ายแล้วพ่อกับแม่คงเข้าใจเราถ้าเราจะเดินออกไปตัวเปล่า

ถ้าเรื่องของเราจะสามารถช่วยให้คู่รักหลายๆคู่ระวังและไม่ประมาทในการใช้ชีวิตรัก ไม่ทำร้ายหัวใจกันและกัน ช่วยเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังทุกข์ เราจะดีใจมากเพราะเราไม่อยากเห็นใครต้องมาเจ็บช้ำกับความรัก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีความสุขกันทุกคน

วันนี้วันลอยกระทง เราเคยลอยกับเขาทุกปี ตอนไปเรียนนอกก็ยังกลับมาลอยกับเขา งานนี้จะเป็นเทศกาลแรกที่เราจะไม่มีเขาร่วมหัวเราะอยู่ข้างๆอีกต่อไป รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน แต่เราเชื่อว่าไม่ว่าจะอีกกี่เทศกาลเราก็จะค่อยๆคุ้นเคยขึ้นที่จะฉลองโดยไม่มีเขา

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดขึ้น...ตั้งอยู่....แล้วก็ดับไป

ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจนะคะ เราจะเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆแน่นอน

 

ที่มา: http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L3882531/L3882531.html

 

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic