For What?

ตอนแรกนึกว่าคงจะหายไปนาน แต่พอดีบ่ายวันอาทิตย์ อากาศที่ร้อนอบอ้าว มวลสารที่เพิ่มขึ้น ล้วนชวนให้น่าไปเฝ้าพระอินทร์เป็นยิ่ง เลยมาอัพไดอารี่แก้ง่วงละกัน

พอดีวันก่อน มีไปอ่านกระทู้แนะนำอันหนึ่งในพันทิบ ฮาดี

รู้สึกอย่างไรหากท่านจัดงานแต่งงานที่ รร.ดุสิตธานี แบบโต๊ะจีน แล้วเพื่อนใส่เงินช่วยงานแค่ 400 บาท แถมยังพาแฟนมาด้วย

เนื้อกระทู้ สั้นมากค่ะ เขาว่า ...

เฉพาะค่าโต๊ะจีนรายหัวก็เกือบ 900 บ.แล้ว นี่เพื่อนช่วยเงินแค่ 400 แถมยังพาแฟนมาด้วย โอ้แม่เจ้า มา 2 คน ช่วยแค่ 400 บาท

......................................

 

รี่ก็ไม่ได้มีประสบการณ์ตรง รู้เรื่องพวกงาน "แต่งงานแบบ pattern" เท่าไรหรอกนะ เอาเท่าที่เคยฟังเพื่อนคนหนึ่งพูดให้ฟังว่า ทำนองว่า

"โอ๊ย แต่งงานที ใช้เงินเยอะจะตาย ไม่ต่ำกว่าล้าน แล้วพวกแขกนะ เวลาไปงานแต่งงานที่จัดรร. ใหญ่ ควรจะรู้ตัว ใส่ซองไม่ควรต่ำกว่าพันเป็นอย่างน้อย"

ฟังแล้วก็รู้สึก จะบ้ากันไปใหญ่แล้ววุ้ย คนเราบางทีเนี่ย หมกหมุ่น บ้าบอกับอะไรมาก มัวแต่ไปสนใจกับรายละเอียดที่ไม่เป็นเรื่อง จนไม่ใส่ใจกับ intention ที่แท้จริงของสิ่งที่เราทำ ตอบตัวเองไม่ได้ว่า สิ่งที่กำลังบ้าทำอยู่ ทำไปเพื่อ?

งานเลี้ยงมงคมสมรส จุดมุ่งหมายคือ คู่บ่าวสาวตั้งใจจะเลี้ยงเพื่อนฝูงญาติสนิทมิตรสหาร ที่มาเป็นประจักษ์พยานร่วมแสดงความยินดี คนที่มางาน เขาอาจมีของขวัญมาให้ หรือถ้าหาของขวัญไม่ได้ ก็ให้เป็นซองเงินแทนของขวัญ ซึ่งจะให้มากให้น้อย เรื่องแบบนี้ มันควรคิดเหมือนเรื่องเงินทำบุญ ไม่ใช่หรอ คือแล้วแต่จิตศรัทธา ใครสะดวกหรืออยากให้อย่างไรก็สุดแล้วแต่ ตลกสิ้นดี ที่มันดันมี expectation ว่าต้องให้เท่านั้น เท่านี่ถึงจะเหมาะ

นี่ละ ที่รี่ไม่ชอบไปร่วมงานแต่งงานที่ไหนอะไร ไม่รู้สิ รี่ว่ามัน 'เฟค' อ่ะ  (ขออภัยนะค่ะ ถ้าไปทำร้ายความรู้สึกใคร) แล้วทำให้รี่รู้สึกอึดอัดที่จะต้องตามรูปแบบอะไร ที่หาเหตุผลอธิบายไม่ได้

ทำไม ก่อนไปต้องมานั่งคิดมากว่าจะใส่ซองเท่าไรดีให้ดูไม่น่าเกลียด?

ทำไมไปถึงต้องไปยืนเรียงหน้ากระดานหน้างานถ่ายกับคู่บ่าวสาว?

ทำไมต้องไปดูสไลด์ตำนานรักหวานซึ้งของบ่าวสาว ทั้ง ๆ ที่มันเรื่องส่วนตัวของเขาแท้ ๆ ?

ทำไมต้องไปฟัง wedding march มองเจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินไปใช่ดาบยาว ๆ ตัดเค้ก?

ฯลฯ

ถ้ามันมีเหตุผลอธิบายสิ่งเหล่านี้อย่างสมเหตุสมผลว่าทำไปทำไม รี่คงไม่รู้สึกแบบนั้น แต่นี่มันดูเหมือน มันเป็น pattern ที่งานไหนเขาก็มีกันจนเป็นเรื่องปกติ ก็เลยตาม ๆ กันไป!?!

 

......................................

 

เผอิญดีค่ะ เพิ่งคุยกับม๊าเรื่องทำนองนี้ เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน เล่าให้ม๊าฟัง เกี่ยวกับเรื่อง คุณอุ๋ม ได้รับเชิญให้ไปงานแต่งงานงานหนึ่ง

คนที่แต่ง รี่ก็รู้จักค่ะ แต่ไม่ได้สนิท เช่นเดียวกับคุณอุ๋ม ก็เคยรู้จักกันผิวเผิน แล้วก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกันอีกเลย วันดีคืนดี มีเพื่อนโทรมาบอกว่า คนนี้เขาฝากซองแต่งงานมาให้คุณอุ๋มด้วย ช่วยออกมารับหน่อย

เอาละสิค่ะ คุณอุ๋มก็ปี๊ดแตก มาเล่าให้รี่ฟัง รี่ก็ขำค่ะ คิดว่าถ้าเป็นรี่โดนด้วยตัวเองโดยตรง รี่อาจไม่โกรธ เนื่องจากความไม่สนิท แต่รี่คงไม่ไปงานที่ว่าแน่นอน!!!

คนเราคิดจะเชิญใคร อย่าสักแต่ว่าเชิญ ถ้าไม่ได้มีความรู้สึกอยากให้คนนั้นคนนี้มาร่วมงานจริง ชนิดว่า เราคงรู้สึกเศร้า ถ้าเขาไม่มา ก็อย่าได้เที่ยวไปออกปากเชิญไปแบบนั้น เชิญคน เชิญด้วยใจ ถ้าเราไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งสิ้น จะเชิญมาเพื่อ? หลายคนอาจจะไม่ซีเรียสเรื่องนี้ แต่รี่เป็นคนถือเรื่องนี้มาก

อย่างกรณีนี้ ห่างหายไป ไม่ได้พบเจอ โผล่มาอีกที เที่ยวฝากซองส่งมาให้ ถึงแม้จะยุ่ง เอามาให้ด้วยตัวเองไม่ได้ ก็น่าจะโทรมาพูดบอกกล่าวด้วยตนเอง แต่นี่ไม่ได้สนิทชนิดรู้เบอร์ติดต่อ ก็ดั้นฝากซองไปให้เขาอีก

เนื่องจากคุณอุ๋ม ไม่ได้เป็นนางมารร้ายแบบรี่ คุณอุ๋มก็ไปค่ะ แล้วไปกลับมา ก็ค่อนข้าง happy

รี่ก็ได้ความรู้ใหม่จากม๊าว่า ถ้าได้รับซองแล้วต้องไป ถ้าไม่ไป ต้องฝากซองไปให้ ไม่งั้นถือว่าผิดมารยาทมาก

อ้อ เหรอ ... มีงี้ด้วย ที่ม๊าพูดนี่ จริงหรือเปล่าคะ?

เขาถือกันแบบนี้หรอ แต่ช่างมันเหอะค่ะ ต่อให้จริง รี่ก็ไม่สน ถ้าเชิญส่งเดชแบบนี้ ต่อให้เอาช้างมาฉุดทั้งโขลง รี่ก็ไม่ไป ฝากซองก็ไม่ฝากด้วย ฝืนความรู้สึกตัวเองทำอะไรเพื่อ 'มารยาทสังคม' ไม่ได้ค่ะ จะอาเจียนเอา >.<~

we are in diaryis.com family | developed by 7republic