Salute To Gaudí

  

 '... สำหรับ Sagrada Familia ทำให้ฉันเพิ่งทึ่งว่า Gaudí  ยิ่งใหญ่เพียงใด ตั้งแต่ฉันมาถึงบาร์เซ มีแต่ชื่อของเขาเต็มไปหมด ราวกับเขาคือมหาบุรุษแห่งชาติสเปน ฉันไป Park Güell เมื่อวาน ก็ยังไม่ทึ่งอะไรมากมาย จนวันนี้ละ ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า เขาเปรียบดัง Michelangelo แห่งศตรวรรษของเรา ... อีก 20 ปี ฉันจะเดินทางกลับมาที่โบสถ์แห่งนี้ให้ได้ ตอนที่มันเสร็จสมบูรณ์แล้ว ...'

13th June 2006
จากโปสการ์ดของคุณ Sherry ส่งถึงคุณ Sherry
:)

...............................

 

'I'm at La Sagrada Familia. Oh dear, I feel like I'm in a heaven on earth and just wonder whether the real heaven will be more wondrous than this!!!

ข้อความใน SMS ที่รี่ส่งให้เพื่อนคนหนึ่ง

 

...............................

 

ค่ะ นั่นคือความรู้สึกของรี่ เมื่อได้ไปเยือน La Sagrada Familia ผลงานอันยิ่งใหญ่ของ Gaudí ที่ทุ่มเวลาของเขากว่า 40 ปี กับผลงานชิ้นนี้ ที่กินเวลาการก่อสร้างอันยาวนาน แม้ Gaudí  จะเสียชีวิตไปในปี 1926 ตัวโบสถ์แห่งนี้ก็ยังคงดำเนินการก่อสร้างต่อไป จนกระทั่งถึงปัจจุบัน โบสถ์แห่งนี้ก็ยังเป็นโบสถ์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ และก็ยังคงต้องการเวลาอีกยาวนานกว่าจะสิ้นสุดผลงานชิ้นนี้ของ Gaudí

 

 

 

 

ทุกสิ่งที่ได้เห็น ณ โบสถ์แห่งนี้ ไม่ใช่ความรู้สึกขลังในความเก่าแก่ แต่เป็นความรู้สึกทึ่งในเอกลักษณ์ของตัวโบสถ์ ที่มีการออกแบบในทุกรายละเอียดที่ไม่เหมือนใคร และคงไม่มีโบสถ์ที่ไหนอีกแล้ว จะมาเหมือน รี่มั่นใจว่า ทุกคนเมื่อได้ไปเยือนสถานที่แห่งนี้ ความรู้สึกก็คงไม่ต่างจากที่รี่รู้สึกนัก นั่นก็คือ ... 'Heaven On Earth'

ส่วนที่เสร็จสมบูรณ์มากที่สุดของตัวโบสถ์ คือ façade ด้านทิศตะวันออก ที่มีชื่อเรียกว่า Nativity façade เป็นส่วนที่ Gaudí  ตั้งใจให้ก่อสร้างเสร็จเป็นส่วนแรก


 


 

 

 

  Nativity façade ประกอบด้วย ส่วน portico สามส่วนแทนสัญลักษณ์คุณความดีสามประการในศาสนาคริสต์ นั่นคือ ศรัทธา(Faith) ความหวัง (Hope) และความรัก (Charity)

'' Now abideth faith, hope, charity, these three; but the greatest of these is charity” (Corinthians 13:13)

Charity portico เป็นส่วนที่อยู่ตรงกลาง และสูงกว่าส่วนอื่น เป็นส่วนที่อุทิศให้แก่พระเยซูคริสต์ ส่วน Hope portico อยู่ทางด้านซ้าย อุทิศแด่นักบุญโจเซฟ และ portico ทางด้านขวา คือ Faith อุทิศแด่พระแม่มารี

 

Charity portico

 

 
งานแกะสลักบนเสาของ Charity portico แสดงการประสูติของพระเยซูคริสต์ (Nativity)

 

 
พิธีสวมมุงกุฏแม่พระ (The Coronation Of The Virgin) ที่ Charity portico

 

 
อัครเทวทูตกาเบรียลประจักษ์ต่อแม่พระเพื่อแจ้งข่าวอันประเสริฐ (The Anunciation)

 

  

คริสโตแกรม IHS บนกางเขน ที่ประดับบนยอดของ Charity portico

 

 
ดวงดาวแห่ง Bethlehem และกลุ่มเทวทูตวัยเยาว์

 

 

เทวทูตเป่า trumpet เพื่อประกาศ 'การตัดสินครั้งสุด ท้าย (The Last Judgement)'

 

 
'เสาแห่งพระเยซูคริสต์' (The Column Of Jesus) แกะสลักเผ่าพงพันธุ์ของพระคริสต์

 

   
Nativity ถ่ายจากอีกมุมหนึ่ง 

 

  

พระนามของพระคริสต์บน The Column Of Jesus 

 


เต่าที่เป็นฐานรองรับเสาของ portico

 


Hope Portico

 

 
การหนีไปอียิปต์ (The Flight into Egypt) ที่ Hope portico

 

  

 
พระเยซูคริสต์ในวันหนุ่มที่ช่วยงานนักบุญโจเซฟ ที่ Faith portico

 
pinnacle บางส่วนของโบสถ์ ที่มองเห็นขณะปีนขึ้นบน Tower

 

อีกด้านหนึ่งของบนที่อยู่ทางทิศตะวันตก ตรงข้ามกับ Nativity façade  คือ Passion façade แสดงพระมหาทรมานของพระคริสต์ (Passion) ส่วนของงานศิลปะที่ façade ด้านนี้จะออกแนวเป็นศิลปะยุคใหม่

 

 
Passion façade

 

 
การตรึงกางเขนพระคริสต์ (The Crucifixion) ส่วนที่เห็นที่ด้านล่างถัดลงมือ คือกลุ่มทหารโรมัน และนักบุญเวโรนิกา ผู้ใช้ผ้าคุลมหน้าซับพระเสโทบนพระพักตร์ของพระคริสต์ และปรากฏภาพพระพักตร์ของพระคริสต์บนผืนผ้านั้น สังเกตุชายชรา ที่ยืนอยู่ข้างกลุ่มทหารโรมันทางซ้ายมือ นี่คือ Gaudí นั่นเอง!!!

 


Gaudí


นักบุญเวโรนิกา

 

 
The Kiss Of Judas การจุมพิตของ Judas เพื่อเป็นการชี้ตัวพระคริสต์แก่พวกทหารโรมัน ด้านข้างคือ cryptogram ซึ่งตัวเลขที่ปรากฏในช่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะนำมาบอกกันตามแถว คอลัมน์ หรือ แนวทะแยงมุม จะได้จำนวน 33 เสมอ ( 33 คืออายุของพระคริสต์ เมื่อสิ้นพระชนม์)

 

 

 
พระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper)

 ภายในโบสถ์ ถูกออกแบบให้เป็นโบสถ์ที่ประกอบด้วย nave ทั้งหมดห้าแถว และออกแบบให้ดูเหมือนกับรอบล้อมไปด้วยเหล่าต้นไม้

 

  

 Nave ที่ร่ายล้อมด้วยเสาต้นไม้ตามสไตล์การออกแบบของ Gaudí

 

 

 
Vault ถูกออกแบบด้วยรูปทรงของปิรามิดที่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ขึ้นไป

 

..............................

 

ปัจฉิมลิขิต

1. รี่ยังจำวันที่นั่งอยู่หน้า Nativity façade  นั่งชื่นชมกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นอยู่ตรงหน้า ปล่อยให้ทุกอย่างรอบด้านไร้ซึ่งกาลเวลา ละซึ่งความสนใจกับแสงแดดอันร้อนแรงที่ของเดือนมิถุนาในบาร์เซ ที่กำลังย่างสดรี่อยู่ ...

โอ้ มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก จนรี่คิดว่า ต้องถ่ายทอดความรู้สึกนั้นด้วยการเขียนมันลงไป

ในวันนี้ ที่รี่นั่งคุ้ยหาโปสการ์ดใบนั้นขึ้นมา รู้สึกว่า ความรู้สึกที่วิเศษครั้งนั้น ยังคงติดอยู่บนโปสการ์ดใบนั้นเสมอ สัมผัสมันได้จริง ๆ

2. ถ้าใครได้อ่านบันทึกวันนี้ แล้วได้ยืนที่ไหนสักที่ ได้อยู่ในอารมณ์ที่เหมือนอยู่ในความฝัน ไม่มั่นใจว่าตัวเองกำลังอยู่ในสรวงสวรรค์ที่ไหนสักที่หรือไม่ แล้วอยากถ่ายทอดความรู้สึกตรงนั้นให้ใครได้รับทราบ

ไดโปรดส่งโปสการ์ดมาถึงรี่เลยค่ะ อยากได้สัมผัสโปสการ์ดแบบนั้น ^^

3. สาเหตุที่อยู่ดี ๆ วันนี้นึกถึง Gaudí ขึ้นมา ก็เพราะว่า เพิ่งไปเดินในเมืองได้หนังสือ Gaudí The Complete Buildings หนึ่งในหนังสือชุดครบรอบยี่สิบห้าปีของ Taschen มา

เห็นแล้วกรี้ดกร้าดดีใจมาก แถมยังลดราคาได้น่ารัก เลยรีบซื้อมาอย่างทันทีทันใด ^^

4. จำหนังสือเกี่ยวกับ Illumination ที่รี่เล่าว่า ไปได้มาจากอเมริกาได้หรือเปล่าคะ? อันนั้นก็เป็นหนึ่งในชุดครบรอบยี่สิบห้าปีของ Taschen เช่นกัน

5. ก่อนหน้านี้ รี่กับคุณอุ๋ม ก็บ้าหนังสือชุดครบรอบนี้กัน กะเก็บซื้อขึ้นมาหลายเล่มเชียว ตอนแรกรี่ว่าจะสั่งมาจากอะเมซอน แต่คุณอุ๋มบอกว่าที่ Kinokuniya พารากอน มีเพียบเลย รี่ไปเวบตรวจราคา ก็ไม่ต่างกันมาก เมื่อเทียบกับเรื่องขนกลับ น่าจะไม่คุ้ม นอกเสียจากรี่เจอที่นี่ แล้วราคาถูกมากมาย รี่ถึงจะซื้อ

   แต่กรณีเล่มของ Gaudí เป็นเพราะรี่ไม่มั่นใจว่า มันจะมีขายที่เมืองไทยหรือเปล่า โทรไปปรึกษาคุณอุ๋มแล้ว เห็นดีเห็นงาม รี่เลยซื้อขึ้นมา

6. Kinokuniya พารากอน ตอนนี้เป็นเหมือนดินแดนที่รี่ต้องหาทางไปเยือนซะหน่อยแล้ว มีแต่คนพูดถึง ก่อนหน้านี้ คุณบิกก็พูดว่า ชอบมาก มีหนังสือทุกรูปแบบจริง ๆ หนังสือที่ไม่เคยนึกว่าจะมีขายที่เมืองไทย ก็มีหมดทุกอย่าง ทำให้รี่อยากไปเห็นด้วยตัวเองซะแล้วสิ

 


Once in Royal David's City
ดนตรี H. J. Gauntlett
เนื้อร้อง Cecil Alexander

Once in royal David's city
Stood a lowly cattle shed,
Where a mother laid her baby
In a manger for His bed:
Mary was that mother mild,
Jesus Christ her little child.  

 

He came down to earth from heaven,
Who is God and Lord of all,
And His shelter was a stable,
And His cradle was a stall;
With the poor, and mean, and lowly,
Lived on earth our Savior Holy.  

 

And through all His wondrous childhood
He would honor and obey,
Love and watch the lowly Maiden,
In whose gentle arms He lay: Christian children all must be Mild, obedient, good as He.   For He is our childhood's pattern;
Day by day, like us He grew;
He was little, weak and helpless,
Tears and smiles like us He knew;
And He feeleth for our sadness,
And He shareth in our gladness.

And our eyes at last shall see Him,
Through His own redeeming love;
For that Child so dear and gentle
Is our Lord in heaven above,
And He leads His children on
To the place where He is gone.

 

  Not in that poor lowly stable,
With the oxen standing by,
We shall see Him; but in heaven,
Set at God's right hand on high;
Where like stars His children crowned
All in white shall wait around.

we are in diaryis.com family | developed by 7republic