ของฝากจากลอนดอน

 

โรค 'เห็นของถูกเป็นไม่ได้' เป็นโรคที่โดยส่วนตัวคิดว่า มนุษย์จำนวนไม่น้อยบนโลกใบนี้คงเป็นกัน เพียงแต่ 'ของ' นั้นอาจจะแปรเปลี่ยนชนิดกันไป ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลของแต่ละคน ส่วนอาการก็น่าจะคล้ายคลึงกัน นั่นคือ ไม่ว่า 'ของถูก' นั้นจะได้ใช้หรือไม่ ถ้ามันถูก ก็ต้องซื้อไว้ก่อน อดไม่ได้ แล้วพอได้มาครอบครอง ก็ยินดีปรีดา  รู้สึกภูมิใจหนักหนา ที่ได้มาในราคาที่ถูกแสนถูก โดยลืม (หรือแกล้งทำเป็นลืม) ไปว่า จะถูกยังไง เงินก็เดินออกไปจากกระเป๋าอยู่ดี

ถ้าอาการหนักหน่อย แม้จะผ่านไปหลายวันแล้ว ความปลื้มที่ได้ 'ของถูก' มาครอบครองนั้น ก็ยังไม่จบ เฝ้าแต่คอยหยิบขึ้นมาชื่นชมแล้ว ชื่นชมเล่า เอาไปกอดนอนแล้วจะหลับฝันดี ยิ้มละมัย เหมือนกับที่เป็นอยู่ตอนนี้ ...

 

.................................

 

กลับจากลอนดอน ได้ของติดไม้ติดมือ ถูกใจเต็มไปหมด

อันแรก  The Adventure of English ของ Melvyn Bragg

 

เป็นหนังสือที่อยากได้มานาน แต่ไม่ยอมซื้อสักที เพราะเห็นว่า ซื้อมาก็คงยังไม่ได้อ่าน แต่สวรรค์เหมือนเข้าข้าง เสกให้เจ้าหนังสือดีแบบนี้ ดันไปโผล่ที่ร้านหนังสือยี่จับมัก ที่ขายทุกอย่างในราคา £2 แล้วไฉนเลยจะไม่รีบคว้าไว้

โอ้ มายก็อด ไม่อยากชื่อเลยว่าจะได้หนังสือเล่มนี้มาในราคา 140 บาท!!!

( currency converter ในสมอง จะ x70 ยามเมื่อซื้อของมาแล้ว แต่ x80 ยามเมื่อพยายามหักห้ามใจไม่ซื้ออะไร เพราะรู้สึกมันแพง)

 

อันที่สอง หนังสือรวมภาพของ Van Gogh

ไม่ว่าที่บ้านจะมีกี่โก๊ะแล้ว ก็ไม่สน ก็มันถูกนิ ยังไงก็ต้องซื้อ

 

อันที่สาม  หนังสือประวัติของอุปรากรTosca ของปุชชีนี รวมทั้ง libretto ตลอดทั้งอุปรากร พร้อมด้วย CD แบบเต็ม 

 

 

 

แม้ตัวเองจะไม่ได้ชื่นชอบอุปรากรมากมายขนาดนั้น แต่ในเมื่อมันถูก ก็ต้องซื้อ สร้างข้ออ้างขึ้นมาว่า ซื้อให้น้องแอม รายนั้นถ้าได้เห็น คงดีใจมาก

ส่วนวันนี้ เพิ่งออกไปเดินในเมืองมา ก็ได้ของถูก ติดไม้ติดมือมาอีก  'Ordeal By Innocence' ของคุณป้าอกาธา  แม้จะคุ้น ๆ ว่า เล่มนี้มีอยู่แล้วที่บ้านที่เมืองไทย แต่ไม่สนหรอก เพราะมันเป็น hardcover ฉบับของ Harper Collins แต่ราคาแค่ £3 !!!  

 

.................................

 

ต่อมาเป็นของที่ไม่ได้ถูกอะไร แต่ก็ดีใจที่ได้ติดไม้ติดมือมาจากลอนดอน ตอนไปเดิน National Portrait Gallery

โปสการ์ด portrait ของ Lord Byron อันนี้ตั้งใจส่งให้นายบิก นักเขียนขวัญใจเขา

 
George Gordon Byron, 6th Baron Byron
วาดโดย Thomas Phillips

 

โปสการ์ด portrait ของ Emily Bronte อันนี้ตั้งใจส่งใหน้องแอม รับรองว่า กรี้ดกร๊าดอีกแน่นอน

 
Emily Brontë
วาดโดย Patrick Branwell Brontë พี่ชาย

 

แล้วอันไหนของรี่ละ?

 

ถ้าทายไม่ถูก แสดงว่า ไม่รู้จักกันดีพอ เพราะมันแน่นอนอยู่แล้ว ว่ารี่ต้องฉวยคว้า โปสการ์ดใบนี้มา

 

 
Jane Austen
วาดโดย Cassandra Austen พี่สาว

 

ส่วนอีกอัน ไม่ได้ตั้งใจ แต่เผอิญเหลือบเห็น drawing ของ Lawrence of Arabia รูปนี้ แล้วชอบมาก ก็เลยคว้าติดมาด้วย

 

 
T. E. Lawrence
วาดโดย Augustus John


.................................

 

ถึงจะได้หนังสือหลายเล่มมาให้ปลื้มใจ แต่ว่ายังมีอยู่เล่มหนึ่ง ที่ไม่ได้ติดมือกลับมาด้วย แล้วยังรู้สึกหงุดหงิดใจอยู่ถึงวันนี้ นั่นคือ หนังสือรวมภาพพวก illuminated manuscripts เก่าแก่ ที่ไปเจอที่ร้านหนังสือในหอศิลป์แห่งชาติ

มันเหลืออยู่เล่มเดียว แต่เล่มนั้นมันเยินมาก สองจิตสองใจอยู่ตั้งนานว่า จะซื้อดีหรือเปล่า สุดท้าย ด้วยความเยินของมัน ก็เลยซื้อไม่ลง และคิดว่า Amazon ต้องมีแน่ ๆ แต่ปรากฏว่า กลับบ้านมาเสริช amazon.co.uk ไม่มีครับ ร้านอื่นก็หาไม่เจอ ไปเจอใน amazon.com ซึ่งถ้าซื้อก็ต้องเสียค่าส่งอีก เลยพยายามตัดใจไม่เอา แต่ว่า เจ้าภาพสวย ๆ ในหนังสือเล่มนั้น ก็ยังเที่ยวเฝ้าเวียนลอยมาให้เห็นอยู่เลย เลยตัดใจไม่ลงสักที

เฮอ ... ถ้าคราวหน้ากลับไปลอนดอนอีก ไม่รู้ว่า เจ้าเล่มนั้น มันยังรอเราอยู่ที่ร้านอีกหรือเปล่า?

ลุ้น ลุ้น ...

 

.................................

 

เรื่องตลกเกี่ยวกับความบ้าเจน ออสเตนของรี่ ...

เมื่อหลายเดือนก่อน ไปเดินเล่นที่ Winchester ซึ่งเป็นเมืองที่ออสเตนไปจบชีวิตที่นั่น ขณะกำลังเดินในตรอกซอกซอยละแวกหนึ่ง

รี่: เอ ... ชั้นว่าแถวนี้คุ้น ๆ นะ เหมือนเคยเดินมาก่อน (นึก นึก แล้วก็ร้องเสียงดังลั่นดีใจ) โอ้ ใช่ เดี๋ยวเลี้ยวไปตรงนี้ จะเป็นบ้านเจน ออสเตนไง

อุ๋ม: (หน้าอืมระอา) ตกลงนี่ เขาเคยเชิญแกมาจิบน้ำชาที่บ้านใช่ไหมเนี่ย?

รี่: :P


.................................

 


Fools Rush In
ประพันธ์ Johnny Mercer/Rube Bloom
ขับร้อง Frank Sinatra

Fools rush in
Where angels fear to tread
And so I come to you my love
My heart above my head

Though I see
The danger there
If there’s a chance for me
Then I don’t care

Fools rush in
Where wise men never go
But wise men never fall in love
So how are they to know

When we met
I felt my life begin
So open up your heart and let
This fool rush in

เกี่ยวกับเพลง

Fools rush in where angels fear to tread หมายถึง คนโง่เขลาที่มักพาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสถานการณ์บางอย่าง ที่คนฉลาดมักจะหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปพัวพัน

ที่มาของคำพูดนี้ มาจากโคลง An Essay on Criticism ของ  Alexander Pope นักกวีชาวอังกฤษในศตรวรรษที่ 18


 
No Place so Sacred from such Fops is barr’d,
Nor is Paul’s Church more safe than Paul’s Church-Yard:
Nay, fly to Altars; there they’ll talk you dead;
For fools rush in where angels fear to tread.  

 

ในกรณีของเนื้อหาในบทเพลง สถานการณ์ยุ่งยากที่ว่า ก็คือ 'falling in love' นั่นเอง แต่ทั้งที่รู้แบบนี้ พ่อคุณในเนื้อเพลง ก็ไม่สนใจ พร้อมที่จะเป็น fools rush in  แถมยังยอกย้อนต่อด้วยว่า '... but wise men never fall in love, so how are they to know!'

อืม ... นั่นสิ

นี่ละ เนื้อเพลงของ Johny Mercer ที่ใช้ภาษาเรียบง่าย แต่ช่างคมคาย และแฝงอารมณ์ขันในบทเพลง ให้คนที่ได้ยินได้ฟัง แอบมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก :)

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic