Operatic Mission

 

เหนื่อยมาก ถึงมากที่สุดค่ะ เพิ่งกลับถึงบ้าน

สองวันติดกันแล้วที่เป็นแบบนี้ ... ห้าโมงครึ่งปุ๊บ รีบเก็บของเข้ากระเป๋า วิ่งตาลีตาเหลือกออกจากออฟฟิศ ปานประหนึ่งจะหนีตามใคร แต่แท้จริงคือ รีบไปขึ้นรถเข้าเมือง แวะทานข้าวเย็น จากนั้น ก็ไปสิงสถิตย์อยู่ที่โรงละคอน Mayflower กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกดื่น

ภาระกิจคืนแรก คือ Madama Butterfly ส่วนคืนที่สองคือ Carmen แต่ละคืน ก็เปลี่ยนคู่เดทไปเรื่อยค่ะ คืนแรกไปดูกะ Jin คืนที่สองไปดูกับ Patty

 

..................................

 

Opera ทั้งสองเรื่อง แสดงโดย Welsh Nation Opera (WNO)

คืนแรก Madama Butterfly เปิดม่านขึ้นมา รี่เห็นหน้าพ่อ Pinkerton ในใจก็ร้องขึ้นมาว่า

'โอ้ นี่มันคือพ่อ Rodolfo นี่หน่า!!!'

เรื่องของเรื่องก็คือปีที่แล้ว รี่ดู La bohème ซึ่งเล่นโดย WNO เหมือนกัน แล้วคุณพระเอก Rodolfo หน้าตาช่างคลับคล้ายคลับคลาว่าจะแปลงร่างกลายเป็นนายทหารหนุ่มอเมริกัน Pinkerton ซะงั้น

เถียงกับ Jin หลังจากนั้นว่าใช่หรือไม่ใช่ Jin บอกว่า ไม่ใช่หรอก เพราะ Pinkerton ดูผอมกว่าเยอะ แต่รี่ว่า หน้าตาเขามันใช่เลยนะ เลยสรุปเปี้ยงเลยว่า หลังจาก Rodolfo สูญเสีย Mimi ไป คงสะเทือนใจมาก เลยซูบไปเยอะ

ฉาก Madama Butterfly ทำดีมากค่ะ ชอบมากที่สุด คือฉากดอกซากุระ ที่ทำให้ดูเหมือนปกคลุมบ้านทั้งหลัง

และมีซีนหนึ่ง ที่รี่ประทับใจมาก คือ ซีนที่ โจโจ้ซัง แต่งตัวอย่างงดงาม เพื่อที่จะรอ Pinkerton กลับมายืนที่บ้านอีกครั้ง ทั้งเธอ สาวใช้ และลูกชาย ต่างเฝ้ารอ ผู้ชม จะได้เห็นแต่เพียงเงาของพวกเขา ภายใต้ผืนผนังกระดาษตามสไตล์บ้านญี่ปุ่น

 

และเป็นการจบองก์ที่สอง ด้วยฉากที่สุดแสนจะเงียบสงบอย่างยาวนานฉากนี้แหละ มันช่างให้อารมณ์ hopeless waiting จริง ๆ ดูแล้วสะเทือนใจได้มากกว่า การสรรหาคำพูดใดมาบรรยายเสียอีก

 

..................................

 

สำหรับ Carmen รี่ผิดหวังกับเรื่องฉากของเรื่องนี้มา  ไล่ตั้งแต่องก์แรกยันองก์สุดท้าย ติดขิดตะขวงใจ และแอบหงุดหงิดกับเรื่องฉากสุด ๆ

เปิดขึ้นมาองก์แรก คาดหวังจะได้เห็นจตุรัสที่งดงามแห่ง Seville ที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน แต่สิ่งที่เห็นคือ กองเก้าอี้ สำหรับพวกเหล่าสาวโรงงานที่จะออกมานั่ง กับฉากหลังระบายสีหม่น ๆ

งงมากมาย เขาต้องการสื่อถึงอะไร ที่รี่ไม่เข้าใจเองหรือไง? แล้วตลอดทั้งเรื่อง ฉากมืด ๆ หม่น ๆ มาแนวเดียวกันหมด แม้แต่ฉากในองก์ที่สี่ ที่น่าจะตระการตาสุด เพราะเป็นหน้าสนามสู้วัวกระทิง ก็แทบจะเกลี้ยง แทบไม่มีอะไรประกอบฉาก  :(

..................................

 

ใครที่รู้จักเรื่อง Carmen ก็คงทราบว่า หนึ่งในซีนที่สำคัญคือ ซีนที่ Carmen ขับร้อง Habanera

คุ้นเคยกับการเห็นซีนนี้ในรูปแบบไหนคะ? สำหรับรี่ คงคุ้นเคยกับการเห็น Carmen เดิน flirt ไปทั่วกับกลุ่มทหารหนุ่ม  ๆ แล้วร้องเพลงนี้ออกมาได้ยั่วยวน เย่อหยิ่ง และท้าทาย

แต่สิ่งที่คืนนี้รี่เห็นคือ Carmen นั่งอยู่บนเก้าอี้ ร้องเพลงนี้ โดยหันมาทางผู้ชม -_-' ทั้งไม่ได้อารมณ์แบบที่ว่า ทั้งยังทำให้รู้สึกเหมือนเสียงโดนกัก ออกมาไม่เต็มที่อีก เพราะเป็นการนั่งร้อง

นี่รี่ก็คงเข้าไม่ถึง วิธีการที่เขาจะสื่อเหมือนกันมั้ง ๆ เพราะขอบอกว่า หงุดหงิดอย่างแรง!!!

 

..................................

 

วันนี้หวังว่าจะได้ยินเสียงเพลงไหนในไดอารี่นี้ค่ะ

Un bel dì vedremo

L'amour est un oiseau rebelle (Habanera)

หรือว่า

Votre toast, je peux vous le rendre (Toreador)

เพลงเหล่านี้ที่ช่างแสนที่คุ้นเคยกันดีเสียเหลือเกิน จนทำให้รี่หลีกเลี่ยงที่จะเอามาเปิด ;)

เป็นโรคจิตอีกอย่างคือ อะไรที่คนอื่นชอบทำ นิยมทำ มักทำกัน รี่จะเกลียดมาก ถ้าต้องไปทำ ไม่ชอบไปเหมือนกับใคร และก็ไม่ต้องการให้ใครมาทำอะไรเหมือน

เพลงที่ว่ามาทั้งหมด รี่เคยเปิดในโอกาสอื่นไปแล้ว ที่ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์อะไรที่จะมีคนมาคาดหวังว่าได้ยินเพลงเหล่านั้น ส่วนวันนี้ เมื่อความน่าจะเป็นของการคาดหวังมากกว่า รี่จะไม่มีวันเปิดเพลงที่ว่านั่นทั้งหมดเป็นอันขาด

เพลงที่ได้ยินขณะนี้ มาจากเรื่อง Carmen ที่น่าจะไม่คุ้นเคยกันเท่าไรนัก มาจากการขับร้องของเหล่าแม่สาวยิปซี ที่เปิดเรื่องขึ้นมาในองก์ที่ 2 ของอุปรากร เป็นบทเพลงที่บรรยายกลิ่นอายของความเป็นยิปซี ดนตรีและระบำอันเป็นเอกลักษณ์ ที่แฝงด้วยความเร่าร้อนอยู่ในตัว ซึ่งก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของภาพสะท้อนวิถีชีวิตของชาวยิปซีที่หวือหวานั่นเอง

ฮัม Tra la la la, tra la la la, tra la la la ... แล้วก็ต้องขอตัวไปนอนแล้วค่ะ นอนหลับฝันดีกัน

 

Les tringles de sistres tintaient

we are in diaryis.com family | developed by 7republic