LaTeX Addict

 

พอมีคุยกับชาวบ้าน ทำให้เห็นว่า หลายคนที่ไม่ได้เป็นนักศึกษาปริญญาเอก หรือนักศึกษาปริญญาโทแบบมีงานวิจัย จะไม่ค่อยทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการเขียนบทความทางวิชาการ (หรือที่รี่เรียก paper นั่นแหละ ) เท่าไร วันนี้เลยว่า จะมาเล่าแบบขยายความ (<- ท่าจะยาวมาก?) ไม่ใช่เอาแต่บ่น ๆ แบบบันทึกวันก่อน แล้วก็หายไป ทิ้งให้หลายคนอาจอ่านแล้วไม่รู้เรื่องว่ามันคืออะไรกัน :P

 

Publication Fee

วันนี้คุณออม เดินมาที่โต๊ะ รี่ก็หันมาบ่นว่า ที่เขียน ๆ มันเพิ่มไปอีกหน้าแล้ว คุณออมเลยแซวว่า

"จะเขียนไปให้มันได้ถึง 10,000 เหรียญ รีไง?"

10,000 เหรียญของคุณออม หมายถึงว่า ราคาที่ต้องจ่ายให้สำนักพิมพ์ที่พิมพ์บทความของเรา ซึ่งคุณออมพูดเกินจริงให้ฟังสนุก ขำ ๆ ราคาจริง ไม่ได้ขนาดนั้นค่ะ

หลายคนไม่ทราบว่า การเขียนบทความทางวิชาการไปตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ ต้องเสียเงินด้วย บางคนนึกเสียด้วยซ้ำไปว่า คนเขียนจะได้เงิน

สาขาวิชาอื่นเป็นไง รี่ไม่มั่นใจนะค่ะ แต่สาขาทางพวกฟิสิกส์ และวิศวะหลายสาขาที่รี่ได้พูดคุย สำหรับบทความทางวิชาการไปตีพิมพ์ในวารสารที่มีชื่อเสียง ล้วนต้องเสียค่าตีพิมพ์ทั้งนั้นค่ะ นอกเสียจากเป็น Invited Paper ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกบทความที่เขียน review เกี่ยวกับ state of the art ของงานวิจัยโดยนักวิจัยที่เป็นที่รู้จักกันดีในสาขาวิจัยนั้น

วารสารที่รี่หมายถึง คือ วารสารเฉพาะทางของสาขาวิชานั้น ๆ ที่บทความที่ตีพิมพ์โดยวารสารเหล่านั้น สามารถถูกนำไปใช้อ้างอิงเชิงวิชาการได้ ไม่ได้หมายถึงวารสารอ่านทั่วไปนะค่ะ

ที่เขาจำเป็นต้องเก็บเงิน ก็เพราะวารสารวิชาการทำนองนี้ ไม่ใช่เหมือนนิตยสารแฟชั้นที่จะมียอดขายพุ่งพรวด ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ แล้วเขาก็มีค่าใช้จ่ายสูงที่ต้องจ้าง reviewer ซึ่งเป็นเหล่านักวิชาการเฉพาะในสาขาต่าง ๆ มาอ่านบทความที่ส่งเข้ามา เพื่อให้แก้ไข ก่อนจะตีพิมพ์ในที่สุด

ราคาก็แตกต่างกันไปตามแต่ละวารสาร วารสารบางเล่ม บังคับเลยว่ากี่หน้า แล้วเป็นราคาตายตัว บางเล่มก็คิดราคาตามจำนวนหน้า แต่ถ้าเกินจำนวนหน้าไปกว่าที่เขากำหนด อัตราราคาก็จะพุ่งไปอีกอัตราหนึ่ง หรืออย่างวารสารที่รี่กำลังจะส่ง เป็นราคาเหมารวม น้อยกว่า 6 หน้า $750 ซึ่งที่เห็น ส่วนใหญ่ใครส่งอันนี้ ก็เขียนกันเป๊ะ 6 หน้าพอดี แต่ของรี่ตอนนี้มันปาเข้าไปเกินมากมายค่ะ  เพราะโดนคนนู้นให้แก้นั่น คนนั้นให้แก้นี่ ตอนนี้มันเลยพุ่งไปที่อีกระดับราคาหนึ่งคือ $1500  แต่ไม่มีใครบอกให้รี่หั่นมันลงเลยสักคน เพราะคนที่สั่งให้เพิ่มล้วนไม่ใช่คนออกตังค์ 555

คนที่ออกตังค์ คือ บิล ที่เป็นซุปเปอร์ไวเซอร์ใหญ่ ซึ่งบัดนี้ส่งไปให้อ่าน ก็ไม่มีคอมเมนต์ใดกลับมาแค่ฝากบอกจอห์นมาสองคำสั้น ๆ คือ 'Very good' ซึ่งมันไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องการเลย เพราะไม่มีประโยชน์ :(

รี่ก็ไม่สนใจอยู่แล้วค่ะ อาทิตย์หน้า รี่น่าจะส่งไป publisher ได้แล้ว จากนั้นส่งใบเสร็จไปเก็บกับบิล กะว่า อาทิตย์หน้าเป็นอาทิตย์แห่งการถลุงเงินบิลซะเลย  เพราะจะเบิกเงินพวกค่าใช้จ่ายไป conference ด้วยทีเดียว

 

Americanising

 

รี่ไม่มั่นใจว่า นักศึกษาที่อังกฤษเป็นกันทุกคนหรือเปล่า แต่สำหรับรี่ ถ้าเขียนงานไปอเมริกา ขั้นตอนสุดท้ายคือการทำ Americanising ค่ะ

เก็บตกพวกคำที่เผลอใช้แบบคุ้นเคย มาเปลี่ยนให้หมด ไม่ว่าจะเป็นตระกูล -ise ที่เขียนด้วยความคุ้นเคย แปลงเป็น -ize ให้หมด ศัพท์ต่าง ๆ อย่าง fibre -> fiber, SNOM -> NSOM , millimetre -> millimeter, centre -> center ฯลฯ

เคยคุยเรื่องนี้กับคุณออม คุณออมก็ทำเหมือนกันค่ะ แต่มีคำหนึ่งที่ไม่ทำ คือ คำว่า fiber เพราะปกติ เอกสารในนี้ คุณออมก็ใช้ fiber ตลอด ไม่เคยใช้ fibre เลย เหตุผลที่ให้ เป็นอะไรที่ทำให้รี่หัวเราะก๊ากเลย

"ทำใจไม่ได้ที่จะอ่าน fibre ให้เป็น fiber"

แต่สำหรับรี่ ตรงกันข้ามมากค่ะ รี่ทำใจไม่ได้ ที่จะทำให้พวกเอกสารที่เขียนสำหรับในประเทศทั้งหลาย ไม่บริติ้ด บริติชค่ะ (<- ดัดจริตมั่ก ๆๆๆ :P) เช่น คำที่คุณออมมีปัญหา รี่กับติด fibre มาก ๆ เพราะ It sounds so so British!!! รี่ถึงต้องมาทำ Americanising อย่างที่ว่า ทุกครั้งที่จะส่งอะไรออกนอกประเทศไง ไม่งั้นมันคงมีไฟเบอร์หน้าตาประหลาดให้ประชาชีบางท่านแปลกใจเล่น

^^

 

LaTeX Please!

ปกติ รี่ส่งงานให้ทุกคนอ่านเป็นไฟลล์ PDF ค่ะ เมื่อวาน จอห์น อีเมลล์มาบอกว่า ให้ส่งเวอร์ชั่น Word document มาหน่อย อยากเขียนแก้ลงไปที่ไฟลล์เอกสารเลย

อะน่ะ รี่มีซะที่ไหนละนั่น เพราะรี่เขียนงานโดยใช้ LaTeX ค่ะ

เผื่อคนไม่รู้จักนะค่ะ LaTeX คือการพิมพ์เอกสารโดยใช้ภาษาคล้ายภาษาในการเขียนโปรแกรม เพื่อควบคุมรูปแบบของงานพิมพ์ จะแตกต่างจากพวก word processor ที่เราคุ้นเคยกัน เช่น Microsoft Word ที่เป็นลักษณะ What You See Is What You Get (WYSIWYG)

ผลลัพธ์ที่ได้ออกมา จะได้งานพิมพ์ที่มีคุณภาพ รูปแบบสวยงาม และถูกต้องตามที่กำหนด ซึ่งแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับพวกเอกสารที่พิมพ์ด้วย MS Word (ลองไปดูรูปแบบงานที่ได้ออกมาจากการพิมพ์ด้วย LaTeX ได้ที่นี่ค่ะ LaTeX) เหมาะสำหรับการพิมพ์งานพวก Thesis งานที่มีรูปแบบบังคับจุกจิก เช่นพวก paper  หรืองานที่เต็มไปด้วยสมการ ตัวอักษรกรีก สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ประหลาด ๆ ทั้งหลาย

อย่างสาขาวิชาของรี่ การเขียนเอกสารโดยใช้ LaTeX น่าจะเป็นเรื่องปกติใช่ไหม แต่ที่ภาคของรี่นี่สิ ไม่รู้เป็นไง คนไม่ใช่ LaTeX กันเยอะมาก เผลอ ๆ พวกใช้ LaTeX กลายเป็นชนส่วนน้อยไปซะงั้น -_-'

