ชงกาแฟ

 

หลายวันก่อนนู้น รี่มี luncheon discussion ที่เริ่มต้น ด้วยการเล่าให้คู่สนทนาฟังว่า รี่ไปนั่งอ่านกระทู้พันทิบอันหนึ่ง จขกท. เขาเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล ไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่มัธยม จนจบเอก กำลังต้องกลับไปใช้ทุนที่กระทรวงวิทย์ แล้วเขาก็เลยกลุ้มใจมาก เพราะได้ยินข่าวมาว่า ที่นั่นชอบมีการใช้คนจบดร. ให้ไปชงกาแฟ แล้วก็กลัวเรื่องระบบราชการ  ที่เขาต้องไปเจอ เขาอาจจะรับมันไม่ได้ และเรื่องอื่นอีกต่าง ๆ นานา

รี่กำลังจะเล่ารายละเอียด ก็เจอคู่สนทนาเบรคก่อน

'เดี๋ยวก่อนนะ ถามหน่อยเหอะ ไอ้ประโยคนี้ได้ยินบ่อยมาก 'ใช้ดร. ไปชงกาแฟ' อยากจะรู้นัก แล้วมันจะทำไมหรอ?'

เข้าใจประเด็นที่เพื่อนรี่ถามใช้ไหมคะ  เขาไม่ได้สนับสนุนเรื่องที่ใช้คนไม่ถูกกับงาน แต่เขาสนใจว่า ทำไม 'ดร.' มันต่างจากคนอื่นยังไงหรอ ทำไมถืงต้องมาเป็นประเด็น เพราะถ้ามีคนมาบ่นว่า 'วันนี้เจ้านายสั่งให้ชงกาแฟด้วย' ฟังแล้วก็เฉย ๆ คงไม่มีคนรู้สึกอะไรมาก แต่ถ้าบอกว่า 'ใช้ดร. ให้ไปชงกาแฟ' เอาละ งานนี้มาละ ความคิดเห็นก็จะประมาณประนามว่า ระบบราชการก็เฮงซวยแบบนี้ blah blah

แล้วดร. มันต้องทำงานแบบไหนหรอ? ต้องเป็นอะไรที่ไม่เหมือนกับคนอื่น? ต้องเป็นอะไรที่ถูกขึ้นชื่อว่า 'ใช้สมอง' มากกว่าคนอื่น?

คนจบปริญญาเอก ก็ธรรมดานั่นแหละ มีสมองบางเรื่อง ไม่มีสมองบางเรื่อง รู้บางเรื่อง ไม่รู้บางเรื่อง คิดออกบางเรื่อง คิดไม่ออกบางเรื่อง เพราะฉะนั้น ก็ไม่แตกต่างกว่าใคร

ทำไมถึงชอบมีคนบางคนคิดว่า คนจบเอก ฉลาดกว่าคนอื่น?

นี่ถ้ารี่ มีปัญญาเรียนจบได้ ก็เอารี่นี่แหละเป็นเครื่องยืนยันละกันว่า ความเชื่อนั้นไม่จริงเสมอไป 555

(เฮอ -_-' พูดเรื่อง 'เรียนจบ' ทีไร อยากถอนหายใจยาวไปให้ถึงเมืองไทยเลย ... เครียด!!!)

.....................................

 

รี่กับเพื่อนคิดเหมือนกันว่า การเรียนปริญญาเอก ก็เป็นการฝึกให้รู้จักการแก้ปัญหา โดยมีงานวิจัย เป็นตัวอย่างโจทย์ให้ฝึกทำ เมื่อเราเรียนจบ เราก็ได้ skill สำหรับการแก้ปัญหา และเราก็ไม่ได้คาดหวังว่า 10 ปีต่อจากนี้ 20 ต่อจากนี้ เรายังต้องทำอะไรเหมือนที่เราทำอยู่ทุกวันนี้

ที่ภาควิชา จะมีโปรแกรมอันหนึ่ง เป็นโปรแกรมการพูดของเด็กนักศึกษาป. เอกปีสอง โดยให้ทุกคนต้องเลือกหัวข้อที่ไปศึกษา แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับงานวิจัยที่ทำอยู่ มีระยะเวลาศึกษาระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นต้องนำเรื่องที่ไปศึกษามาพูดให้คนที่ภาคฟัง

จุดประสงค์ที่เขาว่าไว้ก็คือ เพื่อให้นักศึกษารู้จัก adaptive เพราะในอนาคต ไม่ว่าคุณจะไปเจออะไรที่ไม่คุ้นเคยอย่างไรก็ตาม คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจมันให้ได้

และนั่นก็คือหัวใจของการเรียน PhD (มั้ง?) การเรียนรู้จะปรับตัว เผชิญปัญหาในรูปแบบใหม่ แล้วแก้ไขมันไปให้ได้ ...

 

.....................................

ปัจฉิมลิขิต

1) เรื่องที่เขียนวันนี้ ความเห็นส่วนตัวสุด ๆ นะค่ะ ถ้าทำร้ายความรู้สึกใคร ก็ขออภัย เพราะดันเผอิญว่า โดยส่วนตัว รี่เป็นคนไม่ศรัทธา formal education มากถึงขนาดเชื่อว่ามันการันตีสติปัญญาของคน ดังนั้นเลยค่อนข้างต้านเรื่องอะไรแนว ๆ นี้เป็นพิเศษ

2) รี่ชอบชงกาแฟให้คนอื่นทานมาก ๆ ไม่รู้เป็นไง แต่ปัญหาคือ ไม่ค่อยมีคนยอมกินเท่าไร :(

ม๊าคนหนึ่งละ ไม่ว่าจะยัดเยียดให้กินแค่ไหน ก็แบบบอกศาลาขาดเลย หลังจาก กินไปครั้งหนึ่ง แล้วเกิดใจสั่นอย่างรุนแรง จนนึกว่าจะเป็นอะไรไป

3) ชงกาแฟให้อร่อยนี่นึกว่ามันทำง่าย ๆ หรือไง?

 รี่คนหนึ่งละ เจอกาแฟที่ชงห่วย ๆ 50:50 กับที่แบบที่พอกินได้เลยละ 

โอ้ ลืมบอก จขกท. คนนั้นไปเลยว่า มันเป็นงาน challenging ที่สุดแล้วนะนั่น!!!

 



Begin The Beguine

ประพันธ์ Cole Porter

we are in diaryis.com family | developed by 7republic