Mission Impossible I

เพิ่งกลับถึงบ้านค่ะ แทบสลบ กว่าจะพาตัวเองออกจากออฟฟิศได้ ปัญหาเดิมนะค่ะ กลิ่นเท้าของตาทิม แต่วันนี้หนักมาก ได้กลิ่นตั้งแต่จากระเบียงก่อนเดินเข้าออฟฟิศเสียอีก

ตอนนี้มันเป็นปัญหาใหญ่ของรี่ไปแล้วค่ะ ใหญ่มาก ๆ มันทำให้รี่ป่วยกระเสาะกระแสะได้เรื่อย ๆ

เริ่มจากวันจันทร์ของสัปดาห์นี้ ไปทำงาน สายหน่อย กลิ่นเท้าตาทิม เริ่มออกมาอย่างรุนแรง รี่ก็หายใจทางปากตลอดเวลา จนตกบ่ายหน่อย รี่รู้สึกวิงเวียนศรีษะมาก เลยเก็บข้าวของกลับบ้าน  แต่มีสายรายงานว่า พอรี่เดินถือกระเป๋าออกจากออฟฟิศไม่นาน ตาทิมก็ขนของกลับบ้านบ้าง

วันอังคาร ให้รี่ต้องไปสูดดมกลิ่นเท้าอีก ก็ไม่ไหวแล้ว ขอลาหยุดทำงานที่บ้านแทน ปรากฏว่า ตาทิม ไม่มาทำงานเหมือนกัน เพราะวันพุธต้องลงแข่งบอล พี่แกกะฟิตเก็บแรงเต็มที่

วันพุธ รี่ก็ไม่ไปทำงานอีก เพราะคิดว่า ตาทิมหยุดไปวันหนึ่งแล้ว คงมาทำงานแน่ ๆ แล้วมีแข่งเตะบอลตอนเย็น ยังไงก็น่าจะมา ผลปรากฏว่า ตาทิมไม่มาทำงานอีก ตอนเย็นไปสนามเตะบอลเลย

วันพฤหัส รี่ไม่สบาย ท้องเสีย ถึงไม่เสียก็ไม่ไป เพราะคิดว่า เมื่อวานตาทิมไปเตะบอล แล้วมีแววอาจซกมกไม่อาบน้ำอาบท่า กลิ่นคงนรกสุด ๆ แน่ ๆ แต่ปรากฏว่า ตาทิม ก็ไม่ไปทำงานอีกเช่นกัน อาจจะสลบเพราะเหนื่อยหรืออาจไปพักใจ เพราะทีมแพ้

วันศุกร์ รี่ไปทำงาน ตาทิมก็โผล่มาทำงาน ตกบ่าย กลิ่นเท้านรกมาก ๆ รี่วิงเวียนศีรษะ ขอตัวกลับบ้านก่อน ไม่ไหวแล้ว

มีแต่คนช่วยแนะนำอย่างนู้นอย่างนี้ เช่น ให้รี่ไปพูดตรง ๆ หรือไปเขียนบัตรสนเท่ห์ไว้ รี่ทำไม่ได้อ่ะค่ะ :'(

คนเรามีเรื่องกลัวเรื่องกล้าต่างกัน เรื่องบางเรื่องรี่กล้า คนอื่นกลัว บางเรื่องคนอื่นกล้าทำได้ แต่รี่ไม่กล้า เช่นเรื่องนี้เป็นต้น  ยังไงก็ไม่กล้า อายมาก ๆ แค่คิดก็อายแล้ว

นึกถึงว่า ถ้าใครมาบอกเราว่ามีกลิ่นตัวหรือกลิ่นเท้าเหม็น เราคงเสีย self น่าดู เราคงไม่โกรธคนที่บอกเราหรอก แต่ความน่าละอายและภาพจังหวะที่คนคนนั้นบอกเรา เราคงจดจำไว้ในใจตลอด

ถึงเขียนบัตรสนเทห์ ตาทิมก็คงอนุมานได้ว่า เป็นรี่ เพราะว่า ทุกวันนี้ รี่ทำงานแบบต้องเอามือกุมจมูกตลอด สลับกับการดมวาเป็กซ์ แล้วก็ฉีดน้ำยาดับกลิ่น Detol

โธ่ แค่ฉีดน้ำยาดับกลิ่นนี่ ตอนแรก ๆ รี่ยังไม่กล้าฉีดซะด้วยซ้ำ ต้องรอให้ตาทิม ลุกไปชงกาแฟ ลุกปุ๊บ รี่ก็ฉีด ๆๆๆ ทันที แต่หลัง ๆ นี่ ไม่ไหวแล้ว ฉีดต่อหน้าต่อตา แต่ตาทิมก็ยังไม่รู้ตัวเล้ยยยย แล้วสเปรย์ก็ไม่ได้ผล ฉีดไปก็เท่านั้น ไม่ได้ช่วยอะไร พอตาทิมกลับมานั่งโต๊ะ กลิ่นก็เหมือนเดิม แถมบางทีกลิ่นผสมของสเปรย์กับกลิ่นเท้า ยิ่งหนักข้อกว่าเดิม

ระหว่างกลับบ้าน ความคิดรี่ก็หมกหมุ่นตลอดเวลาเรื่องกลิ่นเท้าตาทิม ว่าจะเอาไงดี ผลสุดท้าย รี่ว่าจะลองเอาน้ำหอมไฟฟ้าไปเสียบใต้โต๊ะ แต่มาคิดอีกที ก็ไม่เข้าท่าค่ะ กลิ่นน้ำหอมกับกลิ่นเท้า จะตีกันจนเละเทะ

เมื่อกี้กลุ้มใจมาก โทรไประบายให้ม๊าฟัง สุดท้ายได้วิธีการแก้ปัญหาแล้วค่ะ เราต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ เท้าตาทิมอ่ะ รี่คงไม่มีปัญญาไม่ฉีด แต่ว่า รองเท้าตาทิมที่ใส่ในออฟฟิศ รี่ว่าคือตัวปัญหา

ตาทิมเนี่ย ขี่มอเตอร์ไซส์มาทำงาน เขาจะใส่รองเท้าบู้ทสูง เสร็จแล้วก็มาเปลี่ยนรองเท้า sandal ที่เป็นรองเท้าแบบเปิดเท้า แล้วมีสายรัด ที่ผู้ชายชอบใส่กันตอนหน้าร้อนอ่ะค่ะ แล้วรู้สึกว่า มันจะเป็นหนัง แล้วเขาเป็นคนเหงื่อออกมา มันคงไปหมักหมมที่ร้องเท้า ที่ไม่เคยมีการเช็ดทำความสะอาดใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วเวลาจะกลับบ้าน ก็จะเปลี่ยนเป็นบู้ทออกไป

ตอนนี้สงสัยอยู่ว่า ตาทิม เก็บเจ้ารองเท้าเหม็นนี่ไว้ที่ไหน ถ้าอยู่ในออฟฟิศ แล้วไม่ได้ถูกเก็บล็อคในตู้ พรุ่งนี้วันเสาร์ ม๊าบอกให้รี่ ขนอุปกรณ์ทำความสะอาดไปเช็ดร้องเท้าให้ตาทิม  แล้วฉีดน้ำยาดับกลิ่นซะ

ถ้ารองเท้าอยู่ข้างนอกจริง รี่ไปปฏิบัติการแน่นอนค่ะ มันถึงจุดที่แย่ที่สุดแล้ว ตราบใดที่ไม่ใช่การไปพูดตรง ๆ อะไรรี่ก็ยอมทำทั้งนั้น!!!

แล้วรี่จะมาอัพเดตข่าวสารให้ฟังนะค่ะ ว่าปฏิบัติการครั้งนี้ จะสำเร็จหรือไม่

 

..........................................

 

อ้อ ช่วงนี้ได้รับ สาสน์รักแสดงความคิดถึง จากมิตรรักแฟนเพลง ติด ๆ กันเลยนะค่ะ ^^

ทุกใบเวลารี่อ่านจบ จะทำให้รี่ยิ้มได้เสมอ ขอบคุณทุกคุณมากค่ะ และขอบคุณไดอารี่แห่งนี้ ที่ทำให้เรามาเจอกัน

ค่ำคืนนี้ รี่ฟังเพลงได้วนไปวนมา เกิดอารมณ์โรแมนติกอย่างประหลาดค่ะ เลยว่า เดี๋ยวจะไปเขียน สาสน์รัก ตอบกลับมิตรรักแฟนเพลงเสียหน่อย อิ อิ

ราตรีสวัสดิ์และขอให้มีสุดสัปดาห์ที่แจ่มใสนะค่ะ

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic