Opticks

 

รี่: ถ้าพูดถึง Optics หรือ Lasers จะนึกถึงภาพอะไร?

ออม: หลอดไฟ

รี่: เหอ เหอ มันไม่มีภาพอื่นแล้วหรือนั่น -*-



...............................



 

คิด คิด คิด .... ภาพอะไรหนอ ที่จะมาเป็นตัวแทนของศาสตร์วิชาทางด้าน Optics ?

และแล้วในที่สุด รี่ก็นึกออก และนี่เป็นที่มาของ background ที่รี่จะเอาไปใช้ในสไลด์สำหรับงาน CLEO






                                          
...............................



 

ย้อนกลับไปในปี 1704 ซึ่งเป็นปีที่มีเหตุการณ์สำคัญอย่างหนึ่งเกิดขึ้นสำหรับวงการวิทยาศาสตร์ นั่นก็คือ เป็นปีที่มีการตีพิมพ์หนังสือ Opticks เผยแพร่สู่สาธารณะชนเป็นครั้งแรก

ความสำคัญของ Opticks  ไม่ใช่เพียงเพราะว่า คนเขียนหนังสือเล่มนี้ ชื่อ Isaac Newton แต่นี่เป็นครั้งแรก ที่คุณสมบัติและปรากฏการณ์ของแสงถูกอธิบายเป็นเรื่องเป็นราวโดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการสะท้อน (Reflection)  การหักเห (Refraction) หรือแม้แต้การเลี้ยวเบน (Diffraction) ที่ Newton เรียกว่า Inflexion of light

คำอธิบายทั้งหมด ไม่ได้มาจากการพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ แต่เป็นการอาศัยผลการสรุปจากข้อมูลทั้งหมดที่มาจากการทดลองและค้นคว้าของ Newton ดังที่เขาได้เขียนประโยคอมตะไว้ในหน้าแรกของหนังสือ Opticks ว่า



My design in this book is not to explain the properties of light by hypotheses, but to propose and prove them by reason and experiments

Sir Isaac  Newton
จาก 'Opticks'

.

และสิ่งที่สำคัญมากคือ  Opticks ถูกเขียนขึ้นด้วยภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ภาษาละติน ที่มักใช้กันเป็นภาษาสากลในสมัยนั้น และนิวตันก็ใช้ภาษาละตินในการเขียนหนังสือสุดคลาสิคอีกเล่มก่อนหน้านี้ นั่นคือ Philosophiae Naturalis Principia Mathematica

ใน Opticks นี้เองที่นิวตันได้อธิบายคุณสมบัติหนึ่งของแสงขาวว่า แท้ที่จริงแล้วประกอบด้วยแสงสีอื่นมากมายในรูปแบบของสเปกตรัม และนี่คือเหตุที่รี่เลือก หน้าปกของหนังสือ Opticks และเนื้อหา instruments ต่าง ๆ ภายในหนังสือ  และสีรุ้งซึ่งเป็นสเปกตรัมของแสงขาวมาเป็น background

 


การทดลองของนิวตันแสดงองค์ประกอบของแสงขาวที่ประกอบด้วยแสงสีอื่น (ความยาวคลื่นต่าง ๆ) รวมกัน

 

background อันนี้ออกแบบเอง ชอบเอง อาจจะไม่สวยในสายตาของคนอื่น แต่เป็นความชอบส่วนตัว เลยขอบันทึกเรื่องราวไว้หน่อยค่ะ ^^

สำหรับใครที่สนใจอยากเห็นหนังสือคลาสิคพวกนี้ สามารถเข้าไปดูได้ที่ Burndy Library ค่ะ


                                          
...............................

 


เนื้อหาสาระของบันทึกวันนี้ (ถ้ามี) จบเพียงแค่นี้นะค่ะ ท่านผู้ชม ขอความกรุณาปิดบันทึกหน้านี้ไปได้แล้วค่ะ เพราะที่เหลือต่อจากนี้ไป จะอุดมไปด้วยเรื่องส่วนตัวของรี่ซึ่งเต็มไปด้วย
ความไร้สาระล้วน ๆ

:
:
:
:
:
:
:
:


ช่วงนี้เปิดศึก 'เกทับบัฟแหลก' กับคุณอุ๋ม ใน msn จริง ๆ แทบไม่ได้คุยกันเลย แต่เราเปิดสงครามประสาท ผ่านทางชื่อที่ตั้งและ message ที่แสดง

 ก็สืบเนื่องมาจากที่เล่าในไดอารี่วันก่อน เรื่องที่คุณอุ๋มกับรี่ กำลังบ้าอิริค มุนกันอยู่ จาก  E. M. ของคุณอุ๋ม รี่ก็เอามั่งเป็น   E. M. แล้วคุณอุ๋มก็เปลี่ยนเป็น  E. M. สุดท้ายรี่ก็เลยเปลี่ยนของตัวเองเป็น  E. M.

คุณอุ๋ม ก็เลยเปลี่นเป็น E. M. แล้วก็ขึ้น message ทำนอง 'อิ๊ว อิ๊ว ใจสามดวง คนหลายใจ'

รี่ก็เลยขึ้น message ว่า 'หนึ่งคือหัวใจชั้น สองคือหัวใจ E.M. สามคือหัวใจของเรา' 


(-_-'  รี่เขียนเองยังอยากจะอาเจียนเองเลยค่ะ คงไม่ต้องแปลกใจ ถ้าคุณอุ๋มเห็น แล้วจะรีบวิ่งไปห้องน้ำ หรือท่านผู้อ่านที่เผลออ่านอยู่ในขณะนี้จะเกิดอาการพะอืดพะอมขึ้นทันที โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว)

มีวันหนึ่ง พี่หญิง คงงงมาก เห็นชื่อเราสองคน พี่หญิง เลยถามคุณอุ๋มว่า ใครคือ E.M?



คุณอุ๋ม: รี่ ทำไงดี พี่หญิงเขาถามว่าใครคือ E. M.


รี่: อ๊ะ แกก็ตอบเรื่องจริงพี่เขาไปสิ... E.M นะ แฟนชั้น แล้วแกน่ะ มันคิดจะมาแย่งแฟนชั้น



สารภาพ ตอนแรก ก็ยังไม่บ้าอิริค มุน มาก อย่างน้อยก็ไม่บ้า ถึงขนาดอุตส่าห์ไปลงทุนตั้งกระทู้ ถามถึงเขาในพันทิบ เหมือนใครบางคนละกัน  ที่ทำ ๆ ไป ก็แบบจะกัดคุณอุ๋มเล่น และเพราะมาเล่นสงครามประสาทกับคุณอุ๋มนี่แหละ ทำให้รี่ต้องเปลี่ยนรูปใน msn บ่อยมาก แล้วไปเที่ยวเสริชหาภาพหนุ่มอิริค จนตอนนี้ในคอมพ์มีแต่ภาพตาหนุ่มคนนี้เต็มไปหมด พอเห็นรูปหนุ่มเจ้า วันละไม่รู้กี่สิบรูป ในหลากหลายอิริยาบท งานนี้ก็เลยเคลิบเคลิ้มหลงใหลตามคุณอุ๋มไปจริง ๆ เลยอ่ะค่ะ  :P


เมื่อวาน ยิ่งหนักค่ะ รี่ขึ้น message ว่า 'Your lips are close too mine ... Beware my foolish heart'


คุณอุ๋ม เลยเปลี่ยนของตัวเองมาเป็น Your lips, your nose,and your eyes are mine!!!



ในที่สุด คุณอุ๋ม ก็ขอเจรจาสงบศึก



คุณอุ๋ม: รี่ ตกลงอ่ะ E.M. นี่ ชั้นยกให้แก


รี่:  อุ๋ม นี่แกท่าจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว เหอ เหอ เขาไม่เอาแก แล้วแกนึกหรือว่า เขาจะเอาชั้น ท่าจะบ้า โลกนี้มันมีผู้หญิงอยู่สองคนหรือไง


คุณอุ๋ม: 555



พอตกดึก จะแยกย้ายกันไปนอน



รี่: อุ๋ม นี่แกอย่าลืมที่เมื่อกี้แกบอกชั้นน่ะ ตกลง E. M. เป็นของชั้นจริง ๆ แล้วนะ อย่าลืมนะแก ...

 

 
E.M. ของรี่
(ขอบคุณคุณอุ๋ม ที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบ)

 

 

My Foolish Heart
ทำนอง Victor Young
คำร้อง Ned Washington
ขับร้อง Salena Jones

The night is like a lovely tune
Be ware my foolish heart
How white, the ever constant moon
Take care my foolish heart
There's a line between
Love and fascination
That's hard to see on an evening
such as this
For they both give the very
same sensation
When you're lost in the magic of a kiss


His lips are much too close to mine
Be ware my foolish heart
But should our eager lips combine
Then let the fire start
For this time it isn't fascination
or dream that will fade and fall apart
It's love this time it's love
My foolish heart


For this time it isn't fascination
or dream that will fade and fall apart
It's love this time it's love
My foolish heart

เกี่ยวกับเพลง

ขอมอบเพลงโปรดเพลงนี้ให้กับตัวเองและคุณอุ๋มค่ะ
 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic