หากรักคือรุ่งอรุณ

 

อ้าอรุณแอร่มระเรื่อรุจี
ประดุจมโนภิรมย์ระตี ณ แรกรัก
แสงอะรุณวิโรจน์นะภาประจักษ์
แฉล้มเฉลาและโสภินัก นะฉันใด
หญิงและชาย ณ ยามระตีอุทัย
สว่าง ณ กลางกมลละไม ก็ฉันนั้น
แสงอุษาสะกาวพะพราว ณ สวรรค์
ก็เหมือนระตีวิสุทธิอัน สว่างจิต
อ้าอนงคะเชิญดำเนิรสนิธ
ณ ข้าตะนูประดุจสุมิตร มโนมาน
ไปกระทั่ง ณ ฝั่งอุทกจีระธาร
และเปล่งพจี ณ สัจจะการ ประกาศหมั้น
ต่อพระพักตร์สุราภิรักษะอัน
เสด็จสถิต ณ เขตอะรัณ - ยะนี่ไซร้
ว่าตะนูและน้องจะเคียงคระไล
และครองตลอด ณ อายุขัย บ่คลาดคลา

จาก 'มัทนะพาธา'

 

ปฏิญาณแห่งรักที่ท้าวชัยเสนมีแด่นางมัทนา เปรียบความรักเหมือนดังรุ่งอรุณ ที่ส่องจรัส งดงาม แต่ท้าวชัยเสนลืมไปหรือไม่ว่า รุ่งอรุณที่งดงามนั้น ไม่ได้อยู่นิรันด์กาล ท้ายที่สุด แสงอรุณก็ลาจาก ย่ำค่ำและราตรีก็มาเยี่ยมเยือน  เฉกเช่นเดียวกับความรักของท้าวชัยเสน สุดท้ายแล้วก็หาจีรังไม่ ....

.................................

ไปเจอเวบไซด์อันหนึ่ง น่าสนใจมาก

http://fulltext.car.chula.ac.th/

เป็นการรวบรวมงานวรรณกรรมเก่า ๆ ที่หายาก มาให้ได้อ่านกัน หนึ่งในนั้นก็มีบทละคอนเรื่อง 'มัทนะพาธา' อันเป็นที่มาของบทกลอนด้านบน

ใครอยากอ่านตำนานดอกกุหลาบแบบไทย ลองไปอ่านเรื่องนี้ดูได้ค่ะ เสียอย่างเดียว คือ อ่านยากมาก เพราะว่าเขาเล่นเอาหน้าหนังสือมา scan ลงให้อ่าน ไม่ค่อยจะชัด อ่านแบบต้องเพ่งสายตามาก

 

................................

 

เหตุที่ทำให้นึกถึงบทกลอนไพเราะบทนี้ ก็เพราะว่า ตอนที่ป่วยไม่สบาย อารมณ์หงุดหงิดวันละแปดสิบรอบ -_-' เลยหาเรื่องสบายใจทำด้วยการกลับไปดูละคอนเรื่อง 'ระเบียงรัก' อีกรอบ

ฉากท่านชายดนัย บอกรักกับคุณแป้นด้วยการมอบดอกกุหลาบแดง ทำให้คุณแป้นนึกถึง เรื่องมัทนะพาธา แล้วก็เอ่ยบทกลอนบทนี้ 'อ้าอรุณแอร่มระเรื่อรุจี' แล้วท่านชายดนัยก็ต่อด้วยท่อนที่สอง 'ประดุจมโนภิรมย์ระตี ณ แรกรัก'

โอ้ หวานซึ้งน่ารักจัง ดูฉากนี้จบ อารมณ์ดีขั้นโขเลย

 

................................

 

ตอนนี้เป็นค่ำคืนวันอาทิตย์ ปกติจะรู้สึกหดหู่มาก เพราะพรุ่งนี้เป็นวันจันทร์ ต้องไปโรงเรียนแล้ว แต่เชื่อไม่ว่า ตอนนี้ อารมณ์ดีมาก หน้ายิ้มแฉ่งเลย อาจเป็นเพราะ หนึ่ง หายไม่สบายแล้ว กลับมาสมบูรณ์แข็งแรง กะว่า พรุ่งนี้จะแวะไปว่ายน้ำก่อนเข้าออฟฟิศสักหน่อย

สองคือ วันนี้ รี่ได้รองเท้าบู้ทคู่ใหม่ไฉไลสองคู่

คู่แรก เป็นบู้ทหนังสีดำ ยาว ของ NEXT ตอนแรกเห็นแล้วเฉย ๆ แต่พอลองใส่ออกมา แล้วก็ดูใช้ได้ดี แต่ข้อสำคํญคือ ลดถูกสุด ๆ ราคาเดิม £60 ลดเหลือ £15 แล้วเหลือไซส์ของรี่อยู่คู่เดียว ก็คว้าไว้ก่อนแล้วกัน

ส่วนคู่สอง นี่สุดยอดกว่าคู่แรกอีก เป็นบู้ทไม่สูงมาก เลยข้อขึ้นมาฝ่ามือ สีขาว ออกสไตล์น่ารักของ pierre cardin ลดจากประมาณ £50 หรือ £15 เช่นเดิม ไซส์ของรี่ มีเหลืออยู่คู่เดียว พอไปจ่ายตังค์ ปรากฏว่า วันนี้ที่ร้านลดอีก 20% ตกลงเหลือแค่ £12

เชื่อไหมว่า กลับบ้านมาเนี่ย ชื่นชมเจ้าสองคู่นี้ไม่เลิก ถอดคู่นั้น เปลี่ยนเป็นคู่นี้ เดินเล่นรอบห้องไปทั่ว

เผลอ ๆ เดี๋ยวได้ใส่ไปนอนด้วย เอาให้ปลาบปลื้มจนถึงตื่นมาวันพรุ่งนี้เลย

:)

 

ปัจฉิมลิขิต

อยากถ่ายรูปน้องบู้ทมาให้ช่วยชื่นชม แต่ขี้เกียจไปคุ้ยหากล้อง (ใครรู้จักห้องรี่ดี จะเข้าใจว่า ทำไมการหาอะไรแต่ละที ถึงต้องเรียกว่าคุ้ย แล้วทำไมมันถึงหายากมากมายนัก :P)

ไปนอนกอดน้องบู้ทฝันดีแล้วดีกว่า ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

 

'Love Is A Many Splendored Thing'

เกี่ยวกับเพลง

เพลงนี้แต่งดนตรีโดย Sammy Fain และเขียนเนื้อโดย Paul Francis Webster เพื่อใช้ประกอบภาพยนตร์ที่มีชื่อเดียวกับเพลงนี้ ในปี 1955 และได้รับรางวัลออสการ์สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย

คนจะรู้จักเพลงนี้ดีในเวอร์ชั่นที่ขับร้องโดยนักร้องคณะ The Four Aces แต่โดยส่วนตัว ชอบฉบับที่เป็นเสียงของคุณปู่ Nat King Cole มากกว่า แต่ไม่มีแผ่นที่มีฉบับที่ว่าติดตัวอยู่ที่นี่

สำหรับบทเพลงของเพลงนี้ เขียนเปรียบเทียบความงดงามของความรักไว้ได้น่าฟังทีเดียว เขาว่าไว้แบบนี้ ...

Love is a many-splendored thing,
It's the April rose that only grows in the early spring,
Love is nature's way of giving a reason to be living,
The golden crown that makes a man a king.


Lost on a high and windy hill,
In the morning mist two lovers kissed and the world stood still,
When our fingers touch my silent heart has taught us how to sing,
Yes, true love's a many-splendored thing


 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic