After The Review

 

วันนี้ยาวมาก ไม่ต้องตามอ่านหรอก เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวรี่ ล้วน ๆ เลยค่ะ ^^"

 

.......................................

 

วันนี้อากาศแย่มาก ฝนตกใหญ่เลยค่ะที่นี่ เพราะอะไรนะหรือ ก็เพราะรี่เขียนอีเมลล์ไปถามอะไรบิลบางอย่าง แล้วบิลเขียนตอบอีเมลล์รี่มาอย่างทันทีทันใดนะสิ

ตอนนี้บิลอยู่ที่อเมริกา  ... ตลกสิ้นดีนะคนเรา ทีเวลา อยู่แถวนี้ เขียนอีเมลล์ไปถามอะไร แถมถามสาระสำคัญกว่าทีถามวันนี้มาก ๆ ดันตอบมั่ง ไม่ตอบมั่ง แล้วกว่าจะตอบ แต่พออยู่ระหว่างเดินทางในต่างประเทศ ดันตอบรวดเร็วทันใจสะงั้น เฮอ คนเรา -"-

 

.......................................

 

สุดยอดแห่งความเฟอะฟะเลย วันนี้เพิ่งค้นพบ อีเมลล์ฉบับหนึ่ง ส่งมาตั้งแต่วันจันทร์แล้ว มาจากสำนักพิมพ์ที่ส่ง paper ไป เมื่อหลายเดือนก่อน ส่งผล review เกือบซวยแล้ว เพราะปกติ หลังจาก review เขาจะมีช่วงเวลาสั้น ๆ ให้แก้ไขเท่านั้น แล้วต้องรีบส่งคืน

อ่านคอมเมนต์ของ reviewer สองคน แล้วโคตะระงงเลยว่า สองคนนี้นี่อ่าน manuscript ฉบับเดียวกันหรือเปล่าเนี่ย?

reviewer คนแรก เขียนมาติว่า ทำไมไม่เอาผลจาก experiment จาก paper ก่อนหน้ามาร่วมตีพิมพ์ลงไปด้วย มันทำให้บางจุดอ่านแล้วไม่เคลียร์ แล้วก็ติว่า ทำไมผล simulation มันถึงต่างกับ experiment แถมยังมีถามว่า มีการทำ simulation ก้าวไปอีกขั้นกว่านี้หรือเปล่า อยากรู้ว่าผลมันจะเป็นยังไง

reviewer คนที่สอง มีแต่ชมนู่น ชมนี่มา

"The subject of this manuscript is timely and
important. "

"The manuscript is clearly written and well illustrated."

ฯลฯ

แล้วสุดท้าย สรุปว่า

"I recommend it for publication in its present form. "

เหอ เหอ อ่านแล้วเกาหัวแกรก ๆ ทำไมสองคนนี้ อ่านแล้วมันเห็นต่างกันแบบนี้ ตลกดี

.......................................

 

รีบ fwd ไปให้ปีเตอร์ บิล จอห์น อ่านอย่างด่วน จากนั้นก็เริ่มเครียด ว่าจะแก้ไข paper ยังไง ให้ตอบคำถาม comment ของ reviewer คนแรก

กำลังเครียด ๆ อยู่ ปีเตอร์ตอบอีเมลล์มาทันทีว่า ไม่ต้องไปสนใจคอมเมนต์ของ reviewer แรก (= สนใจแต่คอมเมนต์ที่ชมเรา? -"-) ไม่ต้องแก้อะไรทั้งนั้น แค่เขียนอธิบายย้ำ concept ในการนำเสนอผลงานชิ้นนี้ว่า ไม่ใช่เป็นการ reproduce ผลการทดลอง แต่เป็นการพยายามอธิบาย physical background ในเชิงทั่วไป

แต่ส่วนตัวรู้สึกตะหงิด ๆ อ่ะ คิดว่า น่าจะมีการแก้ตามที่เขาคอมเมนต์มาบ้าง ก็เลยหอบงานลงไปคุยกับปีเตอร์ สรุปสุดท้าย รี่ก็หันมาเชื่อตามที่ปีเตอร์ว่าแต่แรกนั่นแหละ ^^"

.......................................

 

พอกลับมานั่งเขียนตอบคอมเมนต์ของ reviewer  แรก กลับรู้สึกสนุกแหะ เหมือนเขียนตอบข้อสอบเลย ไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มานานมากเลย เหมือนกลับเป็นเป็นนักเรียน แบบนักเรียนจริง ๆ อีกครั้งอ่ะ ดีจัง

เขียน ๆ อยู่ บิลตอบอีเมลล์เรื่อง review กลับมา ไม่ได้แนะนำอะไร ตอบมาแค่ ดีใจด้วย review ออกมาดีนิ

เหอ เหอ บอกแล้วว่า วันนี้ฝนตกใหญ่ เพราะบิลขยัน ตอบอีเมลล์นี่แหละ

 

.......................................

 

วันก่อน มีคนมาคุยกับรี่ เรื่องกำลังคบหาดูใจ กับคนบางคนอยู่ แต่รู้สึกไม่มั่นใจว่า สิ่งที่เขาเห็นคนคนนั้น มันเป็นภาพจริงแค่ไหน

รี่เลยถามกลับไปว่า

 How good are you as an observer?

เข้าใจคำว่า observer ที่รี่หมายถึงใช่ไหมคะ?

ความคิดข้างในของคน บางทีอะไรบางอย่างมันก็ปกปิดไม่มิดหรอก ขึ้นอยู่กับว่า เราเป็นนักสังเกตที่ดีแค่ไหน คนบางคน ได้ยินบทสนทนาหนึ่ง อาจจะผ่านเลยไป ไม่คิดอะไร และบางครั้ง อาจจะลืมบทสนทนานั้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่คนบางคน แค่คำพูดที่หลุดปากมาแค่ประโยคเดียว ทั้งที่เป็นคำพูดที่แสนธรรมดา ไม่ได้แสดงความเป็น positive หรือ negative อย่างเด่นชัดแต่เขากลับสามารถที่จะประมวลผล แล้วได้ขอสรุปเกี่ยวกับบุคลิกลักษณะภายในของคนที่พูด

จริง ๆ การสังเกตและประมวลผลแบบนี้ เป็นเรื่องธรรมดา สำหรับคนที่กำลังมีการคบหาดูใจกับใครบางคน แต่มันจะประหลาดไหม? ถ้าใครสักคนหนึ่ง มีพฤติกรรมการเป็นนักสังเกตเช่นนี้ กับมนุษย์ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในรอบรัศมี

ถ้าใครคิดว่า เป็นคุณสมบัติที่ดี ก็คิดผิดถนัดอะค่ะ ถ้าสามารถมองเห็น โดยละทิ้งอารม์ความรู้สึกได้ ก็แล้วไป แต่ถ้าไม่สามารถละได้ ชีวิตจะมีแต่ความเจ็บปวดค่ะ  T^T

ช่วงเวลาที่ผ่านมา รู้สึกเจ็บมาก กับการได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง จากคนที่เคยคิดว่าเป็นเพื่อน พยามยาม distancing ตัวเองออกมา เพื่อให้รี่ได้คิดอะไร หรือเผื่อระยะห่าง อาจทำให้รี่ยอมรับคุณสมบัติที่รี่นึกชิงชังก็ได้

แต่แล้วรี่เพิ่งไปพบเจอ evidence บางอย่าง ที่มาเสริมย้ำว่า สิ่งที่รี่นึกชิงชังนั้นมันถูกต้องแล้ว ตอนนี้ก็ได้แต่ distancing ต่อไปเรื่อย ๆ แล้ววันหนึ่ง คงเหลือสภาพเป็นเพียงแค่ 'คนเคยรู้จักกัน'

 

......................................

 

ใครที่เป็นเพื่อนรี่ แล้วกำลังนึกหมั่นไส้ อยากเลิกคบเต็มที แนะนำให้ทำกับรี่ ตามรายการต่อไปนี้นะค่ะ รับรองว่า ความสัมพันธ์คงสลายไป แบบไม่สามารถกลับมาปะติดปะต่อได้เลยอะค่ะ

1. เห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเอง คิดเล็กคิดน้อยแม้แต่กับเพื่อน

2. ล้ำเส้น ไม่เคารพสิทธิ์และให้เกียรติผู้อื่น

3. เสแสร้ง

 

.......................................

 

นี่ข้อเสียของรี่ ต่อให้เคยมีสัมพันธ์ที่ดีด้วยขนาดไหน แต่ถ้ามีแค่ครั้งหนึ่ง แสดงพฤติกรรมที่ว่านี้ออกมา รี่ก็เอาตัวเองเป็นศูนย์ ตัดสินคนได้เสร็จสรรพ และสรุปด้วยการเหยียดติดดินไปเลย โดยไม่ยอมดูบริบทอย่างอื่นทั้งสิ้นว่าอะไรทำให้เขาแสดงพฤติกรรมเช่นนั้นออกมา

คุณบิกบอกให้รี่ หา excuse โดยยกให้เป็นเรื่องของ ความขี้ขลาดและหวาดกลัวของมนุษย์

มนุษย์เรา ไม่ใช่ทุกคนจะกล้าหาญ หรือบางคนที่เห็นกล้าหาญในเรื่องหนึ่ง แท้จริง อาจจะไปหวาดกลัวสิ่งอื่นก็ได้ และความหวาดกลัวนี่แหละ ทำให้มนุษย์สามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง

ยกตัวอย่างเช่น คนที่ชอบเอาเรื่องของตัว คอยเปรียบเทียบกับคนอื่นอยู่เสมอ บ้าเปรียบเทียบไปได้หมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องส่วนตัว เรื่องงาน  อาจจะไม่พูดออกมา แต่ในใจคิด

เราต้องอย่าไปมองว่า เขาเป็นคนขี้อิจฉา เห็นใครดีกว่าไม่ได้ แต่ให้มองว่า เขาคือมนุษย์ที่น่าสงสารคนหนึ่ง มนุษย์ที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา การกระทำของเขา จึงเป็นเพียงแค่ การพยายามดิ้นรน แสวงหาความรู้สึกปลอดภัยเท่านั้นเอง

คุณบิกบอกว่า รี่เป็นคนขี้สงสารอยู่แล้ว ถ้ารี่สร้างความคิดแบบนี้ได้ รี่จะกลายเป็นสงสาร เห็นอกเห็นใจ เผลอร้องห่มร้องไห้ เศร้าแทนคนที่รี่เคยนึกตั้งแง่ด้วยซ้ำ

เฮอ ... แต่ทำไมมันทำยากจังเลยอะคะ ทุกวันนี้ รี่ยังสอบตกอยู่เลย :(

 

.......................................

 

ขออภัยที่ใครมาอ่านแล้วรู้สึกทำไมมีแต่เรื่องแย่ ๆ

เฮอ ... อารมณ์มันห่วย ตามอากาศที่ห่วย ห่วย อะค่ะ

 


we are in diaryis.com family | developed by 7republic