มนต์รักเพลงสวรรค์

 

วันก่อนไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านเจ้าประจำในเมือง สั่งเกี๋ยวเตี๋ยวผัดต้มยำทะเล ร้านนี้เจ้าของเป็นคนมาเลย์ ทำรสต้มยำใช้ได้เลยทีเดียว เสียแต่มากินกี่ที ก็ไม่ค่อยเผ็ดเท่าไร วันนั้นเราเลยสั่งเขาว่า ขอเผ็ดมากถึงมากที่สุด

สั่งไปด้วยความเชื่อมั่นว่า เผ็ดที่สุดของเขา ยังไงก็คงไม่ผิดมากสำหรับเราอยู่ดี ที่ไหนได้ เผ็ดจนน้ำหูน้ำตาไหล ปากแดงเจ่อพองไปหมด

ด้วยความที่เรามันบ้า กังวลว่า คุณเธอเจ้าของร้าน ถ้าเห็นเรากินไม่หมด จะต้องถามแน่นอน จะให้ตอบว่า มันเผ็ดจนกินไม่ไหว ก็ไม่อยากหน้าแตก จะตอบว่าอิ่มแล้ว รับรองคุณเธอต้องมาซ้กไซ้เราต่อ ว่ามันไม่อร่อยหรือยังไง อย่างกระนั้นเลย 'สู้เค้า ทาเคชิ แล้วกินมันลงไป'

และผลที่ตามมาคือ นอกจากจะออกจากร้าน ด้วยปากที่พอง ไร้ความรู้สึกไปแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นมาท้องเสียทั้งวัน หลังจากนั้น กระเพราะก็เสียศูนย์ กินอะไรลงไป ก็ไม่ย่อย ปวดท้องทรมานมาก ป่วยจนมาถึงวันจันทร์

เหอ เหอ กินยา สารพัด ก็ยังไม่หายเลย ทุกครั้งที่กินข้าว จะทรมาน เพราะหลังจากนั้น มันก็จะไม่ย่อย ทำให้ปวดท้อง จะไม่กินก็ไม่ได้ เพราะท้องมันร้อง แต่พอกิน มันก็ดันไม่ย่อย โอ๊ย ทรมาน

เพิ่งมาคุยกับเจี๊ยบ ถึงรู้ว่า เจี๊ยบก็เป็น กลายเป็นว่า ไม่ใช่แค่เรื่องเผ็ดอย่างเดียว แต่เดาว่า อาหารทะเลไม่สดด้วย เฮอ ... ลากันที ต่อไปจะไม่ไปกินอีกแล้ว เข็ดจนตาย !!!

 

............................

 

เวลาไม่สบาย เป็นฤกษ์ที่ดีสำหรับเรา ในการหยิบหนังมาดู :)

วันก่อน คิ้มส่ง The Sound Of Music มาให้ ตอนไปรับ พัสดุ ก็แปลกใจว่า ทำไม dvd แผ่นเดียว ต้องส่งใส่กล่องมาด้วย

โอ้ ที่ไหนได้ ที่คิ้มส่งมา เป็น box set รำลึก 40 ปี ของ 'มนต์รักเพลงสวรรค์'  ... ขอบคุณมากเลย คิ้ม :D

ในนั้นมี dvd สามแผ่น นอกจากตัวหนังแล้ว ยังมีสารคดี เรื่องราวต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังแผ่นฟิลม์ ตั้งแต่ภาพยนตร์สั้นพาเที่ยวชมเมือง Saltzburg กับ Charmian Carr (คนที่เล่นเป็น Liesl ลูกสาวคนโตของกัปตัน von Trapp) ที่ถ่ายในยุคนั้น แล้วพอครบรอบ 40 ปี Charmian ในวัยหกสิบกว่า ก็กลับไปที่ Saltzburg อีกครั้ง นำพาเที่ยว สถานที่ต่าง ๆ ที่ใช้เป็นฉากในภาพยนตร์

แล้วก็มีสารคดี ที่ Christopher Plummer (Captain von Trapp) กับ Julie Andrews (Maria) มาคุยรำลึกถึงความทรงจำเก่า ๆ ในกองถ่าย มีสารคดี ที่เหล่าเด็ก ๆ ทั้งเจ็ด กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในวันนี้

สารคดีพวกนี้สนุกมาก ได้รู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่ไม่เคยรู้มาก่อน ดูไป ทั้งยิ้ม ทั้งขำ แล้วก็ปลง ... อืม ไม่น่าเชื่อเลยว่า สี่สิบปี จะทำให้อะไร อะไร เปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ โดยเฉพาะสังขารมนุษย์!!!

 

............................

 

The Sound of Music เป็นหนึ่งในภาพยนตร์โปรดของเราเลย ดูไม่รู้กี่ครั้ง ถ้าเป็น video มันก็คงเปื่อยแล้วเปื่อยอีก แต่ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ก็ไม่เคยได้ดูเลย เพิ่งมีโอกสครั้งนี้แหละ

ได้กลับมาดูทีไร รู้สึกมีความสุข สบายใจ และอารมณ์ดีเชียวละ ดูรอบแรกจบ ก็กลับมาดูรอบสองต่อทันที รอบนี้ก็จะเลือกดูแต่ฉากโปรดของเรา ...

 

- ฉากเด็ก วิ่งรอบเมือง Salzberg แล้วเรียนร้องเพลง Do-Re-Mi

 

- ฉากที่เด็ก ๆ ร้องเพลงประสานเสียง ให้คู่หมั้นของ Captain ฟัง แล้ว Captain ก็เดินเข้ามา ร้องคลอไปกับพวกเด็ก หลังจากนั้นลูก ๆ ก็วิ่งเข้ามากอดพ่อ ... ซึ้งจัง

 

- ฉากกัปตัน ดีดกีร์ต้า แล้วร้องเพลง Edelweiss เพลงที่มีทำนองและเนื้อร้องง่าย  มีเพียงไม่กี่ประโยค แต่ให้ความรู้สึก ซึ้งกินใจ

  เพลงโปรดเราเลย ตอนมาดูสารคดี เพิ่งรู้ว่า   เพลงนี้เป็นเพลงสุดท้าย ที่ Oscar Hammerstein เขียนเนื้อ ก่อนจะเสียชีวิต

 

- ฉากเต้น Ländler ระบำพื้นบ้านของออสเตรีย ระหว่าง Captain กับ Maria

  เพิ่งรู้ว่า แท้จริง ๆ แล้ว สิ่งที่ทั้งสองเต้น ไปถามคนออสเตรีย ไม่มีใครรู้จักอ่ะ -*- เพราะท่าเต้นนี้ ประดิษฐ์โดย choreographer ของกองถ่าย

 แต่เราเห็นด้วยกับ Nicholas Hammond (คนที่เล่นเป็น Friedrich) ที่พูดถึงฉากเต้นรำฉากนี้ว่า 'นี่คือหนึ่งในฉากเต้นรำที่โรแมนติกที่สุดที่เคยปรากฏในโลกภาพยนตร์'

 

- ฉากแต่งงานของ Maria

ชุดเจ้าสาวสวยมาก โดยการออกแบบเป็นแบบ เรียบ ๆ ไม่มีตกแต่งอะไร แต่เน้นให้เห็นถึงความสวยของเนื้อผ้า และความสง่างามของผู้สวมใส่

ฉากที่ Maria เดินอย่างสงบนิ่ง ในชุดเจ้าสาวที่งดงาม มาตาม aisle แล้วกล้องก็ฉายมุมสูงให้เห็นบรรยากาศภายในทั้งหมดของมหาวิหารแห่ง Mondsee เป็นฉากที่ดูทีไร ขนลุกทุกที ....

 

............................

 

เวลาเซ็ง ๆ เบื่อโลก เบื่อมนุษย์รอบข้าง คงไม่มีอะไรดีกว่า การได้หลุดออกไปจากโลกที่เป็นอยู่สักพัก สำหรับ The Sound Of Music เป็น escapism อย่างหนึ่งของเรา

ใครที่ยังไม่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้ อยากแนะนำให้ดู อาจไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่อะไร แต่ที่แน่ ๆ เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้คนดู มีความสุขและยิ้ม :)

ส่วนใครที่เคยดูแล้ว แนะนำให้ดูอีก หรือไม่ก็หา ฉบับฉลองครบรอบสี่สิบปีมาดูเบื้องหลังการถ่ายทำ แล้วจะยิ่งรู้สึกทึ่งกับภาพยนตร์เรื่องนี้

 


1. The Sound Of Music
2. Processional/Maria
3. Edelweiss

ทำนอง Richard Rodgers
เนื้องร้อง Oscar Hammerstein II

 

เกี่ยวกับเพลง

เพลงแรก คือเพลงThe Sound Of Music แต่ไม่ใช่ฉบับที่ Maria วิ่งอยู่บนเขาแล้วโผล่มาร้อง 'The hills are alive with the sound of music ...' อันนี้เป็นฉบับที่เด็ก ๆ ร้องประสานเสียงกันให้ Baroness ฟัง ตอนท้ายของเพลงจะมีเสียงคุณพ่อ เข้ามาร่วมร้องด้วย

ตอนที่ดูสารคดีเบื้องหลังการถ่ายทำ เขาบอกว่า ฉากนี่ ที่เด็ก ๆ ทำหน้าตกใจที่เห็นคุณพ่อ เดินเข้ามาร่วมร้องเพลงด้วยนั้น เป็นอาการจริง เนื่องจากว่า ตลอดการถ่ายทำ Christopher Plummer จะไม่เข้ามาคลุกคลีกับเด็ก ๆ เลย พวกเขาเลยรู้สึกเกร็งเวลาอยู่กับ Christ ผิดกับ Julie Andrews ที่จะเล่นกับพวกเด็ก ๆ อยู่เรื่อย เวลาพักกอง แล้วฉากนี้ ผู้กำกับก็ไม่ได้บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น ทันทีที่ได้เห็น Christ เดินเข้ามาร่วมร้องเพลงไปกับพวกเขา เข้ามากอดพวกเขา บางคนจึงถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

เพลงที่สอง เป็นเพลงที่เปิดตอน Maria ในชุดเจ้าสาวเดินไปตาม aisle ของ Catherdral ส่วนแรกเป็น Processional ถัดไปจะเป็นการร้องประสานเสียงของพวกแม่ชี โดยนำเพลง Maria ที่เป็นเพลงบรรยายวีรกรรมทั้งหลายแหล่ของ Maria ในคอนแวนต์ กลับมาร้องใหม่

เพลงสุดท้าย คือ เพลง Edelweiss เพลงที่คนมักเข้าใจผิดว่าเป็นเพลงพื้นบ้านของออสเตรีย แต่แท้จริง เป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาเองโดยสองคู่ขวัญ Richard Rodgers และ Oscar Hammerstein

เพลงที่เปิดนี้ เป็นฉบับที่ Captain ร้องบนเวที ในงาน Saltzburg Folk Festival พยายามที่จะดึงความรู้สึกรักชาติ รักผืนแผ่นดิน Austria ให้กับเหล่าประชาชนที่มาร่วมฟัง เพราะสถานการณ์ในประเทศขณะนั้น เยอรมันนี ได้พยายามเข้ามายึดครองประเทศ

เมื่อร้องไป ความรู้สึกภายใน ทำให้ตีบตันเกินกว่าที่จะร้องเพลงต่อ แล้ว Maria กับเด็ก ๆ ก็ก้าวเข้ามาอยู่เคียงข้าง แล้วช่วยกันร้อง และท้ายที่สุด ผู้ชมชาวเมืองทั้งหมด ก็ร่วมร้องเพลง Edelweiss ประสานเสียงไปด้วยกัน

we are in diaryis.com family | developed by 7republic