Friday Luncheon

 

รี่โผล่มาวันจันทร์ เพื่อมาบ่น ง็อง ๆ แง็ง ๆ หายไปตลอดอาทิตย์ กลับมาอีกที วันศุกร์ เพื่อมา ...

:
:
:
:
:

 

Be Happy!!!

 

.................................

 

นี่เป็นวันแรกของสัปดาห์นี้ ที่กลับบ้านเร็วที่สุด คือ ออกจากออฟฟิศตั้งแต่บ่ายสี่โมง เพราะวันที่ผ่าน ๆ มา แทบจะอยู่กินที่มหาวิทยาลัยอยู่แล้ว กลับมาบ้าน นี่เหมือนมานอนกับเปลี่ยนเสื้อ แม้แต่อาบน้ำจริง ๆ จัง ๆ รี่ยังไปอาบน้ำที่สระว่ายน้ำเอาเลย

ที่วันนี้กลับบ้านเร็ว เพราะว่าเดี้ยง ต้องกลับมาพักที่บ้าน เหตุก็เพราะว่า วันนี้เกิดอารมณ์ดี เพราะเป็นวันศุกร์ และอากาศก็ดี (แค่ฝนไม่ตก ไม่มีพายุ ก็นับว่าดีมากมายมหาศาลสำหรับวันสองวันที่ผานมาแล้วอะค่ะ) ก็เลยชวนออม เข้าเมืองไปกินติ่มซำกลางวันกัน

หลังจากทนกับอาหารที่โรงอาหารในมหาวิทยาลัยมาตลอดอาทิตย์ ยิ่งวันนี้วันศุกร์ เมนูที่โรงอาหารคือ fish and chips อาหารที่รี่สุดแสนจะเกลียดหนักหนา เลยคิดว่า ขอสักวันเหอะ ขอไปหาความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตบ้าง

พอไปถึงร้านอาหารจีน แต่ละคน เหมือนนักเดินทางที่รอนแรมอันยาวนานในทะเลทราย แล้วในที่สุดก็ได้ค้นพบโอเอซิส เพราะเล่นสั่งกันแหลกลาญ

ผลลัพธ์ก็คือ หลังจาก 'ไปเลิศ' ทานข้าวกลางวันในเมือง รี่ก็กลับมา 'ตายรัง' ด้วยการนั่งหน้ามุ่ย ปวดท้อง ในออฟฟิศ เพราะความมันของอาหารจีน และเพราะกินเข้าไปมาก

มันน่าสมน้ำหน้าไหมเนี่ย?

 

.................................

 

เผื่อมีคนสงสัยนะค่ะ ทำไมวันศุกร์มันต้องเป็น Fish and chips

มันก็เป็นธรรมเนียมของพวกชาวคริสต์ ที่จะไม่รับประทานเนื้อในวันศุกร์ ก็เลยเลี่ยงเป็นพวกปลาแทน แล้วเมนูปลา ประจำชาตินี้ ไหนเลยจะเป็นอื่นไปได้ นอกจาก fish and chips

แล้วไม่รู้มาอยู่ผิดประเทศรึไง ที่เมนูอาหาร 'สามัญประจำบ้าน' ของที่นี่ เป็นอะไรที่ไม่ถูกโฉลกด้วยทั้งนั้น

 

เมนูสามัญประจำบ้านอันดับ 1 fish and chips

ไม่ถูกโฉลกสุด ๆ ปลาที่ถูกชุปแป้ง ทอดอมน้ำมัน มันฝรั่งทอดที่อมน้ำมันอีก กินทีไร รับประกันได้เลยว่า รี่ต้องปวดท้องตามมา

 

เมนูสามัญประจำบ้านอันดับ 2  sandwich

เหมือนอาหารสิ้นคิดของคนที่นี่เลยอะค่ะ คนที่ออฟฟิศ บางคน ตกกลางวัน ก็แค่เดินออกไป ซื้อแซนวิชกลับมานั่งกิน แล้วก็กินแบบนี้เป็นข้าวกลางวันทุกวัน ไม่เข้าใจเลยว่าทำได้ไงเนี่ย -_-'

นึกถึงอาหารสิ้นคิด ของเมืองไทย  ... 'ข้าวกระเพราไข่ดาว' (<- ต้องไม่สุกด้วย) เลิศกว่าเป็นไหน ๆ

คอยดูน่ะ ได้กลับบ้านเมื่อไร รี่จะอุทิศหนึ่งสัปดาห์ กินข้าวกระเพราไข่ดาว (<- ต้องไม่สุกด้วย) มันทุกวันเลย หึ่ม!!!

 

เมนูสามัญประจำบ้านอันดับ 3  jacket potato

อันนี้ ขอเปรียบเหมือน ข้าวราดแกง ตัวข้าว คือ มันฝรั่งลูกเบ้อเริ้ม ที่เอาไปอบ แล้วผ่าครึ่ง เวลาเราไปสั่ง จะกินกับแกงอะไร โอ้ไม่ใช่ จะใส่ topping เป็นอะไร เขาก็มาตักราดให้บนมันฝรั่ง topping ก็หลากหลาย ทูน่า ถั่ว ผัก เบคอน ชีส ฯลฯ

ถึงเป็นคนทานแกงไม่ค่อยได้ แต่ถ้ามีมาให้เลือกนะ ยังไงก็ขอข้าวราดแกงโล้ดดด

 

.................................

 

จริง ๆ รี่ยังสรรหารายการอาหารอันน่าหดหู่ทั้งหลายของคนที่นี่มาเล่าได้อีกน่ะ แต่พอก่อนเหอะค่ะ พิมพ์ไปพิมพ์มาในค่ำคืนวันศุกร์ที่มันน่าจะมีแต่สิ่งดี ๆ  แทนที่จะได้ happy กลายเป็น haunted แทน :P

 

.................................

 

การกลับบ้านเร็ววันนี้ ทำให้ได้รู้ว่า บ้านของลุงเดฟ เทคนิเชี่ยน ที่รี่เพิ่งเล่าไป เมื่อเอนทรี่ก่อน ๆ อยู่แถวบ้านรี่นี่เอง

วันนี้เดินสวนกับแก ทักทายเสร็จ แอบนึกในใจ แกจะตีพุงรี่เหมือนวันก่อนอีกเปล่า วันนี้ยิ่งปวดท้องอยู่ด้วยนา

ปรากฏว่าไม่ตีพุง แต่แกตีแขนแทน

แกเป็นคนที่จบบทสนทนา จะต้องตีคู่สนทนาให้ได้เลยเนอะ  ...

 

.................................

 

I Wish You Love

ขับร้อง Laura Fygi
เนื้อร้องและทำนองในภาษาฝรั่งเศส Charles Trenet
เนื้อร้องในภาษาอังกฤษ Albert A. Beach

I wish you bluebirds in the Spring
To give your heart a song to sing
And then a kiss, but more than this,
I wish you love!

And in July a lemonade
To cool you in some leafy glade
I wish you health, and more than wealth,
I wish you love!

My breaking heart and I agree
That you and I could never ever be
So with my best, my very best,
I set you free!

I wish you shelter from the storm
A cozy fire to keep you warm
But most of all, but most of all...
When snowflakes fall, I wish you wealth
I wish you health...I wish you love!

 

เกี่ยวกับเพลง

 

เพลงวันนี้ ก็เป็นเพลงสิ้นคิดเช่นกันค่ะ ;) เพราะนึกไม่ออกเอาเพลงอะไรมาใส่ดี ก็พอดี entry ก่อน พูดถึง The Lake House แล้วเอาเพลงในภาพยนตร์เรื่องนั้นมาลง รี่ก็เลยนึกขึ้นมาได้อีกเพลงหนึ่ง คือเพลง I Wish You Love

ตอนที่นางเอก เฝ้ารอพระเอก  ที่สัญญาว่าจะมาพบกันครั้งแรก รอแล้ว รอเล่า เฝ้าแต่รอ พ่อพระเอกก็ไม่โผล่มาสักที แล้วเพลง I Wish You Love ก็คลอ คลอ ขึ้นมาในซีนนี้

ฉบับในภาพยนตร์ เป็นเสียงของ Natalie Cole ฟังแล้วเศร้า ๆ ซึ่งก็เหมาะกับซีนในหนังดี แต่จะเอาฉบับที่เศร้าแล้วรันทดสุด ขอแนะนำเสียงของ Rosemary Clooney ในเพลงนี้เลยนะค่ะ

แต่วันนี้ เอาเสียงของ Laura Fygi มาแทนค่ะ เพราะรี่ว่า เรื่องความทุกข์ของรี่กับอาหาร มันคงไม่ต้องเรียกน้ำตาอะไรกันมากมั้ง?

 น่าเสียดาย ที่เพลงนี้ไม่ได้อยู่ ในอัลบั้ม soundtrack ของภาพยนตร์เรื่องนี้ค่ะ เพราะในความเห็นส่วนตัว เพลงนี้คือเพลงที่เพราะที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว

จริง ๆ รี่เคยเปิดเพลง I Wish You Love ในไดอารี่แล้วค่ะ แต่ไม่ใช่เป็นฉบับภาษาอังกฤษ เป็นต้นฉบับของ I Wish You Love ในภาษาฝรั่งเศส นั่นก็คือเพลง Que Reste-T'il De Nos Amour ( ใน entry "เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย") ซึ่งเจ้าของต้นตำหรับเสียงต้องเป็น Charle Trenet นักร้องชาวฝรั่งเศส ที่อีกเพลงหนึ่งของเขา ก็จะเป็นที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นั่นก็คือ เพลง La Mer หรือ Beyond The Sea

โยงไปโยงมา อิรุงตุงนังดีเนอะ รี่พิมพ์เอง ยังงงเลย ใครอ่านแล้วงง ก็ขออภัย

หลังจากทุกข์ระทมกับการปวดท้องมานานจนเหนื่อย ต้องขอตัวไปนอนก่อนแล้วค่ะ

ราตรีสวัสดิ์ นอนหลับฝันดีกันค่ะ ^^

 

อยู่ที่โน้นหกเดือน ต้องหม่ำ fish &amp; chip 1 มื้อค่ะพี่

ไปหม่ำเป็ดร้านจีนอร่อยกว่า ปากมันแผลบเหมือนกันด้วย

หุหุ

กระเพราะไก่ไข่ดาวนี่อาหารสิ้นคิดเลยนะค่ะพี่
แต่ต้องก็ชอบกินอ่ะ

โอ้ รีบกินก่อนกลับโน้นดีก่า

ึคิคิ


002962
20 ม.ค. 2550 เวลา 12:51 น.
เพลงเพราะมากครับ อ่านเมนูที่พูดมาถ้าเป็นผมคงทนกินได้ไม่กี่มื้อแน่ครับ
C.A.B.
20 ม.ค. 2550 เวลา 13:23 น.
ชอบเวอร์ชั่นที่ lisa ono เอามาร้องใหม่ด้วยอะรี่ .. ฟังแล้วน้ำตาร่วง T_T


(ปล. เราชอบหมดเลย sandwich fish&amp;chip... huhuuhu )
001035
20 ม.ค. 2550 เวลา 15:39 น.
รูปหน้าไดอารี่ใหม่สวยดีครับ ช่วยบอกที่มาให้หน่อยได้ไหมครับ
C.A.B.
20 ม.ค. 2550 เวลา 17:26 น.
อุ๊ย เปิดคอมเมนต์สองวันติด พรุ่งนี้ที่ลอนดอนต้องแดดออกแน่เลยครับ lol
000644
21 ม.ค. 2550 เวลา 00:39 น.
คุณรี่ครับ เมื่อหัวค่ำเพิ่งไปสอยอัลบั้มของ Laura Fygi มา เพิ่งฟังเสร็จเมื่อสักครู่เพราะมากเลยครับ ขอบคุณนะครับที่แนะนำเพลงเพราะ ๆ ให้ฟัง
C.A.B.
21 ม.ค. 2550 เวลา 01:32 น.
สงสารเป็ดอังกฤษ ต้องไปแอบกระซิบให้มันลี้ภัยไปก่อน ต้องซ่าส์จะกลัยมา -*-
002653
21 ม.ค. 2550 เวลา 03:40 น.
คุณ C. A. B

ภาพปก เป็นภาพของ Degas ค่ะ ชื่อภาพ Behind The Mirror

ภาพของ Degas รี่ก็เพิ่งใช้ทำธีมก่อนหน้านี้ไปค่ะ ที่เป็นรูปนักบัลเล่ต์

Degas จะวาดภาพแนวอิริยาบทผู้หญิง ผู้หญิงทำนองนี้เยอะค่ะ ส่วนตัวแล้ว เป็นศิลปินคนหนึ่งที่รี่ชอบภาพเขา

ส่วนเพลงของ Laura Fygi ดีใจค่ะ ที่มีคนชอบเหมือนกัน ^^
002653
21 ม.ค. 2550 เวลา 03:43 น.
เวลาเห็นฝรั่งทานมื้อเที่ยงแบบแค่แซนวิสผอมๆคู่เดียว จะสงสัยทุกครั้งค่ะ ว่าอิ่มได้ไง ส่วนมากเราจะกินแซนวิสเป็นของรองท้องมากกว่า - -'


ชอบทานพวก mash poteto กะ hashbrown มากกว่า jacket potato อ่ะ (เทียบกันได้หรือเปล่าหว่า เหมือน mash กะ hash มันเป็น side dish มากกว่า?) ... ส่วนตัวรู้สึกว่ามาเป็นลูกบางทีมันไม่ทั่วถึง

คุณรี่ชอบทานฟักทองป่าวคะ? ซุปฟักทอง น้ำฟักทอง(เหมือนใน Harry Potter เลย lol...ที่โน่นเขานิยมทางกันป่าวคะ) .. ฟักทองชุปแป้งทอดที่มากะเทมปุระ XD~

ปล. วันนี้พึ่งกินกะเพราะหมูไข่เยี่ยวม้ามา ;D
001698
21 ม.ค. 2550 เวลา 04:10 น.
ที่เมืองไทยฝนตกซะแล้ว
JM!D
22 ม.ค. 2550 เวลา 13:14 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic