대장금

 

อาการ 'แดจังกึมฟีเวอร์' ยังไม่หาย ขีดความบ้าละคอนเรื่องนี้ คิดว่าสูงเป็นอันดับแรกของประวัติการบ้าละคอนของเราเลย -_-'

ไม่เคยมีละคอนเรื่องไหนที่สามารถทำให้เราไม่ได้กินข้าว และอาบน้ำ (เรื่องใหญ่ในชีวิตเรา ยิ่งกว่าเรื่องกินข้าวเสียอีก) ข้ามวันข้ามคืนได้เลย นอกจากเรื่องนี้

เลยขอแอบเอาความบ้า มาใส่ไว้ในบันทึกหน้านี้ ซึ่งเป็นการบันทึกย้อนหลังหน่อยเถอะ

 

 

........................

 

"อย่าเสียใจให้มาก  ห้ามยอมแพ้ต่อชะตาลิขิต  ไม่ว่าเจ้าจะไปไหน  ท่านพ่อจะอยู่เคียงข้างเสมอ ทุกหนแห่ง ยังมี แม่คนนี้ติดตามดูแล"

- ปาร์คเมียงยอ

 

เป็นคำสั่งเสียก่อนสิ้นชีวิตของปาร์คเมียงยอ แม่ของจังกึม ทุกคนที่จังกึม รู้สึกท้อ มักจะหวนคิดคำพูดคำนี้ของแม่เสมอ ทำให้รู้สึกมีกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไปในชีวิต

ก่อนแม่ของจังกึม จะเสียชีวิต ได้พูดถามลูกว่า ถ้าไม่มีนางแล้ว จังกึม จะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร จะไปหาข้าวกินจากไหน เจ็บไข้จะทำอย่างไร ทุกคำถาม หนูน้อยจังกึม ที่มีวัยแค่เพียงแปดขวบ สามารถตอบแม่ได้หมด จึงเป็นการเปิดเรื่องที่แสดงให้เห็นคุณลักษณะสำคัญของตัวละคอนจังกึม นั่นคือ การมีความอดทนเป็นเลิศและพร้อมที่จะต่อสู้กับอุปสรรคทุกอย่างที่เข้ามา

 

........................

 

"พรุ่งนี้ข้าจะไปจากที่ที่น่าเบื่อหน่ายนี่ซะที .. จำได้ว่าตอนเด็กๆ พ่อข้าจูงมือข้ามา พอข้าเห็นวังหลวงเข้าก็รู้สึกชอบทันที ในฐานะลูกสาวขุนนาง ถึงพ่อจะห้ามยังไงข้าก็เข้าวังจนได้ แต่ว่า วังหลวงที่หรูเลิศ แท้จริงแล้วเป็นเพียงเปลือกอันฉาบฉวย แม้วัน ๆ จะมีคนเข้าออกมากมาย แต่ก็มีความเงียบเหงา .. อาจเพราะทุกคนรู้สึกอ้างว้าง จึงเกิดความระแวงในกันและกัน เพราะความโดดเดี่ยวทำให้ทุกคนพยายามแก่งแย่ง เพื่อหวังจะเป็นคนโปรดของเชื้อพระวงศ์ หวังครอบครองลาภยศสรรเสริญทั้งหมด ถึงขนาดทำร้ายคนอื่นก็ไม่กลัว .. เพราะความเงียบ เหงา ทุกคนจึงติดห่วงของอำนาจและหลงระเริงกับมัน อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เจ้าจะต้องเห็นใจพวกเขา และให้อภัยด้วย เหมือนที่เจ้าถือหลักการอันแน่วแน่ และให้อภัยคนอื่น ๆ เสมอมา ไม่งั้นอุดมการณ์จะไขว้เขว ให้คนอื่นมองว่า เจ้าเป็นคนแปลกหน้าที่น่ากลัว มันคงจะไม่ง่ายนักที่จะยึดถือหลักการและอะลุ่มอะล่วยไปในตัว แต่เชื่อว่า เจ้าน่าจะทำได้ ขอเพียงอย่าเข้มงวดเกินไปนัก นี่ก็คือ คำเตือนสุดท้ายก่อนข้าจะจากที่นี่ไป ปัญหาหลักใหญ่ก็คือความวุ่นวายของคน ส่วนงานในห้องเครื่อง เดิมทีเจ้าทำได้ดีกว่าข้า ข้าไม่ห่วงอยู่แล้ว"

- ชองซังกุง

 

ชองซังกุง เป็นคนที่เห็นสัจธรรมถ่องแท้ของชีวิตในวังหลวง ขณะที่ทุกคนในวังหลวงต่างต้องการชิงดีชิงเด่น ไต่เต้าหาความก้าวหน้า แต่ชองซังกุง กับมองเห็นถึงความว่างเปล่า และรู้สึกสมเพชคนเหล่านั้น

ความใฝ่ฝันของชองซังกุง คือ การได้ออกไปจากวังหลวง ท่องเที่ยวไปทั่ว เพราะโลกนี้ช่างกว้างใหญ่นัก ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมาก แต่ด้วยความที่ได้เข้าเป็นนางในแล้ว เธอจึงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่ชองซังกุง สั่งเสียก่อนตาย คือ นำอัฐิของเธอ โปรยไปกับสายลม ให้เธอได้ปลิวไปทุกหนทุกแห่งตามที่เธอเคยฝัน

 

........................

 

"เจ้าอาจนึกกลัว อยากจะยอมแพ้ แต่ว่า..ถ้าเจ้าอ่อนแอเมื่อไร่ เนินเล็กๆก็เหมือนขุนเขา แต่ว่า ถ้าเจ้าเข้มแข็ง ลมพายุก็เหมือนสายลมแผ่วเบา"

- ชองซังกุง

 

ชองซังกุง พูดเตือนสติ ฮันซังกุง ให้เข้มแข็ง พร้อมที่จะรับตำแหน่งซังกุงสูงสุดต่อจากนาง


 

........................

 

"แม่นางซอ ต่อแต่นี้ไป ขอให้ข้าได้มีโอกาสแบ่งเบาความทุกข์ในใจเจ้าบ้าง จะได้ไหม" 

- มินจุงโฮ

 

มินจุงโฮ พูดกับจังกึม หลังจากได้ฟังเรื่องราวในอดีตอันเศร้าสลดของจัง กึม และนี่เป็นครั้งแรกที่มินจุงโฮ เปิดเผยความรู้สึกที่ลึกซึ้งต่อจังกึม

ไม่ใช่คำพูด 'ฉันรักเธอ' แต่ให้ความหมายที่ซาบซึ้งกินใจจนอยากจะลืม ...

 

........................

 

 

 

"ไม่ใช่แค่เวลานี้ ตอนนี้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น 3วัน 1ปี หรือ 3ปี หรือแม้แต่ 10 ปี จากนี้ไป ข้าก็จะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ"

- มินจุงโฮ

 

มินจุงโฮ ยอมละทิ้งหน้าที่การงานทั้งหมด ตามจังกึมที่ถูกเนรเทศไปเป็นทาสที่เกาะเชจู เขาช่วยนางเอก ขณะที่หนีการตามล่าของพวกทหารมาอยู่ที่ถ้ำแห่งหนึ่ง

มินจุงโฮ บอกกับจังกึมว่า ถ้าจังกึม ต้องการจะหนีโทษ ก็สามารถหลบหนีไปกับเรือที่เขาติดต่อไว้แล้ว แต่ชีวิตต่อจากนั้นไป นางก็คงต้องอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ต่างกับชีวิตพ่อแม่ของนาง แต่ถ้าจังกึมเลือกที่จะใช้ชีวิตเป็นนักโทษที่เกาะนี้ต่อไป ก็ขอให้เชื่อมั่นในตัวเขา ว่าจะต้องหาทางล้างมลทินให้นางให้ได้ และไม่ว่าจังกึม จะตัดสินใจเช่นใด เขาก็จะอยู่เคียงข้างนางเสมอ

นี่แหละ มินจุงโฮ ที่น่าประทับใจ สนับสนุน เป็นกำลังใจให้กับคนที่รัก แต่ขณะเดียวกันก็ให้เกียรติเจ้าของชีวิต ไม่เคยคิดเข้าไปกำหนดกฏเกณฑ์ชีวิตของจังกึม

 

........................

 

จังกึม ตัดสินใจเรียนวิชาแพทย์ กับหมอจังด็อก บทเรียนแรกคือ การตรวจดูโรคโดยอาศัยการวิเคราะจากสีหน้า จังกึม อ่านหนังสือ แล้วก็มองไม่เห็นภาพ เลยไปเที่ยวเดินจ้องหน้าชาวบ้าน จนถูกบางคนไล่เอา หาว่าเธอเป็นแค่ทาส ไม่สำรวม มาเที่ยวจ้องหน้าคนอื่นได้ไง

ใต้เท้ามิน แอบมาดูจังกึม เห็นเข้า ก็เลยให้จังกึม ไปที่ค่ายทหาร แล้วประกาศให้ทหารทุกคนเดินเรียงเข้ามาให้จังกึม สังเกตสีหน้าทีละคน ๆ ถือว่า เป็นการดี ที่ทหารได้ตรวจสุขภาพไปด้วย

หลังจากนั้น ใต้เท้ามิน และจังกึม ไปเดินที่ริมทะเล จัง กึม พูดขอบใจใต้เท้ามิน แล้วใต้เท้ามินก็เล่นบททะเล้นเป็นกับเขาด้วย ...

มินจุงโฮ  : จริงสิ เจ้าทำแบบนี้ไม่ถูกนะ
จังกึม : อะไรคะ
มินจุงโฮ  : เจ้าดูสีหน้าให้ทหารตั้งเยอะ ทำไมไม่ยอมดูสีหน้าให้ข้าบ้าง
จังกึม : (หัวเราะ)
มินจุงโฮ  : รีบตรวจให้ข้าเร็ว
จังกึม : ค่ะ

(จ้องตากันไปมา ซึ้งมาก)


มินจุงโฮ  : เป็นอะไรไปเหรอ
จังกึม : หน้าท่านแดงนิดหน่อยค่ะ  หน้าแดง แสดงว่ามีไข้และตัวร้อน
มินจุงโฮ  : ข้าตัวร้อนจริงๆ


(หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็นิ่งเงียบ แล้วใต้มิน ก็ค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับมือจัง กึม แล้วจัง กึมอาย วิ่งหนีไป)

เป็นซีนที่ถ่ายทำได้อารมณ์โรแมนติกมาก ดูไปก็หน้าแดงไป เขินแทนจังกึม ^^ ทั้งแววตา สีหน้า ของใต้เท้ามินและจังกึมได้อารมณ์มาก แล้วจังหวะที่จับภาพมื้อทั้งสองที่จับกัน พร้อมกับเสียงคลอของเพลง Hamangyeon สุดยอดแล้ว

อารมณ์ที่หวานซึ้งไม่จำเป็นต้องแสดงด้วยกิริยาที่เด่นชัด เช่น การกอดหรือจูบ หรือด้วยคำพูดที่พรรณาถึงความรักอันชัดแจ้ง แต่เพียงแค่อาศัยการถ่ายทอดกิริยาเล็ก ๆ น้อย ๆ ในจังหวะที่เหมาะสม กลับสร้างอารมณ์โรแมนติกที่มีเสน่ห์มากกว่าเสียอีก

 

........................

 

"ในโลกนี้ไม่มีหมอที่เก่ง  มีแต่หมอที่สนใจใฝ่หาความรู้ตลอดชีวิต"

อาจารย์หมอซิน

 

ชีวิตจัง กึม แม้จะประสบเคราะห์ร้ายอยู่เรื่อย แต่สิ่งที่เธอโชคดีอย่างหนึ่งคือ ได้พบเจอแต่อาจารย์ดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ชองซังกุง ฮันซังกุง หมอจังด็อก หมอชอง จนเข้าเรียนแพทย์ในสำนักหมอหลวง ก็เจออาจารย์หมอซิน ที่ตอนแรกเหมือนจะไม่ชอบจังกึม เพราะด้วยความเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง

แต่สิ่งที่อาจารย์หมอซินสอนจังกึม เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมนัก เราดูแล้วน้ำตาซึม ซึ้งมาก

 

........................


 

เมื่อใต้เท้ามินและจังกึม ถูกจับเป็นนักโทษ จังกึมเลยโทษตัวเองว่า เป็นเหตุให้ใต้เท้ามิน ต้องโทษไปด้วย

 

จังกึม : เพราะข้า ผลักท่านขึ้นไปบนหน้าผาที่สูงชัน

มินจุงโฮ : บนหน้าผานั้น มีเจ้าอยู่เป็นเพื่อนมิใช่เหรอ ข้าเคยบอกว่า ไม่ว่า 1 ปี หรือ 10 ปี ข้าก็อยู่เคียงข้างเจ้า

 

แล้วจังกึม ก็หันมามองหน้าใต้เท้ามิน เหมือนกับรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง

 

........................

 

"นานมาแล้ว ข้าเคยหวังว่า จะทำอาหารสักมื้อนึง ให้นอกเหนือจากฝ่าบาท ความปรารถนาบางอย่างของมนุษย์ มันยากจะบ่งบอกความหมายได้ ทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ รู้ว่าเดี๋ยวนี้ข้าเป็นนางในแล้ว แต่ว่า ก็ยังอยากทำอย่างนั้นอยู่ เพราะข้าเป็นนางใน เพราะรู้ว่าทำไม่ได้ ข้ายิ่งหมายมั่นจะทำมากขึ้น

ท่านแค่จำไว้ ว่ามีผู้หญิงแบบนี้ อยู่สักคนก็พอแล้ว
และจำไว้ว่า ยังมีนางในที่น่าสงสาร อยู่ตรงนี้อีกคนนึง
โปรดจำไว้ว่า มีนางในคนนึง เฝ้าดูท่านอยู่ห่างๆ
แค่นี้ก็พอค่ะ .....

เพราะนางเป็น....ผู้หญิงคนนึง ที่หัวใจเปลี่ยวเหงานัก เดิมทีตั้งใจว่า จะมอบหัวใจให้แก่ท่าน  ถือว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระเถอะนะ เพียงเท่านี้แหล่ะ ที่ข้าจะขอพูด เพราะมันอยู่ในใจข้ามาหลายปีแล้ว

ท่านไม่เคยมีใจให้ข้าสักนิดนึง ข้อรอจนสิ้นหวัง และอยากยุติสักที แต่ว่าในเมื่อสิ่งนี้รบกวนจิตใจข้าอยู่
ข้าก็อยากสะสางให้ชัดเจนไป

ตั้งแต่เล็ก ข้ายังไม่เคยทำอาหารให้ท่านกิน รู้สึกคาใจอยู่ลึก ๆ เชิญท่านทานอาหารนี้ให้พอนะคะ "

- แช กึม ยอง

 

คำพูดสุดแสนสะเทือนใจของกึมยอง ที่เชิญใต้เท้ามินมาทานข้าว และแน่นอนต้องมีธีม APNA ประจำตัวเธอ เปิดคลอไปตลอด ยิ่มเพิ่มความหดหู่นักเข้าไปอีก

 

........................

 

เมื่อจังกึม ทนแรงกดดันของความชั่วร้ายในวังหลวง เธอจึงวิ่งออกไปจากวังหลวง และคน ๆ แรกที่เธอต้องการจะพบคือ ใต้เท้ามิน

 เธอได้แต่เที่ยววิ่งตามหา แต่ไม่ว่าจะไปที่ใด ก็คลาดกับใต้เท้ามิน ส่วนใต้เท้ามิน ก็กังวลใจ ว่าจังกึมบอกว่ามีเรื่องด่วน แล้วเที่ยววิ่งตามหา เธอมีเรื่องอะไรกันแน่

จนในที่สุด ทั้งคู่ก็หากันจนเจอ และวินาทีแรกที่จังกึมเห็นใต้เท้ามิน ...

จังกึม: ท่านเคยบอกว่าจะอยู่เคียงข้างข้า แล้วหายไปไหนมาละคะ ท่านเคยบอกวาจะไม่มีวันทิ้งข้าไป แต่ข้ากลับหาท่านไม่พบ ท่านไปไหนมากันแน่ค่ะ

มินจุงโฮ: (งงและตกใจกับอารมณ์ของจังกึม) เจ้าเป็นอะไรไป

จังกึม: ท่านเคยบอกจะพาข้าหนีไปอยู่ที่อื่นใช่ไหม ใช่หรือไม่ ใช่ไหมคะ (ร้องไห้อย่างหนัก แล้ววิ่งโผเข้ากอดมินจุงโฮ) รีบพาข้าหนีไปเถอะ พาข้าหนีไป ได้โปรด ขอร้องเถอะค่ะ ไม่ต้องถามสาเหตุอะไรทั้งนั้น แค่พาข้าไปก็พอ ได้โปรดเถอะนะค่ะ ไม่ต้องถามเหตุผล พาข้าหนีไปเถอะ พาข้าหนีไป ....

เมื่อมินจุงโฮ บอกว่าจะทำตามที่เธอว่าทุกอย่าง จังกึมกับได้สติ ควบคุมอารมณ์ได้อีกครั้ง จะพยายามอธิบายเหตุผล แต่มินจุงโฮกลับพูดว่ "ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ข้าจะพาเจ้าไป ข้าไปอยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น"

ซึ้ง :'(

........................

