Sheradia's Blog Tag

 

โดน Tag จาก คุณอ้อม ( aoministry  ) และน้องต้อง ( taungza ) เลยมาเขียนตามสัญญา

 

เผื่อว่าคนอ่านไดอารี่ของรี่ที่ไม่ได้เป็นเขียนพวกเขียนบล็อกหรือไดอารี่ออนไลน์นะค่ะ ... blog tag คือ อารมณ์ประมาณจดหมายลูกโซ่ ซึ่งกำลังระบาดในหมู่คนเขียนบล็อก โดยถ้าใครโดน tag จะต้อง เขียนเรื่องที่คิดว่า คนอื่นไม่รู้เกี่ยวกับตัวเองมา 5 เรื่อง แล้วก็เลือก tag คนอื่นอีก 5 คน เพื่อให้เขาช่วยกัน ปรากฏการณ์จดหมายลูกโซ่นี้ต่อไป

ประมาณนั้น รี่ก็อ่าน ๆ ฟัง ๆ เขาว่ามาอีกที ไม่ได้รู้เอง ผิดถูกประการใด ขออภัย

แต่สงสัยอยู่ว่า ตัวเองได้สอง tag ต้องทำไง ต้องซ่าส์บอกว่า 1 tag เขียน 5 เรื่อง 2 tag เขียน 10 เรื่อง (<- ยังกะกำลังซื้อขายของในตลาดนัดงั้นแหละ)

ไม่มีปัญญานะค่ะ -_-' แค่ห้าเรื่องนี้ กว่าจะคิดออก ก็แทบแย่ ไม่รู้จะไปตามหาอีกห้าเรื่องมาจากไหนอะค่ะ เอาเป็นว่า 'กฏมีให้ฝ่า' ละกันเนาะ หรือไม่ก็ นึกออกเมื่อไร จะมาชดใช้ที่เหลือละกัน

 

.............................

 

1. Sherry Pink

 

วันก่อน มีคนเปรยขึ้นมาให้รี่ฟังว่า

'พวกฝรั่งนี่แปลก ที่ห้องเปลี่ยนเสื้อ เขาถอดกันโล่งโจ่งหมดเลยนะครับ'

รี่ก็ออกความคิดเห็นไปแค่สั้น ๆ ว่า

 'เอ่อ ที่ห้องน้ำหญิง ก็ทำนองนั้นเหมือนกันอะค่ะ'

คู่สนทนาของรี่ ก็ตอบว่า 'อ้าว เหมือนกันหรอ' แล้วกำลังจะพูดอะไรต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ รี่ก็เลยพยายามเฉไฉ เปลี่ยนหัวข้อคุยซะก่อน

เหอ เหอ ความจริงก็คือว่า .... ไม่กล้าบอกเขาว่า รี่ก็เป็นหนึ่งในประเภทที่เขาว่า เวลาไปว่ายน้ำ ถึงห้องเปลี่ยนเสื้อ ก็ถอดมันหมดหน้าล็อกเกอร์ ท่อนบน ท่อนล่างไม่มีเหลือ ไม่ได้ เดินไปหาห้องน้ำที่มีประตู เปลี่ยนอะไรให้มันเป็นเรื่องเป็นราว

นอกเสียจากว่า มีคนรู้จักไปด้วย เพื่อไม่เป็นการทำร้ายกันเกินไป ที่อาจจะกลับไปนอนฝันร้ายได้ รี่ถึงขนเอาเสื้อไปเปลี่ยนในห้องหับมิดชิด

เรื่องนี้ก็ไม่มั่นใจว่า มันใช่เรื่องแปลกที่คนอื่นนึกไม่ถึงหรือเปล่า หลายคนอาจจะทำเป็นปกติอยู่แล้วก็ได้ รึเปล่า?

ถ้าไม่แปลก ก็ผ่านละกัน บอกแล้วว่า นึกเรื่องไม่ค่อยออกอ่ะ -_-'

 

2. "Open, Sesame"

ที่ภาควิชา เปลี่ยนรหัสผ่านเข้าระบบทุก ๆ เดือน รี่ก็เป็นพวกประเภทขี้ลืม แต่ดันชอบดัดจริตทำตัวเหมือนเจมส์ บอนด์ คือ จะไม่มีการจดไว้ที่ไหนเลยสักที่ ทุกอย่างจำหมด

ดังนั้นก็เลยพยายามเอาเหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิตช่วงนั้นเป็นหลัก อย่างเช่น เคยมีเดือนหนึ่งตั้งชื่อ Taepang

งงละสิว่ามาจากไหน?

