The Sacred Text (1)

 

 เมื่อหลายเอนทรีก่อนนู้น รี่เล่าเกริ่นว่า รี่จะไปดู Exhibition เกี่ยวกับพวกหนังสือทางศาสนาโบราณ ที่จัดแสดงที่ British Library ที่ลอนดอน แล้วกลับมาจะมาเล่าให้ฟัง

แต่หลังจากไปกลับมา เกือบเป็นอาทิตย์ ก็ยังไม่ได้ฤกษ์เล่าสักที เพราะติดขัดอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่วันนี้ฤกษ์งามยามดีคงมาถึงแล้วกระมัง?

อืม แต่ก็ไม่รู้จะเล่ายังไงดี รี่ก็ไม่ใช่มีความรู้อะไรกับเขา เอาเป็นว่าเลือกงานสามชิ้นที่รี่สนใจเป็นการส่วนตัว มาเล่าแบบสบาย ๆ ไม่ขอรับประกันความถูกต้องตามหลักวิชาการนะค่ะ ^^" แต่ที่ผิดพลาดโล้งเล้งกันมาเลย จะได้มีความรู้เพิ่มขึ้นด้วย :)

 

...............................................

 

The Dead Sea Scrolls

 

(ที่มา: http://www.bl.uk)

แน่นอนเลยค่ะ นี่คือ highlight ของงานเลย เรียกว่า ใครไม่มีเวลาเดินดูอะไรเท่าไร อย่างน้อยก็ควรจะแวะไปดูอันนี้ค่ะ

Dead Sea Scrolls เป็นหลักฐานเอกสารโบราณที่เก่าแก่มาก เขียนขึ้นในช่วงประมาณ 200 ก่อนคริสตกาล ถึง ศตรวรรษที่ 1 แต่เพิ่งมาถูกค้นพบในปี 1947 นี้เอง

ที่มาของชื่อเอกสารชิ้นนี้ ก็เพราะว่า เป็นเอกสารที่ถูกค้นพบในถ้ำทั้งหมด 11 แห่ง ในบริเวณแถวทะเลสาบ Dead Sea โดยเอกสารพวกนี้ ถูกม้วนพันด้วยผ้าลินิน แล้วยัดใส่ในไห เก็บไว้ในถ้ำ แล้วด้วยสภาพอากาศที่แห้งแถวบริเวณทะเลสาบ จึงทำให้เอกสารพวกนี้ ผ่านกาลเวลาอันแสนยาวนาน คงสภาพให้เห็นได้ทุกวันนี้

เอกสารที่ซ่อนตัวอยู่ตามถ้ำนี้ มีทั้งหมด 800 กว่าชิ้น บางชิ้นเขียนบนกระดาษ papyrus บางชิ้นก็เขียนบนหนังสัตว์ เรื่องราวส่วนหนึ่งก็จะเกี่ยวกับพระคัมภียร์ไบเบิล แน่นอนค่ะ ไม่ใช่ไบเบิลฉบับของคริสตศาสนา เพราะตอนนั้นคริสตศาสนายังเป็นวุ้นอยู่เลย แต่เป็นไบเบิลของพวกฮีบรูหรือยิวนั่นเอง

ที่เอามาจัดแสดง ไม่ใช่เป็น collection ของ BL แต่ยืมมาจาก  Musée Bible et Terre Sainte ที่ปารีสค่ะ เป็นชิ้นส่วนเอกสารที่ค้นพบที่ถ้ำหมายเลข 4 ประกอบด้วยตัวหนังสือสามแถว ซ้ายสุดคือ  Psalm 35 (A Prayer for Rescue from Enemies) กลางคือ Psalm 33  (Praise to the Creator and Preserver)  

จะเห็นว่า ต้วเลขไม่เรียงนะค่ะ เพราะว่าอันนี้เป็นการเทียบเคียงกับพระคัมภีร์ของคริสตศาสนาในปัจจุบัน

ส่วนงานอีกสองชิ้น ที่รี่เลือกจะมาบันทึกไว้ในไดอารี่ ขอยกไปคราวหน้าละกันค่ะ ไม่ไหวแล้ว พิมพ์ไป พิมพ์มากำลังหัวผงก จะหลับคาคอมพ์

...............................................

References

1. http://www.bl.uk

2. Sacred Books of The Three Faiths: Judaism, Christianity, Islam

3. The Holy Bible: King James Version

 

...............................................

Acknowledgement

ขอขอบคุณคุณฝน ผู้เกื้อหนุนชีวิตรี่ในลอนดอน

เหตุก็เพราะว่า เมื่อรี่ไปถึงลอนดอน และมีความจำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน เปิดกระเป๋าตังค์ออกมาดู ก็พบว่า ไม่มีตังค์ -_-'

เลวร้ายยิ่งกว่านั้น เมื่อเดินหาตู้เอทีเอ็มเจอ เอาบัตรไปกดเงิน ก็ค้นพบว่า บัญชีเหลือเงินอยู่ 65p ไม่ถึงปอนด์ด้วยซ้ำ

กรรม!!! ทำไงดีอะเนี่ย ถ้ารี่ไม่มีเงินไปทำธุระ หายนะอื่น ๆ จะตามมาอีกเพียบ เลยโทรไปหาคุณฝน แล้วด้วยอารมตกใจมาก เลยไม่ได้อธิบายรายละเอียดอะไร บอกแต่ให้คุณฝนรีบออกมาโดยด่วนที่สุด

เมื่อคุณฝนมาถึงที่ที่รี่ไปจัดการธุระ คนฝนก็ยื่นปึกเงินมาให้รี่ รวมทั้งสิ้น £250

o_O โอ้ แม่เจ้า อะไรกันเนี่ย เงินไม่มีว่าตกใจแล้ว เจอปึกเงินเนี่ย ยิ่งตกใจมากกว่า

รี่พูดไม่รู้เรื่องเอง ดันไปบอกคุณฝนแค่ว่า ไม่มีตังค์ ไม่เหลือตังค์ในเอทีเอ็ม คุณฝนเลยตกใจ นึกว่ารี่ต้องตกระกำลำบากมาก จะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไง และ blah blah  เลยรีบวิ่งแจ้นออกมา กดเงินทั้งหมดจาก ATM ที่เขาอนุญาตให้กดได้ต่อวัน แล้วรีบเอามาให้รี่

แต่ความเป็นจริง ๆ คือ รี่มีเงินเก็บอยู่ที่อีกบัญชี เพียงแต่รี่ไม่ได้โอนไปใส่บัญชีที่เป็น ATM เท่านั้นเอง กลับไป รี่ไปจัดการโอนเงิน ไม่ถึงชั่วโมง ก็กดเงินได้ปกติแล้ว

รี่พยายามจะเอาเงินคืนคุณฝน พยายามจะอธิบายว่ารี่ไม่มีปัญหาอะไร แต่คุณฝน ก็จะให้รี่เอาเงินทั้งหมดพกติดตัวไปให้ได้ บอกว่า

"เพื่อรี่เจอตุ๊กตาช้างขายตั๋วละปอนด์ นึกอยากได้สัก 250 ตัว จะทำไง?"

อืม นั่นสิเนอะ จะทำยังไง o_o? ...

เห้ย ไม่ใช!!! แล้วรี่จะอยากเอาตุ๊กตาช้าง 250 ตัวไปทำอะไรอ่ะ -_-'

ทั้งวันเถียงกันไม่เลิกเรื่องเงินเนี่ย สุดท้าย รี่เลยต้องพกกลับมาก้อนหนึ่งจนได้ ติดหนี้คุณฝนไว้ เดี๋ยวคราวหน้า จะไปใช้คืนค่ะ

ซาบซึ้งน้ำใจมากที่สุด ประทับใจยิ่งกว่าไปดู exhibition อีกค่ะ T^T

 


เกี่ยวกับเพลง

ง่วงมาก ไม่มีเวลาเช็คความถูกต้องนะค่ะ ขอเอาความคุ้น ๆ ในความทรงจำล้วน ๆ ว่า งานชิ้นนี้ของ Vangelis นอกจากจะใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Chariots of Fire แล้ว ยังเป็นเพลงที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิก ปีไหนสักปี ที่ไหนสักที่ :P

ไม่รู้ทำไมถึงชอบหนังเรื่องนี้ได้ไม่รู้ (Chariots of Fire) หนังที่ดูแล้วสุดแสนจะไม่มีอะไร แต่ทำไมดูแล้วชอบจัง

ว่าแต่อย่าถามรายละเอียดเอาตอนนี้นะค่ะ ลืมสนิทหมดแล้ว มันผ่านไปนานโข เหมือนวันก่อน มีคนมาถามเรื่อง The Remains of The Day ในพันทิบ แล้วมีคอมเมนต์หนึ่ง  ที่ฮามาก

'มาถามอะไรเอาป่านนี้'

จขกท เขาค้างคาใจว่า ทำไมพระเอกไม่ยอมบอกรักนางเอก คงค้างคาใจมาก เขาบอกว่า ดูเมื่อสิบปีก่อนรู้สึกยังไง วันนี้กลับมาดู ก็ยังค้างคาใจอยู่ เลยมาตั้งกระทู้

รี่ก็มั่วแล้วนี่ เริ่มต้นเป็น Chariots of Fire ดันจบลงด้วย The Remains of The Day ซะงั้น :P

we are in diaryis.com family | developed by 7republic