Ode To The Return Of Me

 

วันนี้จอห์นมาที่ออฟฟิศ เอา paper มา discuss เรื่อง main concept อีกรอบ เสร็จแล้วก่อนออกไป จอห์นก็ถอนหายใจเฮือก หันมามองรี่ แล้วก็บอกว่า เห็นภาพรี่ งานนี้ คงไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันละ วัน ๆ เอาแต่นั่งอยู่หน้าคอมพ์ไปอีกไม่ต่ำกว่าหกเดือน

แล้วคุณจอห์นก็เดินออกไป ปล่อยให้รี่นั่งร้องห่มร้องไห้สติแตกอยู่ตรงนั้น ....

 

........................................

 

No. That's not ME!!!

แท้จริงแล้ว ไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ

สิ่งที่จอห์นพูด หมายถึงว่า ด้วยเวลาอันน้อยนิดที่มีสำหรับเขียน thesis ซึ่งด้วยปริมาณเวลานี้ ก็ไม่รู้จะเขียนทันหรือเปล่า

รี่ยังต้องเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง conference ที่น่าจะเสียเวลากลับเรื่องนี้ ไปได้เป็นเดือนเชียว

ตัว conference ก็ปาเข้าไปหนึ่งอาทิตย์ ไม่นับช่วงเวลาก่อนไป ที่ต้องเตรียม slide แล้วก็ discuss กับเหล่า contributors ทั้งหลาย ซึ่งงวดนี้มีปีเตอร์เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ที่เรื่องเข้มงวด รับรองได้ว่า ไม่หยิ่งหย่อนไปกว่าบิลแน่นอน

ดังนั้น รี่มองเห็นภาพตัวเองที่วันทั้งวัน โดนให้แก้สไลด์ แก้นู่น แก้นี่ แก้มันอยู่นั่น รวมทั้งซ้อมพูดแล้ว ซ้อมพูดอีก กว่าจะหลุดออกมาจากวังน้ำวนนี่ได้

ส่วนเรื่อง paper ก็ยังมี process อีกยาวนาน ยิ่ง contributors ยิ่งมาก คนนั้นคอมเมนท์แบบนั้น คนนี้คอมเมนท์แบบนี้ วนเวียนยังกับเขียนนิยายน้ำเน่า ยังไม่นับส่งไปถึง กว่า reviewer จะอ่าน กว่าจะส่งคอมเมนต์กลับมาให้แก้ กว่าจะส่งกลับคืน รับรองได้ว่า เป็นกระบวนการกินเวลายาวนานโข

 

........................................

 

ในเวลาอันสุดแสนจะอัตคัต ณ ตอนนี้ รี่ไม่ควรจะมาทำอะไรแบบนี้แล้ว ควรไปเขียน thesis และเรื่อง credit เท่าที่มีอยู่ตอนนี้ (2 papers + 3 conferences)  ก็น่าพอถูไถพาให้จบได้ (รึเปล่า ไม่รู้?)

เห็นภาพทั้งหมดตั้งนานแล้ว ก่อนที่จะส่งงานไป conference โดยไม่ต้องรอให้จอห์นมาบอกวันนี้ แต่ก็ตัดสินใจที่จะทำ และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็จะทำ เพราะรี่ต้องการการรับรองผล simulation อย่างเป็นทางการ

แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุด เหนือสิ่งอื่นใดคือ  รี่ถือว่านี่เป็น challenge  และรี่ก็ถูกป๊าและม๊า สอนมาให้เป็นนักสู้ที่อดทน ไม่ใช่พวกขี้โวยวาย

แค่ที่ผ่านมามันก็ทุเรศเต็มที ไม่ว่าจะเป็น ความจิตตก ความบ้าบอ เที่ยวพร่ำเพร้อ ฟูมฟายกับปัญหาต่าง ๆ เหลวไหล ไม่ออกไปทำงานเป็นเดือน ๆ ก็มี รวมทั้งอะไรเกินเลยไปกว่านั้นอีกมากมาย ที่รี่ไม่สามารถเล่าได้ ทั้งหมดทั้งปวง มันไม่ใช่รี่แม้แต่น้อย คงเป็นวิญญาณปัญญาอ่อน ขี้ขลาดที่ไหนมาเข้าสิง

ตอนนี้ คิดว่า ตัวตนของรี่กลับมาแล้ว เมื่อรับคำท้าลงแข่ง รี่ก็ต้องลงสู้อย่างสง่าผ่าเผย จะแพ้หรือชนะ ก็ว่ากันไป



Peer Gynt Suite No. 1 Op. 46
(Morgenstimmung)
ประพันธ์ Edvard Grieg

.......................................

 

ปัจฉิมลิขิต

1. ชอบชื่อ msn ของภัท่ร ก่อนหน้านี้มาก ขอจิ๊กมาบันทึกไว้หน่อยเหอะ (จำไม่แม่นเหมือนกัน อาจตกหล่นบ้าง)

"หุบผาหนาวเหน็บเพียงใด เราจะฝ่าฝัน"

2. วันนี้ไปเช็ค publication database ของภาค เพิ่งสังเกตุเห็นว่า ที่หน้านั้นมี Quotation อันหนึ่งที่อ่านแล้วต้องขอ copy เอามาลงไว้หน่อยเหอะ ...

If you cannot — in the long run — tell everyone what you have been doing, your doing has been worthless.

Erwin Schrödinger 1887-1961
(Nobel Prize winner in physics 1933)

3. พออ่านแล้ว ก็เดาได้เลยว่า ใครในภาคเป็นต้นคิดให้เอา quotation ของ Schrödinger อันนี้ไปแปะไว้หน้าเวบ publication database

4. เรื่องเผอิญเล็ก  ๆ

    งาน simulation ที่ทำอยู่ตอนนี้ เกี่ยวพันกับ nonlinear equation ของ Schrödinger

5. รี่คงไม่มีปัญญา ทำได้แบบที่คุณจอห์นบอกหรอกนะ ไม่ใช่หุ่นยนตร์ ทำได้เท่าไหน เท่านั้น

บันเทิงเริงรมย์ก็เหมือนเดิม ไม่ว่าจะแวะอ่านกระทู้พันทิบ แอบอ่านไดอารี่ชาวบ้าน ชงกาแฟ กินขนม ตามปกติ รวมทั้งก็ยังหมั่นเขียนไดอารี่ของตัวเอง เหมี๋ยนเดิน เพราะที่นี่คือ rendezvous ของรี่ ยังไงต้องมาอยู่แล้น

6. และสุดท้าย ต่อให้จะสามารถแข็งแกร่งแค่ไหน รี่ก็คือมนุษย์คนหนึ่ง ยังต้องการกำลังใจเสมอ ...

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic