Easy Friday

 

วันนี้ไม่มีอะไรพิเศษมาเล่านะค่ะ แต่รี่ต้องมาอัพไดอารี่หน้าใหม่ ก็เพราะไม่สบายใจที่จะปล่อยให้หน้าที่แล้วอยู่นาน อย่างที่บอก รี่ไม่ค่อยชอบให้เรื่องไม่ค่อยน่าอภิรมย์มาอยู่ในไดอารี่เล่มนี้สักเท่าไร แล้วโดยส่วนต้วก็เกลียดพวกนิสัยช่างบ่น พร่ำปริวิเวทนามากมาย พอตัวเองมาทำเสียเอง ก็เลยต้องรีบกลบเกลื่อน เปลี่ยนหน้าไว  ๆ ซะงั้น ;)

 

........................

 

มีคนถามรี่ถึงเพลงที่เปิดที่หน้าที่แล้ว ว่าเหมือนเพลงกำลังจะไปออกรบเลย

รี่เมื่อคืนก็ประสาทไม่ดี เอาเพลงมาลง แล้วลืมเขียนเล่ารายละเอียด เพราะจะรีบไปนอน

เพลงที่เปิดคือ Nearer My God To Thee ค่ะ เป็นเพลงที่บรรเลงตอนเรือใกล้ล่ม ในภาพยนตร์เรื่อง Titanic บรรเลงด้วยวง I Salonisti ค่ะ

ใครได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ คงจำวงดนตรีที่บรรเลงอยู่บนเรือได้ ที่ยืนหยัดบรรเลงดนตรีต่อไป จนวินาทีสุดท้าย ที่จบชีวิตกันไปพร้อมกับเรือ

ตอนรี่ไปดูเรื่องนี้ รู้สึกเฉย ๆ กับดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ชอบมากคือดนตรีที่วงบรรเลงให้ความบันเทิงกับผู้ชมบนเรือ ก็เลยตามหาว่าเขามีทำออกมาเป็นอัลบั้มหรือเปล่า ประกอบว่า มันไม่ได้ถูกบรรจุในอัลบั้ม Ost ของภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ตัววง I Salonisti เขาทำออกมาเป็นอัลบั้ม รวมเพลงที่บรรเลงบนเรือโดยเฉพาะค่ะ

ใครสนใจเพลงที่บรรเลงโดย ensemble วงนี้ ลองเข้าไปดูที่เวบไซต์เขาได้ มีตัวอย่างเพลงแบบเต็มเพลงให้ฟังด้วย 

                            I Salonisti

 

........................

 

วันนี้ เริ่มเอางานไปปรึกษาปีเตอร์ 

 So far, so good ค่ะ

ปีเตอร์นี่ดีอย่าง ตรงที่เงียบ ไม่โม้มาก แบบหาใจความไม่ได้เหมือนจอห์น แต่ก็ไม่เงียบสยองขวัญเหมือนบิล อธิบายอะไรตรงประเด็น ตรงจุด สั้น ๆ จบ

ข้อดีอีกอย่างออฟฟิศอยู่ตึกกระป๋องเหมือนกัน รี่ติดอะไรตรงไหน ก็วิ่งจู๊ดจากชั้นสอง ลงมาชั้นล่างถามทันทีได้เลย วันนี้ประเดิมวิ่งไปมาเป็นสิบรอบ!!!

เขาจะนึกด่ารี่เปล่าก็ไม่รู้ แบบไม่ใช่เป็นซุปเปอร์ไวเซอร์จริง ๆ สักกะหน่อย งานการเขาก็มี่ต้องทำ -_-'

 

 ........................

 

ปีเตอร์เป็นคนออสเตรีย ทำให้ตรอกย้ำความเชื่อดั้งเดิมฝังใจของรี่ว่า อะไรที่ไม่ได้มาจากอังกฤษ มักดีเสมอ ... 555

แต่จริง ๆ ที่ภาค พวกนักวิจัยส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติค่ะ และส่วนใหญ่มาจากพวกยุโรป คนอังกฤษกลายเป็นชนส่วนน้อยไปซะงั้น

ภาครี่เป็นสถาบันวิจัย เน้นทำวิจัย ไม่ได้มีการเปิดคอร์สสอนหนังสือเหมือนพวกคณะอื่นเขา รี่เลยไม่ค่อยชินกับการเรียกใครเป็นอาจารย์ เพราะที่ภาค ทุกคนเป็นนักวิจัยกันหมด และลักษณะการบริหารงานของภาค ก็จะเหมือนบริษัทหรือองค์กรหนึ่ง มากกว่าสถาบันการศึกษา รี่เองก็รู้สึกเหมือนตัวเอง นั่งทำงานในบริษัทมากกว่านั่งเรียนหนังสือ

ยิ่งออฟฟิศที่สร้างใหม่ เป็นแบบห้องใหญ่ ๆ แล้วแบ่งเป็น partition ๆ ยิ่งได้อารมณ์เหมือนนั่งทำงานบริษัทเข้าไปใหญ่ แถมเช้า ๆ มานั่งทำงาน ก็มีพวกชอบมาตั้งแก๊งค์เม้าท์เจ้านาย (ซุปเปอร์ไวเซอร์) แต่ออฟฟิศนี้ประหลาดค่ะ ผู้หญิงนั่งทำงาน มีแต่หนุ่ม ๆ ที่พักเบรคเป็นไม่ได้ ต้องจับกลุ่มนั่งเมาท์นินทาซุป

ใครว่า ผู้ชายไม่ขี้นินทา?

 

Bic Runga: Sway

 Don't stray, don't ever go away
I should be much too smart for this
You know it gets the better of me
Sometimes, when you and I collide
I fall into an ocean of you, pull me out in time
Don't let me drown, let me down
I say it's all because of you
And here I go, losing my control
I'm practicing your name so I can say it to your face
It doesn't seem right, to look you in the eye
Let all the things you mean to me
Come tumbling out my mouth
Indeed it's time to tell you why
I say it's infinitely true

Say you'll stay, don't come and go
Like you do
Sway my way, yeah I need to know
All about you

And there's no cure, and no way to be sure
Why everything's turned inside out
Instilling so much doubt
It makes me so tired - I feel so uninspired
My head is battling with my heart
My logic has been torn apart
And now it all turns sour
Come sweeten every afternoon

It's all because of you
It's all because of you

Now it all turns sour, come sweeten every afternoon
It's time to tell you why, I say it's infinitely true

It's all because of you
It's all because of you
It's all because of you

we are in diaryis.com family | developed by 7republic