วันสบาย ๆ ที่ Edinburgh

 

เกริ่น

วันนี้เน้นเอารูปที่ต้องซ่าส์ส่งมาลงน่ะค่ะ รู้สึก เมื่อวาน จะพูดมากไปหน่อย เขาส่งรูปมาซะเยอะ เอามาลงกระหยิม วันนี้จะหุบปาก พูดน้อย ๆ เอารูปลงเยอะ ๆ แล้วบรรยายรูปเอา

รูปส่วนใหญ่ของต้องซ่าส์ มีของรี่ผสมมาบ้างประปราย

........................

 

หลังจาก ทัวร์ไป Loch Lomond งด วันรุ่งขึ้น เราก็เดินเที่ยวเล่นรอบเมือง Edinburgh ตั้งใจว่า จะขึ้นไป Castle Hill ไปดูปราสาทแห่ง Edinburgh

ระหว่างทางเราก็แวะที่มหาวิหาร St Giles มหาวิหารประจำเมือง Edinburgh สร้างอุทิศแก่นักบุญ Giles ซึ่งเป็นนักบุญพิทักษ์คนพิการและผู้เป็นโรคเรื้อน เหตุเพราะตามพระประวัติ นักบุญ Giles ได้ช่วยกวางที่ต้องธนูของกษัตริย์ Wamba ที่ออกล่าสัตว์ นักบุญ Giles  เป็นนักบุญที่เป็นที่นิยมเคารพบูชามากในช่วงยุคกลางของยุโรป

 

 

ภายนอกมหาวิหาร St Giles ที่โดดเด่นด้วยยอดแหลมรูปมงกุฏ

 

  

เมื่อเดินเข้าไป ก็จะพบกับรูปปั้นของ John Knox ผู้นำการปฏิรูปศาสนาในสก็อตแลนด์ และอดีตพระประจำมหาวิหารแห่งนี้ในช่วงปี 1562 - 1570

 

  

Albany Aisle

 

 

Screen ที่ North Porch บริเวณ Sanctury ของโบสถ์ สร้างขึ้นปลายศตวรรษที่ 19 ลายสลักแถวล่าง จะเป็นรูปแทนสมาคมช่างต่าง ๆ ในเมือง ส่วนแถวบน จะเป็นรูปนักบุญพิท้กษ์กลุ่มช่างเหล่านั้น

 

 

 

Pulpit ที่มีลายสลักโดยรอบหกด้านแสดง Six Acts Of Mercy จาก Matthew 25:35-36  ที่ว่า

For I was hungry and you gave me something to eat,
I was thirsty and you gave me something to drink,
I was a stranger and you invited me in,
I needed clothes and you clothed me,
I was sick and you looked after me,
I was in prison and you came to visit me.

 

 

vaulting ใน Thistle Chapel ซึ่งสร้างแด่ Order of The Thistle ซึ่งเป็น order of chivalry ที่เก่าแก่และสูงค่าสุดของสก็อตแลนด์

เห็นสัญลักษณ์วงกลมที่เด่นสุดตรงกลางไหมคะ? อันนี้เป็นตราสัญลักษณ์ของ Order of The Thistle ซึ่งมีรูป ดอก Thistle อยู่ตรงกลางซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติสก็อตแลนด์ อ้อ แล้วก็เป็นอาหารโปรดของ Eeyore เพื่อนหมีพูห์ด้วยค่ะ  ^^

ต่อไปก็เป็นรูปภายใน chapel นะค่ะ

 

 

กระจกสีทางด้านทิศตะวันออก แสดงนักบุญ Andrew นักบุญพิท้กษ์ Order Of The Thistle

ถัดลงมาจะเป็น Holy Table สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รำลึกแด่ กษัตริย์ George ที่ห้า

 

 

อันนี้เป็นด้านทิศตะวันตกของ Chapel กระจกสีด้านบน เป็น Coat of Arms เก่าแก่ของกษัตริย์และราชินีแห่งสก็อตส์ค่ะ (Royal Coat Of Arms Of Scotland) 

 

 

ถัดลงมาคือพระที่นั่ง Sovereign's Stall และส่วนที่นั่งด้านข้าง จะเป็นของพวกเหล่าอัศวินใน Order ค่ะ

 

ก่อนออกนอกโบสถ์ก็จะเจอ Memorial ที่สร้างระลึกแด่ Robert Louis Stevenson เจ้าของผลงาน 'เกาะมหาสมบัติ' นิยายการผจญภัยขวัญใจเด็ก ๆ Stevenson เกิดที่ Edinburgh นี่ละค่ะ

 

  

 

อเดินออกจากโบสถ์ ก็ไปเจอบ้านของ Robert Burns ดี๊ด๊า ดีใจใหญ่ รีบวิ่งไปถ่ายรูป

 

    

 

หลังจากนั้นเราก็พยายามเดินต่อไปยัง castle ค่ะ แต่ก็ไม่ถึงสักกะที เพราะบางทีก็หลง ๆ เอ๋อ ๆ งง ๆ แบบนี้

 

 

 

หรือไม่ก็ไปเจอของเล่นสนุก ๆ แบบนี้

 

 

กระจกหน้า Camera Obscura ทีทำให้เราแปลงร่างเป็นซูโม่กัน รี่ยังกับคนบ้า ไปยืนหัวเราก๊ากเป็นนานสองนานอยู่หน้ากระจกนี้

 

หลังจากตุรัดตุเหร่ไปเรื่อย ในที่สุดก็ถึง Edinburgh Castle

 

 

 

แต่ไม่ได้เข้า เพราะรู้สึกบัตรแพง แล้วข้างใน ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไร สำหรับเรา ก็เลยเดินถ่ายรูปวิวโดยรอบ castle แค่นั้น

 

 

 

 

 

พอเดินกลับกัน ก็เจอร้านขายของที่ระลึก ที่ด้านล่าง เขามีสาธิตการทอ Kilt ต้องซ่าส์ก็เลยลงไปเดินดูเล่น

 

 

 

ระหว่างยืนรอ รี่ไม่รู้ทำอะไร ก็เลยไปก่อเรื่องก่อราวอยู่หน้าร้าน :( แบบนี้ ...

 

 

เรื่องมีอยู่ว่า เห็นไอ้เจ้าเครื่องพริ้นต์รูป ที่เอา memory card ใส่เข้าไป แล้วพริ้นต์รูปออกมา รี่ก็เลยเอา card ของตัวเองใส่เข้าไปดู ในระหว่างจะใส่ เนื่องด้วย แต่เช้า ยังไม่มีคาเฟอีนตกในกระแสเลือด สมองเบลอจัด มือไม้ก็อ่อนระโหย ดันทำ card ตกลงไปในช่องไหนสักช่อง ที่มันไม่ใช่ช่องสำหรับ card ของรี่ งานนี้ก็ยุ่งเลยครับ เจ้าหน้าที่ก็มาทั้งเลาะเครื่อง ควานหา ติดต่อบริษัทเจ้าของเครื่อง ฯลฯ

อายมากถึงมากที่สุด สงสารพนักงานเขาด้วย แบบแทบจะกราบขอโทษเป็นสิบ ๆ รอบ เฮอ ...

ออกจากร้าน ก็รีบเดินลิ่วลงมาจาก Castle Hill เพื่อไปยัง Princes St ไปหาอะไรกิน เพราะบ่ายสามกว่าแล้ว

อันนี้ก็เป็นวิว ที่ต้องซ่าส์ ถ่ายระหว่างทาง

 

 

 

และแล้ว ก็ถึง Princes St ตอนนี้ ถนนนี้ มีของเล่นเต็มไปหมด ที่มาตั้ง สำหรับเทศการงานรื่นเริงช่วงหน้าหนาวนี้ อ้อ หอแหลมที่เห็นในรูป เป็น Memorial ของ Sir Walter Scott นะค่ะ นักเขียนชาวสก็อต งานของเขาที่นึกออกก็ ivanhoe กับ Rob Roy อะค่ะ

 

 

หลังจากทานข้าวเสร็จ ก็แยกกัน ต้องซ่าส์จะไปถ่ายรูปที่ Calton Hill ส่วนรี่ จะไปดูภาพเขียนที่ Royal Acedemy Of Scotland แต่ท้ายที่สุด ระหว่างเดินดูภาพอยู่ ก็เจอต้องซ่าส์ ที่เปลี่ยนใจไม่ไป Calton Hill เพราะฝนลงเม็ดแล้ว

ออกจาก Acedemy เดินเล่นตรง Princes St ต้องซ่าส์ ก็ตาไวมาก เห็นคนถือป้าย Buy One Get One FREE สำหรับร้านบุฟเฟต์อาหารจีน ที่เราเล็งจะมาทานกันเมื่อคืนก่อนนู้น ก็เลยรีบวิ่งแจ้นเข้าไปหม่ำกัน ทั้ง ๆ ที่เพิ่งหม่ำไปเมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้า!!!

อิ่มหนำสำราญ ก็กลับบ้านพักผ่อนกายา อยู่ในคอกขัง เตรียมชั่งขายรายตัวเอย ...

 


Emile Waldteufel: Les Patineurs

เกี่ยวกับเพลง

ข้างถนน Princes คือสวน Princes Garden ซึ่งในเทศกาลฤดูหนาวแบบนี้ มีลานสเก็ตน้ำแข็ง ให้ผู้คนมาสนุกสนานกัน 

และด้านข้างลานสเก็ต ป้ายที่เชิญชวนให้ผู้คนมาเล่นสเก็ต  ก็เลือกที่จะใช้ภาพที่แสดงท่วงท่าการเล่นสเก็ตที่งดงามชองหลวงพ่อ Robert Walker ภาพนี้


Revd Dr Robert Walker Skating on Duddingston Loch
โดย Sir Henry Raeburn
ที่มา หอศิลป์แห่งชาติ สก็อตแลนด์

 

ภาพนี้เป็นผลงานชิ้นเอกของหอศิลป์แห่งชาติ สก็อตแลนด์ ที่อยู่ไม่ไกลออกไปนักจาก ลานสเก็ต

ถ้าได้มีโอกาสไปเดินที่หอศิลป์ จะไม่มีทางพลาดที่จะเห็นภาพนี้เป็นอันขาด เพราะภาพนี้ถูกใช้เป็นโลโก้หลักของหอศิลป์แห่งนี้ ปรากฏใน แผ่นพับ พวงกุญแจ แม่เหล็กติดตู้เย็น หรือแม้แต่ถุงกระดาษใส่ของในร้านขายของที่ระลึก

วันแรกที่มาถึง เดินเห็นผู้คนเล่นสเก็ตกันอย่างสนุกสนาน ในหัวก็นึกถึงเพลง Les Patineurs หรือ Skaters Waltz ของ Emile Waldteufel ที่ตั้งใจใช้ทำนองดนตรี แสดงท่วงท่าของการเคลื่อนตัวบนลานสเก็ต เริ่มจาก การค่อยเลื่อนตัวเมื่อเริ่มต้น ตามด้วยการเคลื่อนตัวที่เร็วขึ้น เร็วขึ้น แล้วในที่สุด ก็พริ้วไหลเลื่อนอย่างงดงามไปตามผืนน้ำแข็ง แต่แล้วในจังหวะ ก็มีการล้มจุ้มปุกลงไปบ้าง แต่ก็ลุกขึ้นมากลับมาเริ่มต้นใหม่

ลองฟังและสังเกตุดูนะค่ะ เป็นบทเพลงที่น่ารักดี ^^

we are in diaryis.com family | developed by 7republic