 

ระหว่างนั่งเรือออกมาจากเมือง ต่างคนต่างเหม่อลอย แล้วก็ตามด้วยบทสนทนานี้

มินจุงโฮ: เจ้าเสียใจหรือ
จังกึม: ข้ามีความสุข ... ท่านมีความสุขหรือ
มินจุงโฮ: ข้าเสียใจ ... เจ้ากลัวหรือ
จังกึม: หัวใจข้าโบยบินดั่งผีเสื้อ ... ท่านกล้าหรือ
มินจุงโฮ: ข้ากลัว

ไม่มั่นใจว่า บทโต้ตอบนี้ต้องการสื่ออะไร ... อารมณ์สับสนของตัวละคอนทั้งคู่?

เหมือนเคยคุ้น ๆ ว่ามีปรัชญาตะวันออกอะไรสักอย่าง ที่มีลักษณะการตอบคำถาม ด้วยการย้อนมาตั้งคำถามอีก เลยไม่มั่นใจว่า จะเกี่ยวกับบทสนทนานี้หรือเปล่า

สำหรับเรา เป็นปริศนาชวนครั่นเนื้อครั่นตัว ในการที่ไม่มีโอกาสได้รู้ พอ ๆ กับชื่อเพลง APNA เลย  :P

 

........................

ทั้งคู่เดินอยู่ท่ามกลางพื้นหิมะที่ขาวโพลน แล้วจังกึม ก็รำพึงรำพันว่า ...

จังกึม: เพื่อข้าแล้ว ท่านต้องละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง มันจะไม่เป็นไรหรือคะ?... เป็นเพราะข้า ท่านอาจถูกลดชั้นเป็นชนชั้นไพร่ มันจะไม่เป็นไรหรือคะ?... มือที่ใช้จับพู่กันของท่าน อาจต้องใช้ขุดดินแทน ท่านไม่คิดอะไรบ้างหรือคะ? ... อีกหน่อยเราสองคน อาจต้องอดมื้อกินมื้อก็ได้ พวกนี้ ท่านไม่คิดบ้างหรือคะ?

มินจุงโฮ: (หยุดเดิน แล้วหันมามองหน้าจังกึม) จะให้ข้าทำอะไรเพื่อเจ้าอีก ถึงจะยอมไปกับข้าจริง ๆ (ยิ้ม) ไม่เป็นไรสักนิด ทุกอย่างไม่มีปัญหา

จังกึม: แม้แต่ทำเพื่อข้านะหรือ

มินจุงโฮ: เพื่อเจ้า ถึงได้คุ้มค่าไง

แล้วทั้งคู่ก็ต่างมองแสดงอาการรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่าย แล้วจังกึมก็ยื่นมือให้ใต้เท้ามินจับ ทั้งคู่จึงจูงมือเดินไปด้วยกัน

จนกระทั่งหิมะที่หนาขึ้น แล้วเริ่มยากต่อการเดิน ใต้เท้ามินจึงให้จังกึมขึ้นขี่หลัง เมื่อนางอยู่บนหลังของใต้เท้ามิน ก็หัวเราะขบขัน ใต้เท้ามินจึงถามเหตุผล นางจึงเล่าว่า สมัยก่อนแม่ของนางจะเดินข้ามลำห้วย แต่ไม่มีหินให้เหยียบข้าม พ่อของนางจึงแอบเอาหินมาวางเรียงไว้ แม่ของนางแอบเห็น จึงรู้สึกซาบซึ้ง

มินจุงโฮ: จริงหรือ ทำไมเจ้าไม่เห็นบอกข้าก่อน งั้นเอาแบบนี้ เจ้าลงมาก่อนนะ แล้วไปเริ่มเดินมาจากทางนู้น ข้าจะปรับพื้นแถวนี้ให้เรียบเลย แต่เจ้าต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นนะ

จังกึม: (หัวเราะ) ทำแบบนี้ไม่ได้หรอกค่ะ

มินจุงโฮ: (หัวเราะ) ลงมาก่อนเถอะน่า ลงมาหน่อยไม่ได้หรือ

จังกึม: (หัวเราะ ทำเสียงออดอ้อนน่ารักมาก) ไม่เอาข้าไม่ลง ข้าไม่อยากลง

 

 

 

:D

 



we are in diaryis.com family | developed by 7republic