Down Memory Lane

 

"การเขียนไดอารี่คือการบันทึก ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งเป็นเรื่องที่มีคุณค่ามาก ไว้กาลเวลาผ่านไป แล้วจะเข้าใจ ยามเมื่อวันหนึ่ง เรามาเปิดไดอารี่ของเรา อ่านมันทีละหน้า ทีละหน้า ทำให้เราได้ recognise ตัวเองดีขึ้นกว่าที่เราเคยคิดว่าเราเข้าใจตัวเราเองเสียอีก

นอกจากนี้ ไดอารี่ก็เหมือน time machine ที่ทำให้เราได้ย้อนกาลเวลา กลับไปในอดีต ได้เรื้อฟื้นเหตุการณ์ที่ทั้งดีและไม่ดี ทำให้เราได้หัวเราะ ได้ยิ้ม ได้ร้องไห้อีกครั้งหนึ่ง ..."

 

วันนี้ไปอ่านเจอข้อความนี้อีกครั้งหนึ่งโดยเผอิญ เคยอ่านข้อความนี้เมื่อนานแสนนานมาแล้ว กลับมาอ่านอีกครั้งแทบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าใครเขียน รู้สึกแต่ว่า มันกินใจเรามาก จนต้องไป copy-paste มาบันทึกเก็บใส่ในไดอารี่เสียหน่อย

ว่าแต่ทายกันถูกหรือเปล่าว่าใครเขียน ทายถูก ให้สิบบาทเลยเอ้า ^^

 

..............................

 

วันนี้ตื่นเช้าออนไลน์ msn มี box เด้งขึ้นมาเพราะมีคน add ใช้เวลาไตร่ตรองชื่อ email นึกเท่าไร ก็นึกไม่ออกว่าใครกัน เลือกไม่ถูกตั้งนานระหว่าง block กับ accept แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจ accept

ไม่ชอบให้ใครมา add มั่ว อีเมลล์ที่ใช้สำหรับ msn จะไม่ค่อยเอาไปให้ใคร หรือเอาไปโพสท์ที่ไหน ดัวยเหตุนี้ เวลามีใคร add เข้ามา มักทำให้แปลกใจเสมอว่าไปเอาอีเมลล์มาจากไหน ความแปลกใจและอยากรู้ มักมากจนทำให้กด accept มากกว่ากด block และกรณีนี้ก็เช่นกัน

ปรากฏว่า เป็นน้องเบล ครับ ... โชคดีจริง ที่เลือกถูก ^^"

แบบนี้ต้องเรียกว่า พูดถึงโจโฉ โจโฉ ก็มา :)

เมื่อวาน เพิ่งนินทาถึงน้องเบลกับม๊าอยู่แหมบ ๆ วันนี้น้องเบลก็มาคุยกับเราซะ อะไรจะเผอิญปานนั้น ดีใจมากที่มีโอกาสแสดงความยินดีกับน้องเบลด้วยตัวเอง เรื่องผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ^^

 

..............................

 

พูดถึงม๊าแล้ว คุณรี่มีเรื่องฉุน ๆ นิดหน่อยครับ ก็เมื่อวานตอนที่คุยโทรศัพท์กับม๊าอยู่นั่นแหละ  อยู่ดี ๆ คุณนายก็หันไปดุคุณชายบิกซะลั่นบ้าน ทำหูข้าพเจ้าแทบแตกตามไปด้วย ต้องหยิบกระบอกหูเลื่อนออกไปไกลหนึ่งโยชน์

คุณนายดุเสร็จ  ก็หันกลับมาคุยกับข้าพเจ้าอีก  แล้วจู่ ๆ เธอก็หันไปว๊ากโจทก์เธออีกรอบ ข้าพเจ้าก็ต้องรีบเอากระบอกหูห่างออกไป

โธ่ ค่าหมอที่นี่ยิ่งแพงอยู่ เกิดแก้วหูเราแตกจะทำไง -_-'

คุณรี่เลยพยายามบอกเลี่ยง ๆ ว่าหิวข้าว จะไปหาอะไรทานแล้ว (= เชิญ ม๊าไปว๊ากนายบิกให้เต็มที่เลยครับผม ให้ลูกคุณม๊าหูแตกคนเดียวพอนะครับ ) เพื่อจบการสนทนาไป

 

..............................

 

ตอนรี่ดู super rookie ช่วงแรก ๆ ที่เห็นแม่ของคังโฮ ดุคังโฮ โล้งเล้ง ช่างทำให้นึกถึงบรรยากาศที่บ้านตัวเองจริงวุ้ย พับผ่าสิ!!!

นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่รี่ชอบเรื่องนี้ รึเปล่า?

คุณแม่ของคังโฮเข้าข่ายคุณนายของข้าพเจ้ามาก ลูก ๆ โตจนสุนัขเลียก้นไม่ถึงอยู่แล้ว ก็ยังบ่นจุกจิกเหมือนแต่ละคนยังเป็นเด็กเล็ก  ส่วนฝ่ายหนุ่มคังโฮ ลักษณะนิสัยก็ใช่เลยครับคุณบิก โตจนป่านนี้ยังทะเล้นไปเรื่อย แล้วขยันหาเรื่องกวนประสาทคุณนายไม่หยุดหย่อน  ส่วนเรื่องหน้าตา อืม คุณชายบิกก็เข้าเคล้าพ่อคังโฮนี่เลย เพียงแต่หล่อน้อยกว่ามาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เท่านั้นเอง

 

 
คังโฮกับคุณแม่

 



绿岛小夜曲
Lüdao Xiaoyequ
(Green Island Serenade)

คำร้อง Chen Chang-shou
ดนตรี Yao Di
ขับร้อง Vienna Teng

 


เกี่ยวกับเพลง

เพลงนี้เป็นเพลงที่รี่รู้สึกเหมือนคุ้นเคยได้ยินมาแต่เด็ก ถ้าจำไม่ผิด รี่เหมือนเคยได้ยินป๊าร้องเพลงนี้ด้วย เหมือนเป็นเพลงในความทรงจำ

เพลงนี้เป็นเพลงเก่าแก่ของไต้หวัน พูดถึงเกาะ Green Island เป็นเกาะที่อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะไต้หวัน ซึ่งเคยถูกใช้เป็นที่กักขังนักโทษทางการเมืองในอดีต

สำหรับเนื้อหาในบทเพลงมีดังนี้

This green island is like a boat,
floating in the moonlight.
My darling, you too
are floating in the sea of my heart.
Let the sound of my song follow the breeze,
blowing open the curtain of your window.
Let my love follow the flowing water,
endlessly pouring out its feelings for you.
The long shadows of the palm trees
cannot conceal my love;
the bright beauty of the moonlight
casts its brilliance into my heart.
This green island night is so calm and serene —
my darling, why are you silent, saying nothing?

[Translation by Ed Peaslee]

 

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic