Crisis

 

เครียดมากช่วงนี้ เครียดซะจนรู้สึกเส้นเลือกที่หน้าผากมันกระตุกเลย ประสาทมาก

ตอนนี้ ชีวิตเข้าสู่วิกฤตอย่ามหันต์ จริง ๆ ปัญหาเรื่องเรียนมันก็หมักหมมมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ตัวเนื้องานก็มีปัญหา แล้วยังโดนเพิ่มเป็นกำลังสอง ด้วยปัญหากับซุปเปอร์ไวเซอร์ ซึ่งมีคดีก่อหลากหลายคดี ล้วนแต่ทุเรศทั้งนั้น มันทำให้รี่ suffer มาตลอด แล้วก็เซ็งงานตัวเอง จนตัวรี่เอง ก็เขวไป แต่ละครั้ง เรียกว่า บางทีหยุด ไม่ทำงานเป็นเดือน ๆ เลยก็มี ถ้ารวมเวลาเบ็ดเสร็จ ที่รี่เขวไป นับรวมอาจเป็นปีซะด้วยซ้ำ

รี่ไม่ได้เอามาเล่า ไม่อยากจะเล่าด้วย เล่าแล้วยิ่งชีช้ำ อีกอย่าง ไดอารี่ เป็นที่ที่รี่หลบมาหาความสบายใจ เลยไม่ค่อยอยากเอาเรื่องเฮงซวยในชีวิตจริง ทั้งหลายมาใส่ไว้

แต่วันนี้ ขอบันทึก crisis ในชีวิตตัวเองตอนนี้ไว้หน่อยเหอะ ...

 

 ... ... ... ... ... ... ... ... ... ...

 

เชื่อไหมว่า ทุกวันนี้ รี่ทำงานเองคนเดียว คิดเองคนเดียว ผิดหรือถูกก็ไม่รู้ แบบดุ่ม ๆ ไปโดยไม่รู้ว่า ทางที่เดินข้างหน้า มันจะเป็นทางออก มีแสงสว่างหรือเปล่า หรือสุดท้ายแล้ว จะพบว่า มันเป็นทางตัน

รี่มีซุปเปอร์ไวเซอร์ถึงสองคน แต่ตอนนี้ ไม่มีใครสนใจแล้ว ซุปใหญ่คือ บิล ไม่ต้องพูดถึง มีแต่ได้ชื่อว่าเป็นซุปอย่างเดียว จะสนใจ ต่อเมื่องานทำท่าจะออก แล้วพยายามจะชิงงานนั้นไปเป็นของตัวเอง นี่ละ คือ ความรู้สึกที่รี่มีต่อซุปใหญ่  

ซุปเล็ก คือ จอห์น นิสัยการชกชิง ยังไม่เซียนได้ระดับเท่าบิล แล้วก็ยังมีสนใจมาถามไถ่บ้างว่าเป็นไง แต่ร้อยวันพันปี จะมาถามสักที พูดให้ฟัง ก็เหมือนพูดให้รูปปั้นฟัง เพราะจอห์นมีความรู้เรืองที่รี่ทำอยู่ตอนนี้ แทบเป็นศูนย์

 

 ... ... ... ... ... ... ... ... ... ...

 

แล้วเมื่อหลายวันก่อน จอห์นก็เรียกรี่ไปพบ แล้วก็พูดประโยคเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ สรุปใจความได้ว่า 'ถ้าไม่จบ ก็เรื่องของแก ชั้นไม่เกี่ยว'

แล้วจอห์นก็บอกว่า ทั้งจอห์นกับบิล ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้นกับงานที่รี่ทำ ให้ลองไปปรึกษาคนอื่นดู

เจริญดีไหมค่ะ ซุปเปอร์ไวเซอร์ของรี่?

แต่ก็ยังดี ที่จอห์นไปติดต่อให้ เรื่องของเรื่องคือ จอห์นไปได้ข่าวมาว่า ปีเตอร์ กำลังเขียนขอเงินวิจัย ทำ simulation เกี่ยวกับเรื่องที่รี่กำลังคิดหาหนทางทำอยู่พอดี

พอจอห์นได้อีเมลล์ตอบกลับมาจากปีเตอร์ รี่ก็เลยไปนัดขอพบปีเตอร์ แล้วเขาก็ตอบกลับมาให้รี่เตรียมงานทั้งหมดที่ทำมาตอนนี้ ไปพูดให้เขาฟัง

หลายวันที่ผ่านมา ก็เครียดมาก กลัวว่า งานที่ทำมาทั้งหมด สุดท้ายแล้ว มัน rubbish เพราะเนื่องจาก รี่คิดเอง เออเอง ทำเอง อยู่คนเดียว ไม่เคยมีใครรู้ ไม่มีคนมาตรวจสอบ เลยไม่มั่นใจ สิ่งที่มีอยู่ในมือมันเป็นแค่ก้อนกรวดหรือเปล่า อีกอย่าง ไม่มั่นใจด้วยว่า ปีเตอร์เป็นคนไง เคยเจอผ่าน ๆ ดูแบบขรึม ๆ เครียด ๆ แถมตอบอีเมลล์รี่แบบใส่มาเป็นชุด ให้เตรียมนั่น เตรียมนี่ รี่ก็เลยประสาทเสียใหญ่

 

 ... ... ... ... ... ... ... ... ... ...

 

วันนี้มีมีทติ้งครั้งแรกกับปีเตอร์ รี่เป็นคนไปจัดการบุ๊คห้อง ตอนบุ๊คก็คิดว่า ชั่วโมงหนึ่งก็เหลือแหล่แล้ว รี่คิดว่า คุยไม่น่าเกินครึ่งชั่วโมง ปรากฏว่า คุยไปสองชั่วโมง ดีที่มันไปติดช่วงพักเที่ยงพอดี เลยไม่มีใครใช้ห้องมีทติ้ง แต่รี่แบบหิวข้าว ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า คุยไปท้องร้องไป ร้องดังมากด้วย อายสุด ๆ

ปีเตอร์ ดู results ทุกอย่าง ที่ซุปรี่ไม่เคยสนใจจะดู แล้วก็ซักรายละเอียดยิบ  แล้วช่วยแนะว่า ถ้าจะทำต่อไป จะทำอย่างไร ซึ่งสิ่งที่รี่จะทำต่อ เป็นโครงการที่ปีเตอร์กำลังเขียนขอเงินวิจัย อย่างที่จอห์นว่าจริง โดยเป็นโครงการวิจัยสองปี ...

หา อะไรนะ!!! โอ๊ย กำ กำ!!! รี่ต้องทำเรื่องนี้ให้ได้ภายในไม่ถึงปี ไม่งั้น รี่ตายแน่ แถมเลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ สุดท้าย จริง ๆ แล้วไอเดียที่ว่า มันเวิร์คหรือเปล่า มันอาจจะเป็นไอเดียที่ไม่เวิร์ค แล้วไม่มีทางทำได้อยู่แล้วก็ได้ เพราะโปรเจกต์เขาก็ยังไม่ได้อนุมัติเลย ประสบการณ์อันเลวร้ายที่ผ่านมา ทำให้รี่กลายเป็นพวก sceptic ไปแล้ว

หลังจากคุยกับปีเตอร์เสร็จ กลับเข้ามาทำงานตอนบ่าย แล้วเครียดมาก จนรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะบ้าไปแล้ว ต้องออกไปข้างนอก สงบสติอารมณ์ ในที่สุดก็คิดขึ้นมาได้ว่า วินาทีนี้ มัน nothing to lose แล้ว มีให้เลือกก็แค่ do or die   

เอาเถอะ ขอยึดปีเตอร์เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่อย่างเต็มตัวละ แล้วเดินหน้าต่อไป ลองทำดู จะออกมาเป็นไงก็ว่ากัน ถ้าออกก็โป๊ะเชะ ถ้าไม่ออกก็กลับบ้านมือเปล่า ...

 


Nearer My God To Thee

we are in diaryis.com family | developed by 7republic