แหะ แหะ มาจาก 'แต่ปางก่อน' ค่ะ

ช่วงนั้นติด 'เจ้านางม่านแก้ว' กับ 'ท่านชายใหญ่' มาก

ทีนี้คงเดาได้ว่า พาสเวิร์ดตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่รี่เปลี่ยนไปนับครั้งไม่ถ้วน เรื่องราวมันก็ประมาณนี้ทั้งนั้น

อ้อ ลืมไป มีช่วงหนึ่ง ช่วงบอลโลก รี่ใช้ azzurri ^o^

 

3. a.k.a.

 

เวลาหลายคนไปสมัครอะไรไว้ผ่านทางอินเตอร์เน็ท ถ้าไม่ใช่เรื่องมีสาระ ส่วนใหญ่ก็ใช้ชื่อปลอมกันทั้งนั้นใช่เปล่า?

รี่ก็เหมือนกันละ เมื่อก่อนเป็นประเภท สมัครอะไร ไม่เคยใช้เชื่อซ้ำกันเลย จนสุดท้าย ตัวเองจำไม่ได้ซะเอง ว่าใช้ชื่ออะไรไป

หลัง ๆ เลยวนเวียนอยู่แค่ไม่กี่ชื่อค่ะ

ชื่อ:         1. Sherry

               2. Sheradia

               3.  ชื่ออัครเทวทูตองค์หนึ่งแต่เอามา feminize

 

นามสกุล:

           1. นามสกุลนางเอกในเรื่อง Persuasion

            2. ชื่อเมืองที่รี่อยู่ แต่เอามาดัดแปลงเป็นภาษาไทยแบบขำ ๆ

            3. Sheradia

สองกลุ่มนี้ รี่เอามาโยงจับสลับกันไปมา ก็ได้หลายชื่ออยู่ และจะเห็นว่า Sheradia บางทีรี่ก็ใช้เป็นชื่อ บางทีก็ใช้เป็นนามสกุล

 

4. From Ophthalmologist to Electrician

 

รี่เป็นคนไม่ชอบที่จะคุยเรื่องเรียนในชีวิตประจำวันค่ะ ครอบครัวรี่ ก็ไม่รู้รายละเอียดเท่าไรหรอกว่าเรียนอะไร เพื่อนรี่หลายคนก็ไม่รู้ และเดาเอาว่า คนอ่านไดอารี่นี้ก็เหมือนกัน

รี่จบตรีทางฟิสิกส์ จบโท (เอาชื่อตามใบปริญญาน่ะ ความรู้อาจจะอีกเรื่อง -_-') Optics and Laser Physics และตอนนี้กำลังทำวิจัยป. เอก ทางด้าน Optoelectronics

ฟิสิกส์เป็นสาขาใหญ่ ดังนั้นพอเรียนในระดับปริญญาโทขึ้นไป ก็จะเจาะไปเฉพาะทาง ของรี่ คือสาขาหนึ่งที่เรียกว่า ทัศนศาสตร์ (Optics) และเลเซอร์

เวลาคนที่รู้คร่าว ๆ ว่ารี่เรียนทางเลเซอร์ มักนึกว่า รี่เป็นหมอผ่าตัดตา ไม่เข้าใจเหมื่อนกัน ทำไม? ด้วยเหตุนี้แหละ ม๊า ถึงไม่ค่อยอยากบอกว่า รี่เรียนอะไร เพราะม๊าไม่รู้จะอธิบายต่อไง

พอมาอยู่สถาบันวิจัยทางด้าน Optoelectronics คนถามว่าเรียนอะไร แล้วตอบไป หลายคนนึกว่า รี่เป็นพวกช่างไฟ ซ่อมวิทยุได้ นี่ก็ยิ่งทำให้ม๊าไม่อยากตอบอีก เพราะไม่รู้จะอธิบายยังไงว่า แล้วตกลงมันคืออะไรกันแน่

Eletronics ในที่นี่ หมายถึง เกี่ยวข้องกับอิเล็กตรอน  Optoelectronics คือเรื่องราวของแสงที่มีคุณสมบัติเกี่ยวพันกับคุณสมบัติของอิเล็กตรอนในสสาร

แต่เอาเข้าจริง ๆ ภาควิชาที่รี่เรียนอยู่ ก็หลากหลายค่ะ เช่น พวกใยแก้วนำแสง (optical fibre) ที่ใช้ในการสื่อสาร หรือไม่ก็อุปกรณ์นำแสง (waveguide) ในระดับนาโนเมตร (1 นาโนเมตร = 1 ใน 10 ล้านของเซนติเมตร)

ส่วนงานวิจัยของรี่ นี่ก็แถกไปไม่เกี่ยวกับชาวบ้านในภาควิชาเท่าไรเลย .... เริ่มต้น รี่ (ขึ้นชื่อว่า) ศึ่กษาทางด้าน SNOM มาจาก Scanning Near-field Optical Microscopy เป็นเทคนิคที่ใช้ในการมองเห็นวัสดุในระดับนาโนเมตรค่ะ  หลัง ๆ มารู้อีกที ตัวเองทำเกี่ยวกับ  Supercontinuum generation ไปแล้วอะค่ะ Supercontinuum generation เป็นปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับกระบวนการให้กำเนิดแสงที่มีความกว้างของสเปกตรัมมาก โดยอาศัยหลักการทางด้านความไม่เป็นเชิงเส้นของแสง (Nonlinear optics)

เกร็ดเล็ก ๆ ค่ะ ...  SNOM คือชื่อเรียกทางฝั่งยุโรป (อังกฤษและประเทศอื่น ๆ ในภาคพื้นทวีปยุโรป) ถ้าไปคุยกับคนอเมริกา เขาจะเรียก NSOM เอา Near-field กับ Scanning สลับที่กันไป

จับฉ่ายดีไหมค่ะ ชีวิตรี่?

มีคำพูดของอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่รี่ชอบมากคือ

'คนชอบนึกว่า วิชาฟิสิกส์เป็นวิชาที่ยาก เพราะเวลาไปอธิบายให้คนอื่นฟังแล้วเขาฟังไม่รู้เรื่อง จริง ๆ พวกที่ไปอธิบายไม่รู้เรื่องนี่คือพวกที่ไม่เก่งจริง ตัวเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน เพราะถ้าเก่งจริง ต้องรู้จักอธิบายให้คนทั่วไปเขาฟังรู้เรื่อง'

ถูกต้องค๊าบบบ นั่นแหละ คือเหตุผลหลัก ที่รี่ไม่ค่อยคุยให้คนอื่นฟังว่าเรียนอะไร เพราะรี่อธิบายไม่ได้ เนื่องจากตัวเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกันน่ะ T^T

วันนี้พยายามอย่างมากแล้วค่ะ ใครเผอิญผ่านเข้ามาอ่าน ช่วยเป็นให้เกรดที รี่สอบผ่านไหม?

 

5. Sheradean Mathematics

 

หลายคนงงว่า รี่เรียนฟิสิกส์ได้ไง เพราะแค่บวกลบเลขง่าย ๆ ยังสอบตก โดนม๊าว่าประจำค่ะ เรื่องคิดไม่ออกว่า เราไปซื้อของเท่านี้ ควรได้เงินทอนเท่าไร

ในชีวิตนี้ เคยแอบลอกข้อสอบเพื่อน ครั้งเดียวเท่านั้นในชี่วิต คือตอนอยู่อนุบาล เจอโจทย์เลยประมาณ

8+5-3 = ?

เด็กหญิงรี่เกิดอาการอึ้ง และสับสนมากในชีวิต เลยเผลอไปเหลือบมองกระดาษของคนข้าง ๆ -_-'

แม้แต่พอโตแล้ว เวลาใครมาให้รี่คิดเร็ว ๆ เช่น ซื้อของสองชิ้น 8 บาท กับ 5 บาท รวมทั้งหมดเป็นเท่าไร บางทีก็อึ้ง แล้วก็ยังติดต้องเอานิ้วขึ้นมานับ นิ้วโป้ง 9 นิ้วชี้ 10 นิ้วกลาง 11 นิ้วนาง 12 นิ่วก้อย 13

ที่นี่มาถึงคำถาม เรียนฟิสิกส์ได้ไง?

คำตอบคือ ไม่เกี่ยวกันเลยนะค่ะ ฟิสิกส์ใช้คณิตศาสตร์เยอะมาก แต่เป็น calculus ซึ่งเป็นวิชาที่รี่ชอบมาก รี่ชอบแก้สมการ differential equation ชอบตัวแปร แต่ไม่ชอบบวก ลบ คูณ หาร อะไรที่เป็นตัวเลข ตัวเลขอะค่ะ

 

.............................

 

โอ้ ไม่น่าเชื่อ รี่จะเม้าท์แตกได้ยาวขนาดนี้

ถือว่า นี่คือการชดเชยการที่ต้องเขียนสิบข้อละกันเนอะ

ทีนี่จะ tag ใครต่อไปดี?

คำตอบคือ ไม่ tag ใครต่อค่ะ กฏมีไว้ฝ่า!!!

(แต่ความจริงคือ ไม่รู้จะไป tag ใครต่อค่ะ เพราะไม่ค่อยรู้จักใครเท่าไร แล้วที่รู้จัก ก็โดน tag กันหมดแล้ว กว่าป้ารี่จะออกจะหลุมมาเขียนกะเข้าอ่ะ)

 

.............................

Valse Triste
ประพันธ์ Jean Sibelius

เกี่ยวกับเพลง

ต่อเนื่องเลยค่ะ อาจนับเป็นหัวข้อที่ 6 ^^

นี่คือหนึ่งในเพลง waltz ที่รี่ชอบมากที่สุดค่ะ Valse Triste ของ Sibelius

Valse Triste นี้ Sibelius แต่งขึ้นเพื่อประกอบละคอนเรื่อง Kuolema ของ Arvid Järnefelt โดยใช้ประกอบฉากที่ตัวละคอนได้ฝันถึงสามีที่ได้จากไปกลับมาหาเธออีกครั้ง และในฝันนั้น เธอได้เต้นรำกับคนแปลกหน้า ที่เธอเชื่อว่าเป็นสามีของเธอ แต่แท้จริงแล้ว คนแปลกหน้านั้นคือ Kuolema หรือ ความตาย (Death) ที่มา เพื่อรับเธอนั่นเอง

 

 



Sheradia
13 ม.ค. 2550
เวลา 07:22 น.

 

 

 

 

ข้อหนึ่ง lol...
แค่คิดตามก็ฝันร้ายแล้ว hahaha

วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว*
000644
13 ม.ค. 2550 เวลา 08:56 น.
เข้ามาดู
JM!D
13 ม.ค. 2550 เวลา 12:45 น.
ข้อ 4 อธิบายได้ดีมากครับ สำหรับผมขอให้ 9/10 แต้มแล้วกัน เพราะขนาดผมไม่ได้เรียนมาทางสายวิทย์ยังเข้าใจเกือบมั้งหมดเลย



ขอสารภาพว่าแอบเข้ามาอ่าน diary ในนี้ได้สักพักหนึ่งแล้ว ชอบข้อเขียนและเพลงเพราะ ๆ หลาย ๆ ตอนของคุณรี่ มากครับ ถ้าคุณรี่ไม่ว่าอะไร ขออนุญาตสมัครเป็นแฟนคลับ diary นี้แล้วกันครับ



ป.ล. 1. ชอบคำพูดของอาจารย์คุณลี่ที่ พูดถึงในข้อ 4 เรื่องการอธิบายมากครับ



2.ตอนที่คุณรี่เขียน Diary ตอน ตามหาหม้อนั้น ที่พูดว่า ถ้าพูดถึง La Vie En Rose แล้วนึกถึงใคร ผมนึกถึง Louise Armstrong ครับ เพราะว่าฟังเพลงนี้ครั้งแรกก็เป็น Louise ร้องแหละครับ
C.A.B.
13 ม.ค. 2550 เวลา 23:06 น.
ป.ล. ต่อข้อ2 หวังว่าสักวันนึงจะได้ทานกาแฟด้วยกันนะครับ
C.A.B.
13 ม.ค. 2550 เวลา 23:09 น.
ข้าพเจ้าก็ปฏิบัติตนเยี่ยงข้อ 1 เสมอมา

นั่นแล :D ไม่แปลกหรอกๆ



Half Blood Prince
13 ม.ค. 2550 เวลา 23:40 น.
คุณ C.A.B.

ยินดีค่ะ ^^

La Vie En Rose นี่ ฉบับของ Louis รี่ก็ชอบน่ะ เสียง trumpet แก ได้ใจดีอะค่ะ
002653
14 ม.ค. 2550 เวลา 08:17 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic