And then we all are nothing

 

วันนี้ มีรุ่นน้องเขียนอีเมลล์มาระบายปัญหาเรื่องที่ทำงานให้ฟัง เป็นเรื่องปัญหาของคนในที่ทำงาน ที่เป็นประเภท ego สูง รี่นั่งอ่านในออฟฟิศ ตอนที่กำลังสุดง่วงพอดี (หลัง ๆ นี่รี่ชักสงสัยว่า ตัวเองโดนวางยาหรือเปล่า ทำไมง่วงได้ง่วงดี แอบหลับในออฟฟิศก็บ่อยมาก) เลยหายง่วงเลย พิมพ์ตอบไปเป็นเป็นชุด ๆ กลายเป็นหนึ่งในการพิมพ์อีเมลล์ที่ยาวที่สุดของรี่ไปเลย

ปัญหาเกี่ยวกับนิสัยของคน ส่วนใหญ่มันยากที่จะไปแก้ที่ตัวต้นเรื่อง ถ้าอยากแก้ ก็เห็นต้องแก้ที่ตัวเรานี่แหละ นั่นก็คือ 'ทำใจ'

พูดง่าย แต่ทำยากเหลือเกิน เพราะในความรู้สึก การทำใจ ก็เหมือนกับ การยอมแพ้ แต่แท้จริงแล้ว มันเป็นการแสดงให้เห็นว่า ความเป็นมนุษย์ของเราได้พัฒนาไปอีกขั้น เราเข้าใจความเป็นไปของโลก เข้าใจกิเลส ตัญหา ความอ่อนแอของมนุษย์ดีเพียงพอที่จะทำให้เราวางเฉย ไม่เก็บมายึดติด ไม่เก็บมาเป็นอารมณ์  

 

........................................

 

ความเชื่อส่วนตัวของรี่ก็คือ คนเรายิ่งเรียนสูง ข้อเสียที่ได้คือ เป็นพวกยึดมั่น ถือมั่น นึกว่าตัวเหนือกว่าใคร ๆ ยิ่งถ้าได้ไปอยู่ในสังคม ที่ชอบชื่นชมคนที่เปลือกนอก  ยิ่งมีโอกาสที่จะเหลิงเตลิดเปิดเปิงเข้าไปใหญ่

คนเราเหลิงได้ง่ายจะตายไป ต่อให้คิดว่ารู้ตัวดีแค่ไหนก็ตาม ลองนึกดูว่า คำพูดชื่นชม ที่เราไม่เคยรู้สึกอะไรในทีแรก แต่ถ้าได้ฟังมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าสักสิบครั้ง ร้อยครั้ง มนุษย์อย่างเรา จะไปเผลอใจลอยไปกับมันเชียวหรือ?

ตัวรี่เองก็เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงที่ว่านี้ด้วย ถึงต้องย้ำ คอยจิกตัวเองอยู่เสมอ และมีคำพูดหนึ่ง ที่รี่เขียนไปในอีเมลล์ที่ส่งไปให้รุ่นน้อง พอมานั่งอ่านอีกที รี่คิดว่า ต้องเอามาบันทึกไว้เตือนตัวเองด้วยเช่นกัน ...

'ทำตัวเองให้อยู่ล่างกว่าใคร ๆ เสมอ เพื่อที่จะพร้อมเรียนรู้และรับสิ่งใหม่'

 

........................................

 

ตอนที่เรียนจบป. ตรี และรับปริญญา ป๊าถามว่า เรียนจบแล้ว รู้สึกยังไงกับปริญญาที่ได้รับ

คำตอบคือ  nothing ... เพราะรู้สึก 'ปริญญา' คือแผ่นกระดาษที่ถืออยู่ในมือเท่านั้น ป๊าได้ฟังก็ยิ้ม บอกว่า รี่จบแล้วจริง ๆ ...

ป๊าพร่ำสอนเรื่อง 'ความไม่มีอะไร' ของทุกสิ่งบนโลกใบนี้ แต่รี่ก็ไม่ค่อยจะรับรู้เข้าหัวสักเท่าไร จนกระทั่งมาถึงวันที่ nothing โผล่ขึ้นมาเป็นคำแรกที่นึกถึงนั่นแหละ ที่รี่เหมือนได้ดูหนังที่ rewind กลับ เพิ่งได้รู้ซึ้งคำสอน 'ความไม่มีอะไร' ว่าหมายถึงอะไร

 

........................................

 

แล้วคำว่า 'nothing' เลยกลายเป็นคำที่ผุดในหัวรี่บ่อยที่สุด ยิ่งเวลามีใครมาเล่าอะไรวุ่นวายใส่หัวรี่มาก เช่น

'นาย nothing ทำงานที่บริษัท nothing ได้เงินเดือนตั้ง nothing แหละ'

'โอ๊ย คนนั้นเขาเรียน มหาลัย nothing ที่เป็นมหาลัยระดับที่ nothing ของประเทศ nothing เชียวนะ'

'คนนู้นเขาเป็นลูกของ nothing ที่เคยดำรงตำแหน่ง nothing เชียว'

etc.

 

And then we all are nothing, aren't we?

 

 

เกี่ยวกับเพลง

บันทึกหน้าที่แล้ว รี่เปิดเพลง Je Cherche Un Homme  แล้วมีคนขำรี่ ถามรี่ว่า กำลังต้องการ a man หรอ?

555 Absolutely!!!

 มาเลยค่ะ  ตามแบบที่เนื้อเพลงว่า ไม่ว่าจะชื่อ Pierre Paul Jaques  ไม่ต้องเป็นดาราหรือเศรษฐีน้ำมันทีไหน ขอคนธรรมดานี่แหละ มาช่วนอยู่กับรี่ มาช่วยเก็บของ หาของให้รี่หน่อย :)

สำหรับวันนี้ เป็นเพลง Let It Snow ซึ่งไม่เกี่ยวกับบันทึกวันนี้ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่พอดีวันก่อน ที่บ้านมี Christmas Party แล้วพี่หญิงมีเกมส์ 'ชิงของขวัญ' ให้เล่น

หนึ่งในของขวัญ ที่รี่ชอบมาก เป็นตุ๊กตารูปหนู เหมือนหนูสามตัวใน เรื่อง 'Babe' แล้วพอบีบที่ตัวมัน มันก็จะร้องเพลง Let It Snow, Let It Snow แง๊ว ๆ

รี่ชอบตุ๊กตานี้มาก แล้วก็เลยนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา เอามาเปิดซะหน่อย แต่เปลี่ยนบรรยากาศที่คุ้นเคยกับเพลงนี้ เลยเอาสไตล์ Bosa Nova มาเปิดให้ฟัง เป็นเสียงร้องของ Lisa Ono

ฟังแล้วเคลิ้ม ๆ ดีเปล่าเอ่ย?

we are in diaryis.com family | developed by 7republic