Lost In Translation

 

กลับมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้วค่ะ มีเรื่องมาเล่าให้ฟังเยอะแยะเลย แล้วก็มีรูปอีกเพียบ (แต่ฝีมือการถ่ายห่วย ๆ ของรี่ ที่ถ่ายยังไง ก็ไม่มีปัญญาทำให้มันออกมาสวยเหมือนที่เห็น -_-') ไว้จะทะยอย เขียนย้อนหลังในบันทึกวันก่อน ๆ หน้าแล้วกัน (ถ้าไม่ขี้เกียจเกิน) ดังนั้น ถ้าเห็นกระพริบ แล้วไม่มีหน้าใหม่ ก็ไม่ต้องแปลกใจนะค่ะ เพราะรี่กลับไปเขียนย้อนหลัง

วันนี้ขอสรุปเล่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับทริปนี้ก่อน

 

............................

 


:: เมื่อภาษาอังกฤษช่างไร้ความหมายสิ้นดี ::

 

ไม่เคยมีครั้งไหนที่ไปยุโรป แล้วรู้สึกภาษาอังกฤษช่างไร้ความหมายเอามาก ๆ เท่ากับไปสเปนอีกแล้ว ไม่รู้รี่ไปผิดที่ผิดทางหรือไง ถึงเจอแต่คนที่ไม่พูดภาษาอังกฤษเอาซะเลย ทั้ง ๆ ที่บางที่มันควรเป็นสถานที่ที่คนพูดภาษาอังกฤษ เช่น สนามบินภายในประเทศ เจ้าหน้าที่ check-in รู้ทั้งรู้ว่า เราเป็นคนต่างชาติ ก็ยังพูดภาษาสเปนใส่ หรือเวลาประกาศตอน boarding ว่าหมายเลขอะไรถึงเลขอะไรให้ boarding ได้ ก็เป็นสแปนิชหมด พอเดินไปถาม ก็ตอบมาเป็นสแปนิช

ขนาดสนามบินยังเป็นแบบนี้ แม้จะเป็นบินภายในประเทศก็เถอะ ก็คงไม่ต้องแปลกใจว่าในชีวิตประจำวันจะขนาดไหน เช่น ในร้านขายอาหารแห่งหนึ่ง

รี่: Pineapple juice please
คนขาย: (หน้างงสุดฤทธิ์ แล้วก็ bah bah in Spanish)
รี่: Piña juice please
คนขาย: (ยิ้ม) O Si Si

หรือแม้แต่ในร้านสตาร์บัค เมื่อรี่สั่งเสร็จกำลังจะจ่ายตังค์

คนขาย: dos cinquanta
รี่: (ทำหน้างง ๆ)
คนขาย: (ชี้ไปที่ตัวเลข 2.50 ที่กำลังโชว์อยู่บนเครื่องคิดเงิน) how do you call it?
รี่: Two Fifty
คนขาย: Si. Two Fifty
รี่: (งงหนักยิ่งกว่าเดิม)

 

............................

 

:: ขึ้นโรงพัก ::

 

ร้อยวันพันปี แม้แต่อยู่เมืองไทย ก็ไม่เคยต้องไปโรงพักอะไรกับเขา ยิ่งอยู่ต่างประเทศ ไม่ต้องพูดถึงเลย ก็มาที่สเปนนี่แหละ

วันที่สองใน Barcelona รี่ก็มีเรื่องต้องไปโผล่หัวที่โรงพักซะแล้ว โอ้ แต่อย่าตกใจ ไม่ได้ไปก่อคดีอะไรนะค่ะ ไม่ได้ไปทำข้าวของคนอื่นเขาพังเหมือนครั้งก่อนด้วย :P

เรื่องของเรื่องคือ ตอนเย็นวันนั้น หลังจากใช้เวลาทั้งวันไปกับ La Sagrada Familia (ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าหายเข้าไปอยู่ในนั้นได้ไง ตั้งหกชั่วโมง ข้าวเช้า ข้าวกลางวัน ไม่กิน) ก็นั่งรถ metro (ใต้ดิน) ไปที่ป้าย Passeig de Gracia แวะไปไปรษณีย์ซื้อแสตมป์

การซื้อแสตมป์ที่นี่ เป็นช่วงเวลาที่รี่มีความสุขอย่างมาก หน้าตากระหยิ่มยิ้มละไม อยู่หน้าตู้เหลืองที่ขายแสตมป์พราะมันคือช่วงเวลาแห่งการระบายเหรียญแดง มันเป็นตู้ที่แจ่มมาก ยิ่งกว่าตู้ขายสินค้าใด ๆ เพราะมันรับแม้แต่เหรียญ 1 เซนต์  !!! ใครรู้จักรี่ ก็จะเข้าใจว่า รี่มีความสุขแค่ไหน เพราะเป็นโรคจิตอย่างหนึ่ง คือ  เกลียดเหรียญแดงมาก ชอบหาทางกำจัด ด้วยการทอนเงินให้ใครต่อใครด้วยเหรียญแดง จนชาวบ้านเขาจะเลิกคบอยู่แล้วก็เพราะด้วยเหตุนี้แหละ

หลังจากนั้นก็เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ตามถนน Passeig de Gracia นั่นแหละ จนถึงป้าย metro อีกป้าย เพื่อจะกลับที่พัก

พอรถใกล้ถึงสถานี Catalunya อยู่ดี ๆ โบกี้ที่รี่อยู่ เกิดเสียงเอะอะ โวยวายดังหลังมาจากข้างหลัง เหมือนคนทะเลาะแล้วก็ตีกัน รี่เลยไปหันไปดู พอหันไป เจอผู้หญิงคนหนึ่ง ลักษณะเป็นพวก gitano มองหน้ารี่แปลก ๆ แล้วสักพัก ก็เดินหายไปไหนไม่รู้ ตอนนั้นบนรถก็วุ่นวายมาก คนรีบกรูกันมาข้างหน้า เพื่อหนีกลุ่มที่ตีกันนัวอยู่ข้างหลัง แล้วรี่ก็เลยเอ๊ะใจ รีบมองไปที่กระเป๋าสะพายตัวเอง ปรากฏว่าซิบมันเปิดอยู่ เอามือล้วงลงไป ปรากฏว่า กระเป๋าเงินไม่อยู่ พอดีจังหวะรถถึงสถานี Catalunya รี่เลยรีบลง เพื่อตั้งหลักค้นกระเป๋าสะพายให้ทั่ว แต่ว่า ยังไงก็ไม่มีกระเป๋าสตางค์ ตกใจมาก

ในจังหวะนั้น ที่สถานี Catalunya ก็วุ่นราวกับเกิดการจราจล คนกลุ่มที่ทะเลาะกัน บนรถไฟลงจากรถมาตีกันต่อข้างล่าง แล้วตำรวจกับเจ้าหน้าที่สถานี ก็เข้ามาห้าม แล้วก็ไม่รู้ห้ามกันอีท่าไหน สุดท้าย รี่เห็นเจ้าหน้าที่ไปร่วมวงตีกันกับเข้าด้วย คนก็กรูกันไปมา รี่ก็สับสน ไม่รู้จะเอาไงดี จะเดินเข้าไปบอกตำรวจก็คงไม่ได้ เพราะคุณตำรวจตอนนี้คงยุ่งกับการรุมตีกันอยู่ ขืนเข้าไป รี่มีหวังโดนรุมตีไปกับเขาด้วย เลยตัดสินใจ นั่งรถย้อนกลับไป  Passeig de Gracia กลับไปไปรษณีย์ถามเขาดู รี่อาจทำตกที่นั่นก็ได้ เพราะมันเป็นครั้งสุดท้ายที่รี่ใช้กระเป๋าตังค์

ปรากฏว่า ไปถึง ถามเจ้าหน้าที่ผู้ชายคนหนึ่ง เขาบอกว่า 'ใช่ ๆ เจอ มีเก็บได้' แล้วเขาก็เดินหายไปข้างหลัง ออกมาพร้อมกับกำมือสองข้างมายื่นต่อหน้ารี่ แล้วก็บอกว่า

'มาเล่นเกมส์กัน ทายดูสิว่า ของอยู่ข้างไหน'

อะไรฟะเนี่ย แล้วกระเป๋าตังค์มันจะไปอยู่ในมือได้ไง แต่รี่ก็แปะมือเขามั่ว ๆ ทายไปข้างหนึ่ง ปรากฏว่า ทายถูกด้วย แล้วเขาก็ยื่นนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่งมาให้รี่

เหอ เหอ เขาสับสนกับขำว่า 'watch' กับ 'wallet' ครับท่านผู้ชม (เรื่องภาษาอังกฤษกับคนสเปน รี่ขอยกไปเขียนหัวหน้า มีเรื่องต้องพูดกันยาว!!!)

ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ รี่จะหัวเราะมันให้ลั่นเลย แต่วินาที เหมือนได้ขึ้นสวรรค์แล้ว ตอนที่เขาบอกว่าเจอ แล้วกลับดิ่งลงนรกอีกรอบ

แล้วเจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่ดูขี้เล่นน้อยหน่อย เขาบอกจะไปค้นดูให้อีกที ปรากฏว่าไม่มี แล้วเขาเลยแนะนำให้รี่กลับไปสถานี Catalunya อีกครั้ง ไปรายงานคุณตำรวจประจำสถานีที่นั่น

กลับมาที่ Catalunya อีกครั้ง งวดนี้ สงบเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีพวกตำรวจกับเจ้าหน้าที่ล้อมวงใหญ่เต็มสถานีเต็มไปหมด แล้วรี่ก็เริ่มสับสนแล้วว่า เสื้อสีไหนคือเจ้าหน้าที่ เสื้อสีไหนคือตำรวจ

เจอคุณคนหนึ่ง ที่ค่อนข้างห่างมาจากลุ่ม รี่เลยเลือกเดินไปถาม

'คุณเป็นตำรวจเปล่าค่ะ ฉันทำกระเป๋าตังค์หายค่ะ'

คุณตำรวจ (ที่ตอนนี้คิดว่าใช่ เพราะเห็นแถมปักบนเสื้อเขียนไว้) ก็พูดอะไรไม่รู้ อังกฤษบ้าง สแปนิชบ้าง จำความได้ว่า 'ใช่ ๆ ทำกระเป๋าตังค์หายหรอ รอเดี๋ยวน่ะ' แล้วคุณตำรวจก็หายไปในกลุ่มตำรวจที่มุงล้อมกันอยู่ เพื่อไปเรียกคุณตำรวจอีกคนมา คุณตำรวจคุณใหม่ พูดภาษาอังกฤษได้ (ขอบคุณสวรรค์!!!) แถมพูดได้ดีมากด้วย (จนจบทริป คุณตำรวจคนนี้เป็นคนสแปนิชที่พูดอังกฤษได้ดีที่สุด ที่รี่เจอเลยละค่ะ)

คุณตำรวจสอบถามรายละเอียด แล้วก็บอกให้รี่ไปโรงพักกัน แล้วคุณตำรวจคนที่สองกับคนแรก ก็นำขบวนพารี่ไปโรงพัก

อาจเป็นเพราะตกใจเรื่องกระเป๋าตังค์ แล้วยังมาเจอเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย คนตีกันเละ จิตเริ่มเสียศูนย์ ดันระแวงมั่วซั่วไปหมด เกิดแปลกใจว่า กะแค่ไปโรงพัก ทำไมต้องพาไปตั้งสองคน? ประสาทถึงขนาดคิดว่า แล้วเกิดเขาเป็นคนไม่ดี พารี่ไปไหนมั่วซั่ว จะมีใครรู้ใครเห็นไหมเนี่ย? แถมระหว่างทางคุณตำรวจที่พูดภาษาอังกฤษได้ ก็ถามนู่นถามนี่ว่ามาจากไหน มาเที่ยวสเปนครั้งแรกหรอ เวลารี่ตอบ คุณตำรวจคนแรก ก็จะหันไปถามคุณตำรวจที่พูดภาษาอังกฤษได้ แล้วก็พูดอะไรกันก็ไม่รู้ ยิ่งทำให้รี่หวาดระแวงดิ่งลงเหวนักเข้าไปอีก

ยอมรับจริง ๆ ว่าน่าละอายมากค่ะ ไม่รู้คิดอะไรเลอะเทอะไปได้ปานนั้น

พอมาถึงสถานีคุณตำรวจสองคน บอกรี่ว่าไม่ต้องกังวลา เดี๋ยวคุณตาร้อยเวรจะจัดการให้ แล้วเขาก็บอกลาจากไป แต่คุณตาร้อยเวรพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ค่ะ หือ หือ :'(

เขาเอาพาสปอร์ดไปกรอกข้อมูลอะไรสักกะอย่าง แล้วพูดอะไรก็ไม่รู้ รี่เดาเอาว่า เขาบอกให้นั่งรอเข้าห้องสอบสวน และที่นี่ รี่ก็ได้พบว่า ไม่ใช่มีรี่คนเดียวที่เจอปัญหานี้ แถมของรี่แค่กระเป๋าตังค์หาย ไม่ได้สูญเสียอะไรมากมาย เงินมีอยู่ไม่เท่าไร บัตรเครดิตสองใบ บัตรเอทีเอ็มหนึ่งใบ แต่ว่า นั่นคือสิ่งที่รี่จำเป็นต้องใช้ในการประทังชีวิตที่เหลืออยู่เท่านั้นเอง :P เพราะงวดนี้ รี่ไม่ได้พกเงินสดติดตัวมามากกะใช้บัตรเครดิต แต่ยังไงก็โชคดีกว่านักท่องเที่ยวผู้หญิงอีกคน เขาบอกว่า เขาโดนขโมยไปหมด ทั้งกระเป๋า เอกสารทุกอย่าง พาสปอร์ตด้วย ตอนนี้ไม่เหลืออะไรติดตัวทั้งสิ้น ยังไม่รู้จะทำยังไงต่อไป เฮอ ...

แล้วรี่ก็วุ่นวายกับการโทรศัพท์เพื่อจะอายัดบัตรเครดิต แต่โทรศัพท์เจ้ากรรม ก็ดันมาแบ็ตหมดซะอีก รี่ก็เลยเซ็งนั่งหน้าเบื่อโลก สักพักคุณตาร้อยเวร ไปตามล่ามมาคุยกับรี่ คุณล่ามเลยช่วยโทรให้รี่ตามอายัดบัตรเครดิตกับบัตรเอทีเอ็ม

พออายัดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อยากกลับบ้านทันที เพราะเหนื่อยแทบขาดใจ แล้วไม่ได้คิดว่าของที่หายแล้วมันจะได้คืน แล้วรี่ไม่จำเป็นต้องเอาใบแจ้งความไป claim ประกันอะไรทั้งนั้น มันจะสีทุ่มอยู่แล้วอ่ะค่ะ ไม่เข้าใจสถานีตำรวจที่นี่เลย ว่ามันอะไรกันหนักหนากับแค่ของหาย รอเข้าห้องสอบสวนนานมาก ทั้ง ๆ ที่โรงพัก ก็ไม่ได้มีคนเยอะอะไร มีคนก่อนหน้ารี่แค่ประมาณสามคน แต่ละคนเข้าไป แล้วหายไปเป็นชาติ เบ็ดเสร็จ รี่อยู่สถานีตำรวจนี้ตั้งสองชั่วโมงกว่าได้

พอคุณตำรวจสอบสวนเรียกเข้าไป ก็ถามนู่ถามนี่ แรก ๆ มีคุณล่ามมาช่วยถาม หลัง ๆ คุณล่ามไม่รู้ไปไหน คุณตำรวจแก กว่าจะนึกคำถามถามรี่ออก กว่าจะแปลคำตอบกันรู้เรื่อง ก็ลุ้นกันแทบตาย อย่างเช่น

ตำรวจ: จากบาร์เซโลน่า แล้วจะไปไหนต่อครับ
รี่: Seville ค่ะ
ตำรวจ: อะไรน่ะ?

จากนั้นก็วนกันไปมาแบบนี้สักพัก รี่ก็ยืนยันว่า 'Seville' ส่วนคุณตำรวจก็วนกับคำถาม 'อะไรนะ?' อยู่ตรงนั้น แล้วรี่ก็เลยพยายามอธิบายเมืองนั้นว่า มันเป็นเมืองอยู่ในเขต andalucia ทางใต้ของสเปน

ตำรวจ: โอ้ Sevillaaaaaa

Seville เป็นชื่อเมืองในภาษาอังกฤษค่ะ ส่วนภาษาสเปนคือ Sevilla นับแต่เหตุการณ์นี้ เวลาใครถามรี่ว่าไปไหนหรือมาจากไหน ถ้าเป็น Seville รี่ไม่เคยใช้คำว่า Seville อีกต่อไป มีแต่ Sevilla เท่านั้น!!!

หลังจากนั้นรี่ก็ได้เอกสารอะไรมาไม่รู้ในภาษาสเปน ที่คุณตำรวจอธิบายให้รี่ฟังว่าในนั้นมีอะไรมั่ง แล้วก็ให้เซ็นรับทราบ แล้วก็บอกให้กลับบ้านได้ในที่สุด -_-'

 

............................

 

:: Cafe solo ::

มันอาจเป็นความผิดของรี่ด้วยแหละ ที่ไม่เรียนรู้ภาษาสเปนสักเล็กน้อยก่อนไป จริง ๆ มีความตั้งใจเดิมว่าจะลองศึกษาดู อุตส่าห์ไปยืมชุดสอนภาษามาจาก public library แล้ว แต่ก่อนไป วุ่น ๆ ก็เลยไม่ได้สนใจ

เขาคงคาดหวังว่า คนทุกคนบนโลกนี้ ควรพูดสแปนิชได้มั้ง เพราะภาษาสแปนิชคือภาษาสากลบนโลกใบนี้ แต่ในชีวิตประจำวัน รี่พูดมันอยู่สามคำ Hola , Gracia และ Cafe solo

 อันหลังนี่ ศัพท์หากินเลยอ่ะ เพราะไม่งั้นอาจลงแดงหรือขาดใจตายได้!!!

ไม่เข้าใจเลยว่า expresso นี่ มันน่าจะกลายเป็นศัพท์สากลของร้านกาแฟไปแล้ว แต่ทำไมกลับสั่งบ้างร้านแล้วไม่รู้เรื่องเลย แถมบางร้าน ถามรี่ว่า expresso เอาแบบใส่นมหรือไม่ใส่นม!?!

คนสเปนปกติ จะกิน expresso แล้วเยาะนมเล็กน้อย เรียก cafe cortado แล้วถ้ากาแฟ 50% นม 50% จะเป็น cafe con leche ดังนั้น สั่ง cafe solo หรือ expresso เพียว ๆ เป็นการตัดปัญหา ผ่านฉลุย ไม่มีข้อสงสัยอีกต่อไป

แต่แล้ววันหนึ่ง รี่ก็สั่งเหมือนเดิม

รี่: cafe solo please
คนขาย: expresso or americano?
รี่: (ตูกำลังอยากจะบ้ากับประเทศนี้จริง ๆ !!!) expresso please 

 

............................

 

:: เกือบหมดตัวรอบสอง ::

โดยปกติ ถ้ารี่ไม่มีเวลาอ่านรายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวมากนัก แต่สิ่งที่รี่จะอ่านก่อนอื่นใดคือพวกคำเตือนทั้งหลายใน lonelyplanet

ที่ Granada ใน lonelyplanet จะเตือนไว้เลยว่า แถว cathedral ที่ Granada เวลามีพวกผู้หญิง gitano มายื่นกิ่งโรสแมรี่ให้ อย่ารับเป็นอันขาด เพราะถ้ารับ จะเข้ามารุมขอเงินทันที  แล้วถ้าไม่ให้ ก็จะโวยวาย แล้วพอรี่ไปเห็นกับตาตัวเอง ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ตลอดเวลาที่อยู่ Granada รี่ก็ผ่านย่านนี้ วันหนึ่งไม่รู้ตั้งกี่รอบ ทุกครั้งก็เห็นเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำซาก ไม่เข้าใจคนพวกนี้เลยว่า มุขเดิม ๆ แบบนี้ ไม่นึกจะเปลี่ยนหรือไง  เพราะรี่ไม่คิดว่าจะมีนักท่องเที่ยวที่ไหนหลงไปให้เงินแลกกับกิ่งโรสแมรี่เหี่ยว ๆ ที่พวกเธอถือหรอก

แต่มีคำเตือนหนึ่งที่รี่เผลองี่เง่าหลงหูหลงตา อ่านไม่เจอ คือ การไปเดินแถบ Albayzin ซึ่งเป็นเขตเมืองเก่าของ Granada ปัจจุบันเป็นแหล่งของพวก gitano และ homeless อย่าพยายามไปเดินตอนกลางคืน แล้วเวลาเดินให้คอยดูข้างหลังให้ดี เป็นเขตที่เกิดอาชญากรรมมาก

แล้วรี่ก็ไปเดินหลงอยู่ในย่านนั้นตอนสองทุ่ม ในแถบที่มองไปทางไหน ก็ไม่เห็นคนอื่นเดินผ่านมา มีแต่เด็กผู้ชายวัยรุ่นสองคน ที่เป็นพวก gitano เดินตามรี่มา ขนาดไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน บรรยากาศตอนนั้น ก็ไม่ชอบมาพากลพอที่รี่จะรู้ตัว วิ่งจู้ดเลย ประสาทเสียมากกว่าจะหาทางหลุดออกมาเจอย่านนักท่องเที่ยว แล้วพอมาอ่านเจอคำเตือนที่หลัง อยากจะเขกกะโหลกตัวเองสักสิบหน เฮอ ...

 

:: Never return again? ::


รี่คิดว่า คงไม่กลับไปประเทศนี้อีกแล้วอะค่ะ ไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ของหายนะค่ะ ต่อให้ไม่หาย ก็มีอะไรหลายอย่างที่รู้สึกแย่กับคนสเปนเอามาก รู้สึกว่า ไม่ nice เลย ทุกประเทศที่รี่เคยไป เวลาคนท้องถิ่นเห็นเราเป็นนักท่องเที่ยว จะดีกับเรามาก ภาษาไม่ใช่อุปสรรค แม้บางครั้งสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง แต่ก็รับรู้ได้ด้วยใจว่า เขาพยายามช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเราเต็มที่ แตที่สเปน ทำไมรี่เจอแต่คนที่ไม่ helpful เอามาก ๆ แล้วยิ่งพอเห็นสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ก็มารยาทแย่ถึงขนาด neglect ไปเลย ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ด้วยซ้ำ รู้สึกแย่มาก แต่มันอาจเป็นจังหวะไม่ดีของรี่เองอะค่ะ คนอื่นไป อาจจะเจอแต่อะไรดี ๆ ก็เป็นได้

ถ้ารี่จะกลับไป ก็คงมีเหตุผลเดียวคือ รี่ต้องการไป Santiago del Compostela อีกความใฝ่ฝันหนึ่ง ที่ยังไม่ได้ทำเลย :)

we are in diaryis.com family | developed by 7republic