Duration

 

หลังจากกลับจากลอนดอน ยิ่งรู้สึกเชื่อมากขึ้นว่า เราไม่เหมาะกับชีวิตในเมืองใหญ่จริง ๆ จังหวะของทุกสิ่งทุกอย่างรอบด้านเร็วเหลือเกิน ตามไม่ทัน รู้สึกเหนื่อย เพราะหายใจไม่ทัน ...

ดีใจที่ได้กลับมาเห็นป่ารก ๆ แถวบ้าน  ดีใจที่สามารถสูดอากาศได้เต็มปอด และดีใจที่ได้เห็นเจ้ากระรอก ที่ยามปกติคือศัตรูคู่อาฆาต (เพราะมันชอบมาขโมยมาม่าเราไปกิน ยังไม่นับรวมรายการอาหารอื่น ๆ อีก ทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่เราชอบกิน คือสิ่งที่เจ้ากระรอกชอบด้วย) แต่ยามนี้กลายเป็นศัตรูที่รักไปเสียได้

เมื่อวานไปดู exhibition ที่หอศิลป์ในเมือง จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจไปที่นั่น แต่พอดีมีธุระแถวนั้น แล้วเขาให้รอครึ่งชั่ว
โมง เราไม่รู้ไปไหน เลยเข้าไปที่หอศิลป์ฆ่าเวลา  หอศิลป์ที่นี่ปกติเงียบมาก ไม่ค่อยมีคนดู บางห้อง นั่งดูผ่านไปเป็นครึ่งชั่วโมง ยังไม่เจอมนุษย์คนอื่นเลย

เดินหลุดเข้าไปที่ห้องที่จัด exhibition ตอนแรกงงหน่อย ๆ เพราะห้องมืด ผนังทั้งสี่ด้านถูกใช้เป็นสกรีนฉายภาพทั้งหมดหกภาพ ที่ตอนแรกดูเหมือนเป็นภาพนิ่ง ภาพเหล่านั้นคือ ภาพชีวิตในบ้าน ไม่ว่าจะเห็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องทานข้าว ฯลฯ

ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ในภาพ ต่างเคลื่อนไหว แต่ด้วยอิริยาบทที่ช้ามาก ช้าจนดูแทบไม่สังเกตว่าพวกเขาเหล่านั้นเคลื่อนไหว สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นการกระพริบตา หน้าท้องที่ยุบขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ก็ดูช้าไปหมด

เราก็นั่งสงบเงียบ ดูการเคลื่อนไหวทีละนิด ทีละนิดของผู้คนเหล่านั้นไปเรื่อย ๆ บางจังหวะ เรารู้สึกเราเริ่มหายใจช้าตามเขาไปด้วย และจากที่ตั้งใจเข้ามาครึ่งชั่วโมง ก็เลยหลุดเข้าไปในโลกของ slow motion เป็นชั่วโมง

.......................

 

ทำให้นึกถึงคำถามหนึ่งในหนังสือของ Sagan เรื่อง Contact ประมาณว่า สิ่งที่เราถือว่า ระยะเวลาเท่านั้น เท่านี้ คือช่างสั้นนัก หรือช่างยาวไกลนัก ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ค่าที่แน่นอนแท้จริง เป็นเพียงความรู้สึก เพราะมนุษย์เป็นสิ่งที่มีชีวิตที่มี ช่วงอายุขัยในระดับหลักสิบ เราจึงรู้สึกช่วงเวลาระดับวินาที หรือครึ่งวินาที ช่างสั้นเหลือเกิน และช่วงเวลาสักยี่สิบปี สามสิบปี ช่างห่างไกลนัก

ถ้ามีสิ่งมีชีวิตอื่น ที่มีช่วงอายุขัยยาวนานระดับพันปีหรือหมื่นปี ยี่สิบปีหรือสามสิบปีอาจเปรียบเป็นเพียงแค่วินาที ในทางตรงกันข้าม วินาทีของเรา อาจกลายเป็นยี่สิบปีหรือสามสิบปี สำหรับสิ่งมีชีวิตบางชนิดก็ได้

 

.......................

 

รี่ควรจะหยิบ ประโยคที่แท้จริง จากหนังสือ มาเขียน แต่ว่าไม่มีหนังสือเล่มนั้นอยู่กับตัว เพราะจำได้ว่า ตอนที่อ่านประโยคนั้นจบ รู้สึกต้องหยุด ต้องขอใช้ความคิดอะไรบางอย่าง

แต่ที่เขียนมา มันไม่มีทางได้อารมณ์ตรงนั้น ต้องขออภัย ...

 



Rhapsody on a Theme of Paganini
( Variation XVIII: Andante cantabile)
 Sergei Rachmaninoff

 

เกี่ยวกับเพลง

 

'Oh, That's beautiful. What is it?'

'That's Rhapsody by Rachmaninoff'

 

จาก 'Somewhere In Time'

 

คุณเป็นคนหนึ่งที่รำพึงเช่นนั้นไหม?

 

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic