วรรณกรรม

 

เมื่อคืนเข้าไปแวะอ่านนิยายมาที่ เวบวรรณกรรม

เวบนี้ บิ๊กเคยส่งมาให้ดูตั้งนานแล้ว ก็เคยแวะเข้ามาดูคร่าว ๆ  เป็นเวบที่จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการนำวรรณกรรมมาแปลเป็นภาษาไทย แล้วให้คนได้เข้ามาอ่านวรรณกรรมดี ๆ บางวรรณกรรมที่เอามาแปล มีการเอามาลงทั้งภาษาดั้งเดิม กับฉบับแปล ควบคู่กันไป นอกจากนี้ พวกความคิดเห็นของคนที่เข้ามาอ่าน บางทีก็ช่วยออกความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ภาษาในการแปล  เลยได้เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปด้วย
 
เป็นเวบไซต์ที่ดีมาก และน่าสนับสนุน และชอบมากที่เขาเลือกใช้ตัวอักษรของหนังสือ ตัวโตมาก อ่านสบายตา  เพราะปกติ ก็ยังเป็นคนที่ไม่สามารถอ่านพวกนิยายจากหน้าจอได้ ชอบอ่านจากหนังสือมากกว่า (เพราะนอนกลิ้งไป กลิ้งมา อ่านได้ด้วย แหะ แหะ)

เรื่องที่อ่านเมื่อคืน คลิ๊กมั่วเข้าไปอ่าน อ่านไปอ่านมามันส์ดี  เลยนั่งอ่านจนจบ เป็นเรื่องของนักศึกษา ต้องการหาที่สงบ เพื่อศึกษาตำรา เลยอออกเดินทางหาสถานที่ที่ไม่รู้จัก เพื่อไปปลีกวิเวก แล้วก็ได้ไปอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง พร้อมกับไปพบบ้านเก่าหลังหนึ่ง ที่รู้สึกชอบมาก เลยตัดสินใจที่จะเช่า โดยไม่ได้รู้เลยว่า บ้านหลังนี้ เป็นบ้านของอดีตผู้พิพากษา และมีเรื่องราวลึกลับเกี่ยวกับบ้านหลังนี้มากมาย เป็นเรื่องเล่าเก่าแก่ของคนในหมู่บ้าน แล้วในที่สุด เขาก็เขาไปอยู่บ้านหลังนี้ แล้วเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลต่าง ๆ ก็เริ่มเกิดขึ้น ....

สยองขวัญมาก อ่านตอนประมาณตีสอง ท่ามกลางบรรยากาศวังเวง วังเวง รอบตัว พออ่านมาถึงตอนจบ สะดุ้งเลย บรื่ออออส์ น่ากลัวอย่างร้ายกาจ >.< คิดดู ภาพจินตนการที่นึกตอนอ่าน ติดกับไปโผล่ในฝันด้วย เมื่อคืนเลยนอนฝันร้ายเลย

อย่างที่บอก คลิ๊กเข้าไปอ่านมั่ว ๆ ไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าใครเขียน ด้วยเหตุนี้ พออ่านจบ เลยคลิ๊กออกมาดู ใครเขียนหว่า? ขอดูชื่อหน่อยดิ ... ฺBram Stoker ... โอ้ ถึง บางอ้อ ไม่น่า มันถึงได้ขนพองสยองเกล้าแบบนี้

เรื่องที่ว่า คือเรื่อง The Judge's House ใครสนใจ ตามลิงค์ข้างบนไปอ่านได้

ต่อจากนั้น ก็แวะเข้าไปอ่านเวบบอร์ดเข้า เลยเพิ่งได้ไปรู้เรื่องราวคดีฟ้องร้องระหว่าสองสำนักพิมพ์เกี่ยวกับลิขสิทธิ์การแปลนวนิยายของคุณป้าอกาธา คริสตี้ ในภาษาไทย เป็นคดีที่ฟ้องร้องกันมาถึง 9 ปี เรียกค่าเสียหาย 35 ล้านบาท คดีเพิ่งสิ้นสุดไปเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นคดีที่น่าสนใจมากทีเดียว แล้วเพิ่งรู้ด้วยว่า เป็นหัวข้อที่แบบคุยกันใหญ่ใน 'ห้องสมุด' ที่พันทิบด้วย (แบบว่า ช่วงหลังไม่ได้เข้า 'ห้องสมุด' เลยตกข่าวอย่างแรง)

โจทย์คือสำนักพิมพ์เรือสำปั้น ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่ได้รับลิขสิทธ์ของนิยายอกาธามา ฟ้อง สำนักพิมพ์ 'น้องใหม่' ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ในเครือ 'สร้างสรรค์วิชาการ'  ที่ตีพิมพ์นวนิยายของอกาธา ในฉบับแปลไทยออกมาวางขาย

ปรากฏว่า คำตัดสินของศาลคือ ยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า

' ....  ผู้แปลมีลิขสิทธิ์ในงานแปล สามารถพิมพ์จำหน่ายได้แม้ในปัจจุบัน โดยไม่ต้องขออนุญาตโจทก์ อีกทั้งข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยนำคำแปลดังกล่าวมาจัดพิมพ์จำหน่ายโดยไม่รู้อยู่ก่อนว่าเป็นคำแปลที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ ถือว่าไม่มีเจตนากระทำผิดทางอาญา ...'

และพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ ก็มีกล่าวถืงด้วยว่า วรรณกรรมต่างประเทศ ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่มีการนำมาแปลเผยแพร่ ภายในเวลาสิบปี ให้ถือว่า สิทธิ์ที่ห้ามมิให้พิมพ์ซ้ำหรือดัดแปลงเป็นอันสิ้นสุด

ซึ่งในกรณี สำนักพิมพ์เรือสำปั้น เป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์มาก็จริง แต่ไม่ได้ตีพิมพ์งานแปลของอกาธาเลย ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา และนอกจากนี้ สำนักพิมพ์น้องใหม่ ก็ตีพิมพ์งานแปลของคุณป้าอกาธา มาตั้งแต่ก่อนที่ พ. ร. บ. ลิขสิทธิ์ปี 2537 จะประกาศใช้

โดยส่วนตัวเลย อ่านแล้ว รู้สึกดีใจมาก ที่คดีตัดสินมาแบบนี้ แม้สำนักพิมพ์น้องใหม่ จะเป็นฝ่ายไปละเมิดลิขสิทธิ์เขาก็ตาม เหตุผลคือ

1) (อันนี้งี่เง่าหน่อย) เราสะสมนิยาอกาธาภาษาไทยด้วย ก็ของสำนักพิมพ์น้องใหม่นั่นแหละ ถ้าเขาไม่ให้พิมพ์ออกจำหน่ายอีก ก็อดสะสมพอดี

2) เรารู้สึกยกย่องสำนักพิมพ์สร้างสรรค์วิชาการเป็นการส่วนตัว

ถ้าใครเป็นพวกแฟนวรรณกรรมคลาสิก หรือ วรรณกรรมจีน จะคุ้นเคยชื่อสำนักพิมพ์สร้างสรรค์วิชาการดี เพราะเป็นสำนักพิมพ์ที่แปลงานพวกนี้ออกมาเยอะมาก ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่า การเลือกที่จะแปลพวกงานวรรณกรรมออกมาขายนี่ คงไม่ได้กำรี้กำไรสักเท่าไร เพราะมันไม่ใช่หนังสือที่จะขายได้มโหฬาร เป็นที่นิยมอ่านอย่างกว้างขวาง แต่ก็ยังเลือกที่จะแปลออกมาขาย ทำให้คนได้มีโอกาสอ่านงานดี ๆ โดยไม่ถูกจำกัดทางด้านภาษา ยิ่งช่วงหลัง ยิ่งมีงานวรรณกรรมดี ๆ ที่ไม่นึกว่าจะมีใครแปลออกมาออกมาโดยสำนักพิมพ์นี้ เราเลยยิ่งรู้สึกชื่นชม

ถ้ามีไปงานสัปดาห์หนังสือ ทุกครั้งต้องแวะไปซื้อหนังสือของสำนักพิมพ์นี้ติดไม้ติดมือมา เอาไปแจก โฆษณา ให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ช่วยกันอ่าน  ช่วยอุดหนุนเขา

3) งานเขียน มันเป็นแหล่งความรู้ของมวลชน  ไม่ใช่สิ่งของ!!! ที่ใครนึกว่า ซื้อมา แล้วอยากจะครอบครองนานแค่ไหนก็ได้ เพราะตูซื้อมาแล้ว เหมือนที่ สำนักพิมพ์เรือสำปั้นทำ  ตัวเองไม่ตีพิมพ์ แต่พอใครเอาออกมาตีพิมพ์ เผยแพร่ ก็คอยไปเรียกร้องโวยวายว่า ขโมยของของเขาไป ดีแล้วที่มีพระราชกฤษฏีกา กำกับเรื่องลิขสิทธิ์ ที่กำหนดให้ลิขสิทธิ์สิ้นสุด เมื่อครอบครองโดยไม่เผยแพร่เกินระยะเวลาหนึ่ง

ทั้งหมดเหตุผลส่วนตัวที่ค่อนข้าง bias ถ้าใครมองต่างมุม ก็ไม่เป็นไรค่ะ :)

 

ปัจฉิมลิขิต

จริง ๆ นิยายอกาธาฉบับของสร้างสรรค์ ที่เป็นของพวกนักแปลรุ่นเก่า บางอันก็แปลไม่ค่อยดีเลยอะ

ส่วนของสำนักพิมพ์เรือสำปั้น ไม่รู้แปลเป็นไง ไม่เคยอ่าน ตอนนี้มีออกมาวางขายคู่กับของสร้างสรรค์ ว่ากลับเมืองไทย จะไปตามซื้อเก็บไว้เหมือนกัน

ถือโอกาสอุดหนุนเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริงด้วยละกัน

 


Por Una Cabeza
ประพันธ์ โดย Carlos Gardel
บรรเลง โดย Boston Pops Orchestra
ไวโอลิน โดย Itzhak Perlman
ภายในการนำของ John Williams

we are in diaryis.com family | developed by 7republic