โดมในดวงใจ

 

เมื่อวาน บอกม๊าว่า ถ้าคุณปุกมาที่นี่ ให้เลือกจังหวะวันมาดี ๆ เพราะรี่อาจไม่อยู่ เดี๊ยวจะไม่มีใครไปรับที่สนามบิน

ม๊าพูดขึ้นมาว่า

'แล้วทำไมต้องมีคนไปรับที่สนามบิน? หนูเองไปไหน ก็ไปคนเดียวได้ ไม่เห็นต้องเคยมีใครไปรับ ปุกเขาก็ต้องเป็นเหมือนกันแหละ'

อึ้งไปเลย ...

คุณปุกไม่ได้มาเที่ยวแค่อาทิตย์สองอาทิตย์ แต่จะมาเรียนที่นี่ 2 ปี เพราะฉะนั้นก็คงขนข้าวของมาพอสมควร และเขาก็ไม่เคยมาที่นี่มาก่อน รี่ถึงเป็นห่วง แต่พอเจอม๊าทักแบบนี้ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ...

 

...................................

 

ก่อนหน้านี้ ก็มีเรื่องอึ้งทำนองนี้อีกเรื่อง คือ มีวันหนึ่ง รี่บ่นเรื่องบิลให้ม๊าฟัง

ม๊าดันอยู่ฝั่งบิลซะงั้น บอกรี่ว่า การที่บิลเป็นแบบนี้ เพราะบิลคงอยากให้รี่มีอิสระเต็มที่ ใช้ความคิดของตัวเองคิดได้เอง ทำได้เอง ฯลฯ

ฟังเหตุผลแล้ว อึ้งกิมกี่ไปเลยค่ะ ...

ถ้าใครรู้จักรี่เป็นการส่วนตัว คงไม่คิดจัดรี่เป็นพวกกระง็องกระแง็ง  คอยคาดหวังให้คนมาช่วยเหลือตลอดเวลากระมัง?

ในเมื่อ ถ้าถึงขนาดรี่บ่น มันก็คงอยู่ในขั้นเกินไป แต่ม๊าก็ดันเห็นว่าที่บิลทำแบบนี้ ถูกซะงั้นแหละ

นี่ละค่ะ สไตล์ม๊าเลย ...

 ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะยืนหยัดได้ด้วยตนเอง!!!

 

...................................

 

วันนี้คุณปุกก็เอาเรื่องธุระที่จะเรียนที่นี่มาปรีกษาอีก มีเรื่องยุ่งยากบางอย่าง ที่ติดต่ออีเมลล์ถามทางฝั่งนี้ตั้งหลายครั้ง ก็ไม่ได้คำตอบที่มันกระจ่างชัดสักที และทุกครั้ง คุณปุกก็ forward เมลล์มาให้อ่าน

วันนี้รี่อ่านแล้วหงุดหงิดมาก กะจะบอกคุณปุกว่า

"ไม่ต้องเขียนแล้ว เดี๋ยวให้ชั้นเขียนเองดีกว่า ชั้นรู้ว่าจะพูดยังไง จะได้ไม่ต้องถามตอบกันวนเป็นอ่างอยู่ได้!!!"

แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้ารี่ทำแบบนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องมาก นี่คือธุระของคุณปุก และเขาควรเป็นคนที่เรียนรู้ที่จะจัดการกับปัญหาด้วยตนเอง ต่อให้เขาต้องเสียเวลาวนในอ่างนานแค่ไหน ก็ไม่ใช่เรื่องที่รี่สมควรจะไปฉุดเขาขึ้นมา เพราะไม่งั้น ความหวังดี อยากช่วยน้อง กับเป็นการตัดโอกาสให้คุณปุกได้รู้จักเรียนรู้ที่จะจัดการกับปัญหาด้วยตนเอง

พอรี่คิดได้แบบนั้น ก็เลยแค่ให้คำแนะนำปกติว่า ควรจะเขียนถามอะไรมั่ง แล้วก็ให้เป็นหน้าที่ของคุณปุกไปจัดการเอง

 

...................................

 

พอคุยกับคุณปุกเสร็จ นึกขึ้นมาได้ว่า

โอ้ ... นี่รี่ใช้หลักการแบบเดียวกับม๊าเลยนะเนี่ย หลักการที่เคยทำให้รี่กังขาว่า มีลูกมีหลาน รี่จะทำแบบนี้หรือเปล่า เพราะบางทีรู้สึกว่า มัน too harsh เกินไป?

ตลกดี นี่ละที่เขาว่า ลูกไม้มักหล่นไม่ไกลไปจากต้น คนเราถูกเลี้ยงดูมายังไง ต่อให้เด็ก ๆ จะนึกไม่ชอบแค่ไหน แต่สุดท้าย คงเป็นเพราะความคุ้นเคยกับสิ่งที่โดนสอนมายาวนาน จนเรากลายเป็นเห็นด้วยกับหลักการของพ่อแม่ซะงั้น

 

...................................

 

เหมือนเพลงนี้ละค่ะ รี่จำได้ว่า ครั้งหนึ่งเคยฟังกับม๊า ม๊าชอบมาก ชอบพูดว่า 'โดมในดวงใจ' ต้อง 'บุษยา รังสี' ร้องถึงจะเพราะ และพอรี่ได้ฟัง ส่ายหัว ทำหน้าปูเลี่ยน แบบไม่ไหวจริง ๆ ไม่เข้าใจเลยว่าเพราะตรงไหน?

เมื่อก่อนเด็ก ๆ ไม่ชอบเสียงของนักร้องสไตล์รุ่นเก่าเลย และอย่างเพลงนี้ พอรี่ได้ไปฟังแบบที่เป็นนักศึกษา TU Band ร้องเป็นสไตล์คอรัส แล้วรู้สึกว่าเพราะกว่ากันเยอะเลย

วันนี้รี่มาเจอเพลงนี้โดยบังเอิญ เปิดขึ้นมาฟัง

โอ้โห ทำไมเพราะแบบนี้เนี่ย!!! ใช่เลย 'โดมดวงในดวงใจ' ต้อง 'บุษยา รังสี'

กลายเป็นเหมือนม๊าไปแล้ว หรือเป็นเพราะรี่แก่แล้วเนี่ย ถึงฟังแล้วเพราะ?

 

    ฟากฟ้าคราม งามประกาย เฉิดฉายโดม
    รับแสงโสม ส่องหล้า รุ่งราศี
    เหนือลำน้ำ เจ้าพระยา พาชีวี
    เริงฤดี คลื่นกล่อม ยิ่งน้อมใจ

    ทิวสนมวล ล้วนสล้าง เป็นทางแถว
    ลมกระซิบ เสียงแผ่ว กิ่งก้านไหว
    คำรำพัน นั้นว่าโดม ในดวงใจ
    ยืนยงไป ตราบสิ้น สุดดินฟ้า

    โดมดำรง คงไว้ ในดวงจิต
    ชั่วชีวิต รักจะมั่น สุขหรรษา
    มอบดวงใจ ให้แก่กัน นิรันดร์มา
    โดมคู่ฟ้า รักจะอยู่ คู่ดวงใจ

เกี่ยวกับเพลง

ฟังเพลงนี้ แล้วนึกสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งสำหรับรี่ เป็นหนึ่งในจุดที่สวยที่สุดของกรุงเทพฯ  เลยค่ะ  นั่นคือ ลานปรีดี ที่ท่าพระจัน่ทร์

ลองแวะไปที่ลานนี้ตอนตกเย็นดูสิค่ะ บรรยากาศน่าอภิรมย์มาก พระอาทิตย์กำลังจะตก แสงสีส้มอาบลำน้ำเจ้าพระยา และลมเย็นสบายพัดมาให้ชื่นใจ

 

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic