From Austen To Eco

 

กำลังหาหัวเรื่อง มาเขียนไดอารี่อยู่เชียว เพราะไม่อยากเก็บหน้าของเอนทรีก่อนหน้าไว้นาน ๆ ก็พอดีไปได้ Tag นักเขียนในดวงใจ จากคุณ C. A. B. เลยเลือกเรื่องนี้เป็นหัวข้อวันนี้ละกัน

ก่อนจะเขียนต้องให้รายละเอียดเกี่ยวกับการอ่านหนังสือของรี่ไว้ก่อน

1) เป็นคนอ่านหนังสือน้อยมาก ยิ่งช่วงหลัง ๆ มา แทบไม่ได้แตะหนังสืออะไรเลย

2) จะสนใจเป็นงาน ๆ ไปมากกว่าสนใจนักเขียน  เพราะฉะนั้น นักเขียนที่ชื่นชอบที่จะว่าต่อไป ไม่ได้หมายความว่า รี่ต้องเป็น hard-core fan ของเขา ตามหาอ่านของเขามาทุกเล่ม แค่ชื่นชอบงานบางเรื่องของเขาเท่านั้นเอง

3) รี่ไม่ได้มีความรู้ในเชิงวรรณศิลป์ เพราะฉะนั้น ขออนุญาตออกความเห็นแบบชาวบ้าน ที่ใช้ความรู้สึกส่วนตัวล้วน ๆ

 

.......................................

 

1) Jane Austen

  

อะน่ะ ตามอ่านไดอารี่กันมา คิดว่าทุกคน คงนึกถึงป้าเจนเป็นอันดับแรกในรายการนักเขียนในดวงใจของรี่เลย

ถ้ารู้จักงานป้าเจนแบบผิวเผิน โดยดูจากพวกภาพยนตร์ที่เอานวนิยายของป้าแกไปดัดแปลง ก็ชวนให้นึกว่า ป้าเจนแกเขียนจำพวกนิยายน้ำเน่า รัก ๆ ใคร่ ๆ

แต่ในมุมลึกกว่านั้น ที่ทำให้งานของป้าเจน ควรค่าแก่การอ่าน มากกว่าอาศัยดูเอาเรื่องจากพวกภาพยนตร์ ก็คือ ความสามารถของป้าแก ที่สามารถหยิบเรื่องราวที่แสนจะทำมะด๊า ธรรมดาในชีวิตประจำวัน มาเล่าด้วยความเฉียบคม และแฝง sarcasm หน่อย ๆ ให้คนอ่าน หัวเราะหึ หึ อยู่ในลำคอในตลอดเวลา หรือไม่ก็หลุดก๊ากไปเลย

และความเฉียบคมของป้าเจนนี่ละค่ะ คือสิ่งที่รี่ประทับใจ

 

2) Franz Kafka

 

 

สำหรับรี่ The Metamorphosis คืองานเขียนที่สุดยอดมาก สิ่งที่รี่ประทับใจคือ วิธีการเล่าเรื่องที่เล่าแบบเรียบง่าย ไปเรื่อย ๆ เปรียบดัง Kafka เอง ก็เป็น observer ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังสือ ไม่ต่างจากคนอ่านอย่างเรา  ทั้งเขาและเรา เหมือนดูวิวัฒนาการของตัวละคอนในเรื่องไปด้วยกัน

เพราะวิธีการเล่าเรื่องของเขาแบบนี้มั้ง จึงทำให้เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว จนมันทำให้รู้สึกสิ่งที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่เห็นตรงหน้า แม้มันจะอยุ่บนพื้นฐานของความเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็ไม่รู้สึกสนใจที่จะตั้งคำถาม และเมื่อเกิดจุดแตกหักในเรื่องราว มันทำให้เกิด impact ต่อความคิดและความรู้สึกเราอย่างรุนแรง

 

3) E. M. Forster

 

ประทับใจ Steinbeck ในวิธีการเล่าเรื่อง ที่เขาสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมบางอย่าง มาในนวนิยายของเขา แบบเนียน ๆ โดยที่คนอ่านไม่รู้สึกเหมือนโดนยัดเยียด และตัวคนอ่านเอง ก็จะไม่สามารถหยุดตัวเองที่จะไม่เอาประเด็นที่เขาเปิดไว้ กลับไปขบคิดต่อได้

4) John Steinbeck

 

 

ประทับใจ Steinbeck ในวิธีการเล่าเรื่อง ที่เขาสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมบางอย่าง มาในนวนิยายของเขา แบบเนียน ๆ โดยที่คนอ่านไม่รู้สึกเหมือนโดนยัดเยียด และตัวคนอ่านเอง ก็จะไม่สามารถหยุดตัวเองที่จะไม่เอาประเด็นที่เขาเปิดไว้ กลับไปขบคิดต่อได้

5) Umberto Eco

 

งานของลุง Eco เนี่ย รี่ไม่อยากจะจัดให้มันเป็นนิยายเลยจิ๊งจริง ๆ เพราะบางครั้งนี่ อ่านแล้ว เหมือนกำลังอ่านตำราเรียนอยู่ พับผ่าสิ -"-

เพราะฉะนั้นความประทับใจของเกี่ยวกับคุณลุงคนนี้คือ แกสามารถจะเขียนตำราให้ออกมาเป็นนิยายได้ ถ้าอยากอ่านแล้วสนุก ก็สนุกไปกับส่วนที่เป็นนิยายของแกที่แกก็เล่าเรื่องให้น่าชวนติดตามไม่น้อย

แต่ในขณะเดียวกัน แกก็หย่อนระเบิดไว้ตลอดทางของเรื่องราว ที่สามารถจุดประกายให้คนที่สนใจ ไปหาทางศึกษาประเด็นนั้น ๆ ต่อไป

The Name Of The Rose ของแก รี่อ่านจบไปเมื่อห้าหกปีก่อนนู้น แต่ถ้าถามตอนนี้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอตอบว่ายังเข้าใจหลายประเด็นที่ลุงแกต้องการสื่อ ไม่เกิน 50% ด้วยซ้ำ

ถ้าเผอิญงานเขียนของลุงแก เป็นเรื่องอื่นที่ไม่สนใจ รี่คงทิ้งเรื่องนี้ไปนานแล้วละ แต่เผอิญดันมาสนใจเกี่ยวกับ medievalism และ semiology (ออกปากสนใจอย่างเดียวนะ ความรู้ยังไม่มี -*-) เลยรู้สึกงานลุงแกมีเสน่ห์ซะงั้น

การกลับมาศึกษางาน Eco อย่างจริงจัง อยู่ในรายการสิ่งที่ตั้งใจจะทำต้น ๆ เมื่อเสร็จภาระกิจตรงนี้

 

ปัจฉิมลิขิต

เป็นเอนทรีที่เขียนแล้ว โคตะระคิดถึงนายบิกเลย เขียนไปนี่ เหมือนได้ยินเสียงนายบิกมาเที่ยวพล่ามอะไรอยู่ข้าง ๆ และคำถามหนึ่งที่ผุดลอยขึ้นมาเลยก็คือ

"ทำไมบิกมันไม่เขียนบล็อกออนไลน์มั่งว่ะ จะได้ไป tag ต่อ!!!"

 

เกี่ยวกับเพลง

Caprice No. 24 in A Minor เป็นงานอันดับสุดท้ายของงาน caprice 24 ชิ้นของ Paganini ว่ากันว่างานเพลงชิ้นนี้ของ Paganini เป็นงานที่ต้องใช้ทักษะการเล่นไวโอลินขั้นสูง

คิดว่าท่อนเปิดของ caprice นี้เป็นอะไรที่คุ้นหูกันดีมาก น่าจะพอได้ยินตามพวกโฆษณาที่ชอบหยิบยืนเอาไปใช้

วันนี้ เปลื่ยนบรรยากาศ รี่เอาในฉบับที่เปลี่ยนมาเล่นด้วย cello ให้ฟังกันดูแทน

Enjoy!!!

we are in diaryis.com family | developed by 7republic