รี่ก็เลยบอกคุณชายจอห์นว่าไม่มี แล้วกะว่าส่งไฟลล์ .tex (เป็นเพียงแค่ text file ธรรมดาอะค่ะ) ไปให้คุณชายจอห์นเปิดอ่านดูแทนละกัน แต่นึกขึ้นมาได้ว่า ส่งไปอาจหาทางเปิดไม่ได้อีก ก็เลยแปลงเป็น .doc ไปจะได้เปิดกับ MS Word ได้ แล้วก็กำกับไปว่า จะแก้อะไร แก้แต่เนื้อหา อย่าไปยุ่งกับพวกส่วนที่เป็น command ของ LaTeX รี่จะได้เอากลับมาใช้ได้เลย

ปรากฏว่า คุณชายจอห์นเอาไปแก้เสร็จ ส่งกลับมา รี่เอามาใช้ execute เท่าไรก็ไม่ผ่าน อ่านที่ตัวโปรแกรมมันแจ้ง ก็ไม่ได้สื่อความว่า ม้นมีอะไรผิดปกติ นั่งงมหาตั้งนาน สุดท้ายก็พบว่า คุณจอห์นดันเผลอลบบาง command ทิ้งไปเพราะไม่นึกว่า มันเป็น command ซะงั้น

ส่วนวันนี้ กลายเป็นปีเตอร์มั่ง ที่อีเมลล์มาบอกให้รี่ช่วยส่ง Word document ไปให้หน่อย เพราะอยากแก้จากไฟลล์เอกสารเลยด้วยอีกคน รี่ก็ตอบไปเหมือนตอบคุณชายจอห์น แล้วก็กะจะแนบไฟลล์ .doc เหมือนเมื่อวาน กำลังจะกดส่ง มาฉุกคิดได้ว่า อย่างปีเตอร์ น่าจะใช้ LaTeX นะ แต่ก็ไม่มั่นใจ เพราะถ้าปีเตอร์ใช้ แล้วจะมาขอ Word ไปทำไม อย่ากระนั้นเลย รี่แนบไฟลล์ .tex ไปให้ด้วยดีกว่า เพราะกลัวว่า สำหรับปีเตอร์  มันจะเป็นการ insulting หรือเปล่า ถ้าส่งไปให้แบบเหมือนส่งให้คุณชายจอห์นเมื่อวาน

ส่งไปปุ๊บ มีอีเมลล์ตอบกลับมาว่า

 "ยอดเยี่ยมมาก ดีใจที่ได้รู้ว่า ใน ORC อย่างน้อยก็มีนักเรียนหนึ่งคนที่รู้จักเลือกใช้โปรแกรมที่เหมาะสมในการเขียนบทความวิชาการ"

ไม่ต้องบอกก็คงรู้นะว่า รี่จะ ......

 

ปลื้มมมมมมมมมมม

 @^^@

มากขนาดไหน?

 

ปกติรี่จะติดต่องานกับปีเตอร์เป็นแบบ business มาก ไม่รู้วันนี้ปีเตอร์มาอารมณ์ไหน แถมมีส่ง emoticon อมยิ้มแนบท้ายมาด้วยนะ ทำรี่หัวเราะขำ อยู่หน้าจอเลย

คิดว่า ปีเตอร์คงเผอิญเจอแต่นักศึกษาในภาคที่ไม่ใช้ LaTeX เขียน paper มั้ง?

ว่าแล้วก็ขออนุญาตโปรโมทเรื่อง LaTeX เลยละกันค่ะ

สำหรับนักศึกษาปริญญาเอกทั้งหลาย ที่ไม่เคยใช้ LaTeX เขียนงาน ขอสนับสนุนเลยว่า เป็น a must ที่ต้องศึกษาไว้ ถ้ามีเวลา ศึกษาแต่เนิ่น ๆ  ณ ตอนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนท้าย ที่จะต้องเขียนวิทยานิพนธ์เพื่อจบ LaTeX เป็นอะไรที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ให้คุณภาพงานที่ออกมาดูดี และมีคุณภาพ ชนิดที่ Word ไม่สามารถที่จะให้คุณได้ 

 เชื่อรี่สิ!!! Go for LaTeX !!! แล้วคุณจะรู้สึกอยากเขกหัวตัวเองว่า ไปหลงบ้าใช้ MS Word ได้ยังไง ตั้งนมนาน ...

 

Try To Remember
The Brother Four

we are in diaryis.com family | developed by 7republic