On A Full Moon Night

 

จากบันทึกหน้าก่อน มีคนบอกว่า รี่เขียนแบบนี้ค่อยเหมาะสมกับอายุหน่อย ( = รี่ชอบเขียนอะไรแก่ ๆ ?)  สองสามวันที่ผ่านมา รี่เลยไม่กล้ามาเขียนเลย เพราะถ้าเขียนคงจะตั้งชื่อประมาณว่า Winter Trauma กระมัง

จริง ๆ ไดอารี่เล่มนี้ มันเป็น escapism ของรี่นะ บางทีเขียนเรื่องอะไรสนุกรื่นเริง ไม่ใช่ว่า วันนั้นชีวิตจะ happy แต่การได้เขียนสิ่งที่ตัวเองชอบ มันทำให้รี่รู้สึกหลุดจากอะไรงี่เง่ารอบด้านสักพัก

เอ แล้วการอยู่กับน้องหมีทั้งหลาย มันเป็น escapism แบบหนึ่งหรือเปล่า ประมาณว่า รำคาญพวกมนุษย์ทั้งหลาย อยู่กับน้องหมี คุยกับน้องหมี สบายใจกว่าเยอะ?

 

....................................

 

ค่ำคืนวันศุกร์แบบนี้ ส่วนใหญ่ที่ออฟฟิศก็รีบกลีบบ้านกันหมด แต่วันนี้ รี่อยู่ค่ำ เพราะจะรอดู firework ที่มหาวิทยาลัยจัด ตอนสองทุ่ม (อีกสองวัน จะเป็น Bonfire Night ค่ะ)

ระหว่างรอออกไปดูพลุ รี่กับออม สองสาวที่แชร์ออฟฟิศร่วมกับหนุ่มอีก 13 คน ก็สวมวิญญาณสาวออฟฟิศ ด้วยการตั้งวงเมาท์หนุ่ม ๆ ในออฟฟิศ เนื่องจากเมาท์ได้คล่องปาก เพราะไม่มีชาวบ้านที่ไหนเหลืออยู่แล้ว

เรื่องคือว่า ที่ออฟฟิศใหม่ที่สร้างขึ้นหลังจากตึกของภาคโดนไฟใหม่ที่รี่อยู่ในปัจจุบัน หนุ่มเกือบครึ่งออฟฟิศ เป็นเด็กในที่ปรึกษาของอาจารย์ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งอาจารย์คนนี้เธอมีนิสัย bossy เอาการ

ตอนย้ายมาออฟฟิศนี้ใหม่ ๆ รี่ก็รำคาญเธอเป็นที่สุด เพราะเธอวันหนึ่งจะเดินปึงปัง ปึงปังเข้ามาในออฟฟิศไม่ต่ำกว่าสิบรอบ เรียกเด็กของเธอให้ไปทำนั่น ทำนี่ หรือจะขอดูผลนั่น ผลนี่ หรือทวงถามเด็กคนนั้น คนนี้ ว่าทำนั่นยัง ทำนี่ยัง เดินเข้าเดินออกแบบนี้อยู่นั่นแหละ

อาจารย์คนนี้ มีเด็กเป็นสิบได้ แต่ไม่มี postdoc ทำงานด้วยสักกะคน นับว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดมาก เลยเดากันว่า เธอไม่ยอมจ้าง postdoc มาทำงาน เพราะเปลือง สู้เหมารวมใช้พวกเด็ก PhD ทำทั้งหมดนี่แหละ

งานที่ใช้เด็กทำ บางเรื่องก็นอกลู่นองทางสุด ๆ อย่างเรื่องล่าสุด คือ การทำเรื่องเคลมประกันจากไฟไหม้ เมื่อปีที่แล้ว

ชาวบ้านเขาทำรายการของที่สูญหายจากไฟไหม้ที่ต้องเคลมจากประกันเสร็จไปตั้งแต่ปีมะโว้ กลุ่มของอาจารย์คนนี้ ยังไม่เสร็จกับเขาสักกะที แล้วเราก็ถึงบางอ้อว่าทำไมมันไม่เสร็จสักกะที เพราะ มีวันหนึ่ง เด็กสองคนของอาจารย์คนนี้ มานั่งพิมพ์รายการของที่จะเคลม คนหนึ่งอ่านให้อีกคนหนึ่งฟัง แล้วพิมพ์ แล้วเราก็ได้ยิน ...

'หลอดไฟ 1 ปอนด์'

โอ้ มายก็อด นี่แกจะเล่นเคลมทุกอย่างยันกระดาษทิชชู่เลยหรือไง? ชาวบ้านเขามีแต่เคลมแค่พวกอุปกรณ์เครื่องมือใหญ่ ๆ ไม่มีใครเขาบ้ามาเขียนอะไรจุกจิกแบบนี้

เรื่องฮายังไม่จบเท่านั้น สองวันก่อน ของที่ส่งไปเคลมมาส่ง อาจารย์แกก็มาเรียกพวกเด็ก ๆ ไปขนของ  แล้วเด็กแกก็เอามาเปิดแกะในออฟฟิศ หนึ่งในของที่แกะออกมา แล้วทำให้รี่เกือบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ มันคือ .... ไม้ถูพื้น !!!

คนแกะคือตาทิม ที่นั่งตรงข้ามรี่ เปิดมาเจอ ก็อึ้งกิมกี่ไปเหมือนกัน แล้วก็บ่นอะไรพึมพำ พึมพำ คาดว่าของล็อทหน้ามาส่ง คงจะมี ถังน้ำ ราวตากผ้า และอื่น ๆ อีกจิปาถะตามมา ไม่รู้จะไปทำแลบกัน หรือไปเป็นแม่บ้านประจำตึก?

วันนี้ อยู่ดึก ปลอดคน ยืนเม้าท์กับออมเรื่องนี้อยู่  รี่เลยถือโอกาสไปสำรวจตรวจตราไม้ถูพื้นที่ว่าอย่างใกล้ชิดเสียหน่อย ปรากฏว่า ที่ด้ามมันมีสติ๊กเกอร์แปะซะด้วยว่า 'Home Order' แล้วรี่เลยได้ไปนั่งหัวเราะกลิ้งอยู่ข้างไม้ถูพื้นอยู่ตรงนั้นแหละ

 

....................................

 

อาทิตย์ คิดว่า ขารี่คงหายพิการแล้ว ตั้งใจว่า จะกลับมาเล่น squash อีกครั้งหนึ่ง หลังจากห่างหายไปนาน ไปแต่ว่ายน้ำอย่างเดียว

squash นี่เป็นอะไรที่รี่ชอบมาก ระบายความเครียดได้ป็นอย่างดี โมโหใคร ก็ฟาดมันเข้าไป ฟาดม้นเข้าไป แล้วก็กลับบ้านนอน!!!

 

....................................

 

ใครที่คุ้นเคยกับรี่ คงรู้ว่า นี่เป็นอีกหนึ่งเพลง
โปรดมากของรี่

สำหรับค่ำคืนที่ดวงจันทร์สวยมากในคืนนี้ และเพิ่งกลับมาจากการดูพลุที่รู้สึกว่า เป็นการดูพลุที่ประทับใจที่สุดที่เคยดูมาเลยทีเดียว เลยขอเอาเพลงนี้มาเปิดอีกครั้งค่ะ แต่เป็นอีกสไตล์หนึ่ง ต่างจากที่เคยคุ้นเคยกัน :)

ไปละค่ะ ราตรีสวัสดิ์ ขอให้นอนหลับฝันดี ...

 

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic