The Suffer

 

ประหลาดมาก วันนี้คุณบิกอยู่ดี ๆ มา 'สุขสันต์วันสงกรานต์'กับรี่ ตอนแรกนึกว่า ทักทายกันแป๊บเดียว แล้วแยกย้ายกันไปทำงานทำการ ปรากฏว่า ดันคุยกันเลยเถิดหลายชั่วโมงไม่จบ

คุณบิกเป็นหนึ่งในน้อยคนในชีวิต ที่คำพูดมีเหตุผลพอที่จะดึงรี่ในจังหวะที่รู้สึกแย่ที่สุด ให้ลุกขึ้นมาก้าวเดินต่อไปได้ วันนี้จึงเป็นวันที่รี่รู้สึกดีมาก เพราะไม่ได้คุยกับคุณบิก อย่างลึกซึ้งแบบนี้มานานมากแล้ว

 

..................................

 

คุณบิกเป็นคนที่ชอบวิเคราะห์คน และเลือกคำพูดอธิบายออกมาได้คมคาย เป็นอะไรที่รี่ชอบฟัง แต่ปกติ พวกเราชอบวิเคราะห์คนอื่นกัน ไม่เคยนึกมาวิเคราะห์พวกเดียวกัน ตลกดีค่ะ อยู่ดี ๆ วันนี้ คุณบิก ก็มาวิเคราะห์พวกเรากันเอง 

"แจ้รี่ และบิก จะมีความอยากแบบศิลปิน มีอารมณ์อ่อนไหว แอมก็เหมือนกัน แต่ปุก ไม่ค่อยมี ปุกจะมีความอยากแบบเป็นรูปธรรมมากกว่า ดังนั้น ปัญหาของเราจึงต่างกัน ตอนนี้แอมดีขึ้น เพราะแอมได้ปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต ส่วนบิกก็ดีขึ้น เพราะเรียนรู้วิธีสงบจิตใจ"

ใช่เลยค่ะ ที่คุณบิกพูดมา น้องแอม อาจยังไม่แน่นอน เพราะยังเด็กอยู่ อนาคตข้างหน้า บุคลิกอาจเปลี่ยนไป แต่สำหรับตัวเองกับคุณบิก รี่รู้สึกมานานแล้วเหมือนกัน เพียงแต่ไม่เคยวิเคราะห์กับคุณบิกเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้

เราเป็นเหมือน มีชีวิตครึ่งหนึ่ง อยู่ในโลกความเป็นจริง ที่จับต้องได้ ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง มันเหมือนล่องลอย เห็นเป็นควันจาง ๆ ลอยอยู่ที่ไหนสักที่ บางเวลา เราก็รู้สึกว่า ตัวเราอยู่ ณ ที่เรากำลังอยู่ขณะนี้อย่างแท้จริง แต่บางเวลา เรารู้สึกว่า มันเป็นเพียงแค่ ร่างกายหยาบของเราที่อยู่ ณ ตรงนั้นแค่นั้นเอง

 

..................................

 

รี่เพิ่งรู้ตัวว่า เป็นโรคร้ายชนิดหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ ไม่ใช่เป็นโรคทางกายนะค่ะ ไม่ต้องตกใจ มันเป็นโรคทางจิตชนิดหนึ่งที่ไม่ใช่โรคทางการแพทย์ แต่รี่กับคุณบิก เราบัญญัติให้มันเป็น 'โรค' กัน

รี่ไม่ขออธิบายรายละเอียดนะค่ะ ไม่รู้จะอธิบายยังไง ต้องเป็นเหมือนกัน มาคุยกัน ถึงจะรู้เรื่อง รี่เอง ไม่เคยคิดจะคุยกับใคร ยกเว้นคุณบิก ที่รี่รู้ว่า เป็นคนเดียว ที่พูดแล้ว เข้าใจดีว่ารี่หมายถึงอะไร เหตุเพราะ คุณบิกเป็นเหมือนกันนั่นเอง ที่คุณบิก บอกกำลังฝึกจิต ก็เพราะรักษาโรคนี้ละค่ะ เพียงแต่คุณบิกไม่ได้เป็นหนัก เป็นอย่างอ่อนมาก แต่กรณีของรี่ คุณบิกจัดให้อยู่ในระดับ 'โคม่า'

พอดีคุณบิกไปอ่านงานเขียนของอาจารย์คนหนึ่งมาค่ะ แกใช้ชีวิตทุกข์ทรมานกับโรคนี้มานานกว่า 30 ปี กว่าจะบรรเทาอาการลงได้ เพียงแค่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ตามที่คุณบิกว่าคือ 10 ปีแรก แกใช้เวลามองเห็นปัญหา จึงค้นพบเหตุที่แท้จริง  อีก 10 ปีต่อมาจึงพอแก้ได้ 10 ปีสุดท้าย มองเห็นครบ จึงแก้ได้หมด

โรคนี้ มันเป็นสาเหตุมาจาก เชื้อโรคที่เรียกว่า 'ego' ค่ะ แต่ปัญหาคือ มันดันเป็น 'อีโก้แฝง' ที่มีสิ่งอื่นมาคลุมจนมองไม่เห็นง่าย ๆ  อย่างที่อาจารย์แก ต้องใช้เวลาค้นหายาวนานนั่นแหละค่ะ กรณีของอาจารย์ท่านนี้ รี่เชือว่า คนที่พบเจอแกในชีวิตประจำวัน หรืออ่านความคิดแกตามหนังสือหรือบทความตามหน้าหนังสือพิมพ์ คงไม่คิดจะจัดแกเป็นพวก 'ego สูง' โดยแน่แท้ เพราะไม่มีความคิดตรงไหนที่มันจะไปเหมือนภาพคนที่มี 'ego' สูง ตามที่เรามี ตัวรี่เอง ถ้าคุณบิกไม่มาเล่าให้ฟัง ก็ไม่เคยคิดว่า แกจะเป็นคนที่มีทุกข์ทรมานอยู่ภายในจิตใจมากขนาดนั้น

คุณบิกพยามยามให้ความหวังว่ารี่คงไม่ใช่เวลายาวนานขนาดนั้น ในการหลุดพันออกมาจากความทุกข์ตรงนี้ เพราะอย่างน้อย รี่ผ่านจุดที่ยากที่สุดมาแล้ว นั่นคือ มองเห็นสาเหตุที่เกิดขึ้นจริง ๆ และรี่ก็มีต้นแบบของคนที่มีอาการเดียวกัน เป็นแนวทางในการฝึกจิต

สรุปสุดท้าย ด้วยคำพูดของคุณบิก ที่กินใจรี่มาก

" ... เราทำความดี ต่อสู้ความชั่วได้ แต่ต้องทำอย่างเปิดกว้าง มีปัญญา มองปัญหาให้รอบด้าน มองให้ตลอด ไม่เช่นนั้น  เรานั่นเองที่ชั่วร้าย แต่ถ้าเราใช้แต่ปัญญา ไม่ใช้ ego ไม่คิดว่า มันเลว เราต้องฆ่ามัน สุดท้าย เราก็จะเป็นคนดี

ความดี กับความรู้ กับปัญญา กับการละวาง ego ไม่อาจแยกกันได้ง่ายๆ ต้องฝึกไปด้วยกัน และเมื่อนั้น เราจะมีความสุข

เราจะเห็นโลกตามที่มันเป็นจริง ไม่ติดอยู่ใน ego เราจะมีอารมณ์ที่แท้จริง เราจะยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ อ่อนไหว โกรธ อย่างที่มันเป็นจริงๆ ไม่ใช่อยู่ในวังวนของ ego

พูดง่ายๆ คือ ถ้าฝึกตามนี้ เราจะลด ego แล้วเราจะมีความสุข นี่คือ แนวทางคร่าวๆ ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย แต่อย่างน้อย แจ้รี่ก็พอรู้เทคนิคแล้ว อาศัยความฉลาดของแจ้รี่ ย่อมต้องฝึกฝนได้ อาจจะช้าหรือเร็ว ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็มีแนวทางแล้ว ..."

 

..................................

 

ค่ะ ไม่รู้ว่า อีกยาวนานเท่าไร รี่จะหลุดจากความทุกข์ของโรคนี้ แต่ก็มีความหวังที่ดี ที่จะเดินทางต่อไป บนเส้นทางที่คุณบิกว่าไว้

ช่วงแรกคงล้มลุกคลุกคลานบ้าง แต่ของทุกอย่างต้องอาศัยการฝึกฝนค่ะ จะล้มเหลวกี่ครั้ง ก็ขอให้อย่าย่อท้อ ก้าวเดินต่อไปค่ะ

ก็ได้แต่หวังว่า รี่คงไม่ต้องใช้เวลายาวนานอีกถึง 20 ปี หลังจากการค้นพบสาเหตุ ในการหลุดพ้นจากตรงนี้ไป

 

Is That What Happened?

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic