Secret Of Pleasure


กลับมาเรียบร้อยแล้วค่ะ นึกอยากเขียนไดอารี่มาก แต่เน็ทที่บ้านดันเจ๊ง นี่ลงทุน เดินออกจากบ้านมาออฟฟิศ เพื่อมาอัพไดอารี่โดยเฉพาะเลยนะเนี่ย

พอเอาเข้าจริง ๆ เปิดหน้าไดอารี่ขึ้นมา กลับตื้อขึ้นมาเฉยเลย ไม่รู้จะเขียนอะไรดี นี่เขียนแล้วลบ เขียนแล้วลบมาหลายรอบแล้ว หวังว่างวดนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย ...

ทั้ง ๆ ที่ก็ไปไม่นาน แต่ทำไมรี่รู้สึกตัวเองเหมือนหายไปเป็นเดือนก็ไม่รู้สิ คงเป็นเพราะมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในช่วงเวลาที่ผ่านมา และนี่กระมังทำให้รี่ก็เริ่มมีถูกเหมือนกันว่าจะประติดประต่อเป็นภาพเล่ายังไงดี เอาเป็นว่า ขออนุญาตเล่ามันเรื่อย ๆ สะเปะ สะปะ ตามสไตล์รี่ละกันค่ะ

  

.......................................

  

มีวันหนึ่งในระหว่างทริป ที่รี่นั่งอยู่บนเนินสูงหน้า Gioretta ในสวนของพระราชวัง Schönbrunn แดดกำลังดี ไม่แผดเผาจนทำให้ร้อนเกินไป ลมพัดเย็นสบาย และส่งที่รี่นั่งมองลงไปข้างล่าง ก็สวยงามมาก

ตัวพระราชวังสีเหลือง สะท้อนกลับแสงแดด วิวทั่วเมืองเวียนนา เห็นยอดหอคอยอันโดดเด่นของ Stephansdom ซึ่งเป็นมหาวิหารของเมืองเวียนนา รี่ใช้เวลานั่งอยู่ตรงนั้น นานมาก คิดว่าคงสักสองชั่วโมงได้ ไม่ได้ทำอะไร นอกจากนั่งเฉย ๆ สลับกับหยิบไดอารี่หรือไม่ก็โปสการ์ดขึ้นมาเขียน

ณ เวลานั้น รู้สึกมีความสุขมากที่สุด  และมันยิ่งตอกย้ำ ความคิดที่ได้จากเมื่อทริปที่แล้วว่า สำหรับรี่ ความสุขที่แท้จริงของการท่องเที่ยว ไม่ใช่การพาตัวเองให้เพียงแค่ได้ขึ้นชื่อว่า ไปอยู่ตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ  เร่งรีบที่จะไปไหนต่อไหน ให้ได้มากที่สุด

รี่เองก็เคยเป็นแบบนั้น ผ่านจุดนั้นมาแล้ว และเปรียบเทียบกับสิ่งที่ตัวเองทำในทริปหลัง ๆ นี้ จึงเข้าใจอย่างท่องแท้ว่า pleasure ที่แท้จริงมันอยู่ที่ไหนกันแน่

ทุกที่ที่เราไป มันไม่ใช่แค่มีแต่ตึกให้เราถ่ายรูป แล้วก็เดินจากออกไป แต่มันมีวิญญาณสิงสถิตย์อยู่ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่จะปรากฏท้นทีให้เราเห็น เหมือนอาคารที่อยู่ตรงหน้า แต่มันตัองการเวลา ให้เราปรับสภาพอารมณ์ความรู้สึกของเรา จนกระทั่งเรารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่นั้น เราถึงจะมีโอกาสได้สัมผัสมัน ...

  

.......................................

 

 

อาจเป็นเพราะรี่เป็นพวกรับรู้อะไรช้ามั้ง เลยไม่สามารถสร้างความรู้สึก appreciate อะไรให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และนี่คือเหตุผลที่รี่เข้าใจเลยว่า การเที่ยวคนเดียว มันให้ความสุขกับรี่ได้มากขนาดไหน เพราะไม่ต้องมากังวลหรือเกรงใจใครที่จะพลอยมาทำให้เสียเวลากับการต้วมเตี้ยมไปตามจังหวะช้า ๆ ของรี่

ทำให้นึกถึงคำถามหนึ่งที่รี่โดนถามระหว่างทาง พอดีไปเจอกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยกลุ่มหนึ่งโดยบังเอิญที่ Saltzburg คุณป้าคนหนึ่งเขาถามรี่ว่า

"แล้วเที่ยวคนเดียวแบบนี้ มันจะสนุกได้ยังไงหรอ?"

รี่ไม่ได้ตอบอะไรไป ได้แต่อมยิ้มอย่างเดียว

  

.......................................

  

ความสุขที่แท้จริงของการท่องเที่ยวที่รี่ว่า ก็เหมือนการละเลียดกาแฟและ Torte (cake) ตาม Kaffeehaus (Coffee House) ในเวียนนาแหละค่ะ ต้องค่อย ๆ ละเลียด เพื่อให้ปุ่มรับรู้รสทุกปุ่มของเราได้มีโอกาสได้สัมผัสมัน ...

อะน่ะ ที่พล่ามมาทั้งหมด เพิ่งเข้าเรื่องค่ะ ... :P

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเวียนนา คือ ร้านกาแฟค่ะ มาเที่ยวเวียนนา ต้องหาโอกาสไปจิบกาแฟแกล้มเค้ก จึงจะได้สัมผัส 'ความเป็นเวียนนา' อย่างแท้จริง ใครที่ไม่ได้ทานกาแฟ ก็ขอให้ไปเถอะค่ะ ทานชาหรือเครื่องดื่มอย่างอื่นแทนก็ได้ เพราะความเด่นของ Kaffehaus ต่าง ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องกาแฟค่ะ แต่ยังมีขนมรสเลิศคอยให้ลองชิม เผลอ ๆ เรื่องขนมจะเด่นกว่ากาแฟด้วยซ้ำไป

แต่ทำอะไร ก็ทำแต่พอเพียงนะค่ะ ไม่ใช่เหมือนรี่ ที่กลับมากลายเป็นช้างน้ำไปเรียบร้อยโรงเรียนเวียนนาแล้วค่ะ

มาถึงวันแรก วางกระเป๋าเข้าโรงแรมเสร็จ รี่ก็เหมือนคนลงแดง ต้องรีบออกมาหาร้านกาแฟ นั่งทันที ประเดิมด้วยร้านกาแฟ Aida

 

 

Aida เป็นร้านกาแฟที่เป็น chain ค่ะ แต่รสชาดใช้ได้เลย สาขาที่น่านั่งที่สุด คือ สาขาตรง Stephansplatz ที่เป็นจตุรัสหน้ามหาวิหาร Stephasdom เพราะจะได้ชมบรรยากาศความเป็นจตุรัสประจำเมือง

 

รี่ก็ขอประเดิมด้วย espresso แก่ ๆ หนึ่งถ้วยใหญ่ และเค้กสตอเบอรรี่

  

.......................................

 

อีกร้านหนึ่งที่ไป เป็นร้านกาแฟเก่าแก่ค่ะ ชื่อร้าน Cafe Sperl ว่ากันว่าเป็นร้านกาแฟโปรดของฮิตเลอร์

 

ข้างในนี่สไตล์คนละเรื่องกับร้าน Aida เลยนะค่ะ ขณะที่ร้าน Aida จะเน้นสไตล์โมเดิร์นหวานแหววด้วยโทนน้ำตาลชมพู Cafe Sperl นี่มาอย่างเก๋าเลยค่ะ

 

.......................................

 

รู้ไหมค่ะ ขนมเค้ก ที่เลื่องชื่อที่สุดในเวียนนาคืออะไร?

คำตอบคือ ... Sachertorte ค่ะ เป็นเค้กจากร้านกาแฟของ รร. Sacher และมีความเก่าแกยาวนาน ปี 2007 นี่ก็ครบรอบ 175 ปีของเค้ก Sacher แล้ว

คิดสูตรโดย Franz Sacher ในปี 1832 ตามคำสั่งของ เจ้าชาย Klemens Wenzel แห่ง Metternich ที่ให้หาเค้กพิเศษ ที่จะมาเลี้ยงแขกในงานเลี้ยงของเจ้าชายและปรากฏว่า เมื่อแขกได้ทานก็ชื่นชอบในเค้กชนิดใหม่นี้มาก เลยเรียกกันตามชื่อของคนคิดค้นว่า Sachertorte

Rrecipe ของเค้กนี้ ก็เป็นสูตรลับเฉพาะที่สืบทอดทำกันภายในโรงแรม Sacher เท่านั้น ถ้าไปเจอที่อื่น ไม่ใช่ของแท้แน่นอน เพราะของแท้ ต้องมีตราประทับแบบนี้

ถ้าถามว่า อร่อยสมคำล่ำลือไหม เนื่องจากมันล่ำลือได้เว่อร์มาก ประมาณว่า ถ้าไม่ได้กิน เหมือนมาไม่ถึงเวียนนา คำตอบคือ เฉย ๆ เลยค่ะ

แต่บอกก่อนว่า รี่ไม่ยุติธรรมนะค่ะ เพราะรี่ไม่ชอบกินเค้ก chocolate >.<

 

.......................................

 

แล้วขนมอะไรที่รี่ชอบมากที่สุดในเวียนนานะหรอ ...

นี่เลยค่ะ ... Apfelstrudel หรือ Apple Strudel

 

 จานข้างบนนี่อร่อยอย่างสุดยอด เป็นของร้านกาแฟ Cafe Belvedere ในหอศิลป์ Belvedere ที่มีภาพเขียน The Kiss อันเลื่องชื่อของ Gustav Klimt นั่นแหละค่ะ

ตอนมาเสริฟ์ ยังอุ่น ๆ อยู่เลย แล้วนึกถึงสภาพรี่ที่ไม่ได้กินอะไรแต่เช้า แล้วเดินดูภาพนู้นภาพนี้ยันเที่ยง ทั้งเมื่อย ทั้งหิวชนิดเรียกว่ากินช้างได้ทั้งตัว พอมาได้กินจานนี้กับกาแฟอุ่น ๆ ฟาดเรียบวุธอย่างรวดเร็ว!!!

แต่ Apfelstrudel ที่เลื่องชื่อมากคงเป็นของ Cafe Residenz ในพระราชวัง Schönbrunn ค่ะ เขาโม้ว่าเป็น recipe มาจากในวังเลยเชียว

 

 

อันนี้สิค่ะ รสชาติเลิศสมคำบรรยายจริง ๆ แถมบรรยากาศร้านกาแฟร้านนี้ดีมากเลยค่ะ นั่งทานกาแฟกับขนมไป นึกว่าตัวเองไปหลงอยู่ในสวนนกที่ไหน นกบินกันให้ว่อน ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว แถมจะมาแย่งรี่กินกาแฟ (นกบ้าอะไรไม่รู้กินกาแฟด้วย -*-) แถมหนักข้อไปอีก จะมาแย่งกิน Apfelstrudel ด้วย เอากะเขาสิ แถมท่าทางมันจะชอบเอามาก ๆ ด้วย เอามือ เอาตัวป้องแล้ว มันก็ยังคอยหาทางจะมาแย่งกินเอาให้ได้

 

.......................................

 

อีกวันหนึ่ง ไปนั่งกินกาแฟในปราสาท Schallaburg อยู่แถวเมือง Melk ค่ะ สั่งเค้กอันหนึ่งมาทานด้วย จิ้ม ๆ เอา อ่านชื่อไม่ออก ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่โคตะระอร่อยเลยค่ะ ซึ่งจนบัดนี้ ก็เป็นปริศนาต่อไปว่า มันคือเค้กอะไรกันแน่

 

 

.......................................

 

แต่ในจำนวนร้านกาแฟที่ไปมาทั้งหมด ไม่มีร้านในสุดยอดเท่าร้านนี้แล้วค่ะ รี่ขอแนะนำให้เป็น สิ่งที่ต้องมาเยือนให้ได้ เมื่อมาถึงเวียนนา ขอบอกเลยนะค่ะ เป็น a must เลยค่ะ

 

เห็นด้านนอกนี่ อาจทำให้คนเข้าใจผิดว่า มันคือ หอศิลป์หรือพิพิธภัณอะไรสักอย่าง ไม่ใช่เลยนะค่ะ นี่คือหนึ่งในร้านกาแฟที่เลื่องชื่อที่สุดในเวียนนา ... Cafe Central

ร้านกาแฟร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1860 เป็นร้านกาแฟที่ยังมีส่วนเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของเวียนนาตรงที่เป็นสถานที่ hangout ของพวกนักคิด นักเขียนมากมาย ในอดีต รวมทั้ง Trotsky ตอนที่อพยพโยกย้ายมาอยู่เวียนนาด้วย

พอเปิดประตูเข้าไป รี่ถึงกับอึ้งกับบรรยากาศ

 

ขอโทษนะค่ะ รูปที่รี่ถ่าย มันห่วยมาก ไม่สามารถถ่ายทอดบรรยากาศได้แม้แต่เพียงเศษเสี้ยวของร้านกาแฟร้านนี้เลย

จำได้ว่า วินาทีแรกที่รี่เข้าไป รำพึงในใจว่า

'โอ้โห เหมือนหลุดออกมาจากในหนังเก่า ยุคสงครามอย่างไรอย่างนั้นเลย'

จริง ๆ ค่ะ เหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่ง ซักยุคสมัยเมื่อ 60 - 70 ปีก่อน ประมาณนั้นเลยเชียว แล้วรี่เลือกไปช่วงเวลาตั้งสี่โมงเย็นถึงทุ่ม ที่เขาจะมีคนมาเล่นเปียโนสด ๆ ให้ฟังด้วย บรรยากาศสุดยอดมาก ต้องไปค่ะ ขอย้ำ!!!

งวดนี้สั่งเป็น Turkish coffee กับ Apfelstrudel (อีกแล้ว -*-)

 

ถามว่า อร่อยไหม คำตอบคือ งั้น ๆ เลยค่ะ ... Turkish coffee รี่เคยทานในร้านอาหารตรุกีร้านหนึ่ง เขาทำอร่อยกว่านี้มาก ๆ ส่วน Apfelstrudel ก็เหมือนกัน สองร้านที่รี่พูดถึงไปก่อนหน้านี้ ที่ Belvedere กับพระราชวัง Schönbrunn ทำอร่อยกว่ามาก

แต่ถ้าบรรยากาศร้านกาแฟที่รี่ตามหามานานแล้วละก็ เต็ม 10 ให้ 100 เลยค่ะ

 

.......................................

 

ตลอดทริปนี้ ถ้ารี่เป็นพวกทานกาแฟแล้วใจสั่น เหมือนม๊า ป่านนี้รี่คงหังใจวายตายไปตั้งแต่วันต้น ๆ แล้วอะค่ะ เพราะเล่นกินกาแฟต่างน้ำเลย ไม่ใช่แค่เข้าร้านกาแฟที่นั่งกินแบบจริง ๆ จัง ๆ เท่านั้น ยังไม่นับตอนที่ไม่อยากนั่งจริง ๆ จัง ๆ เข้าร้านพวกแบบ chain แล้วซื้อแบบถือกินไปด้วยเนี่ยอีก

ยังไม่นับไขมันที่จุกอก เพราะพวกครีมจากเค้กต่าง ๆ ที่กินเข้าไปอีก บ้ากันไปใหญ่แล้วค่ะ รี่เหมือนพวกที่หลงอยู่ในทะเลทรายมายาวนาน พอเห็นโอเอซิส ก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น จ้วงเอา จ้วงเอา เพราะรู้ตัวว่า จะหาสิ่งเหล่านี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ยามเมื่อกลับมาอังกฤษ

 

.......................................

เหมือนมีสโลแกนของการบินไทยที่ประมาณว่า เพียงแค่ขึ้นเครื่องการบินไทย ก็เหมือนได้กลับเมืองไทยครึ่งหนึ่งแล้ว (ถ้ารี่มั่ว ก็ท้วงติงด้วยนะค่ะ ความทรงจำออกจะเลือน ๆ ไม่แม่น)

เมื่อคืน รี่ก็ได้อารมณ์นี้เลยค่ะ ตอนได้นั่งบนเครื่องของบริติช แอร์เวย์ ทันทีที่เขาเอากาแฟมาเสริฟ คำแรกที่ดื่มเข้าไป เกือบสำลัก

'น้ำล้างถ้วยที่ไหนวะเนี่ย?'

ใช่เลยค่ะ เพียงแค่คุณขึ้นเครื่องบริดิชแอร์เวย์ คุณก็เหมือนได้กลับมาอังกฤษครื่งตัวแล้ว ...

 

 


เนื่องจากเน้ทที่บ้านเจ๊ง และคอมพ์ที่ออฟฟิศก็ไม่มี photoshop ไว้โอกาสเอื้ออำนวยกว่านี้ จะทะยอยเอาเรื่องสถานที่ต่างมาลงดูค่ะ

:)
002653
30 มิ.ย. 2550 เวลา 04:12 น.
: )

เห็นด้วยค่ะ เที่ยวทั้งทีทำไมต้องวุ่นวาย
เที่ยวนี่ควรจะเป็นเวลาให้เราพักผ่อนนี่นา ..

เที่ยวคนเดียวไม่สนุกอยู่นิด ตอนถ่ายรูปๆ แฮ่ ..

เจ้าช๊อคโกแลตเค้กที่เลื่องชื่อที่สุดในเวียนนานี่ ... to die for &amp;gt;.&amp;lt;
เห็นรูปแล้วรู้สึกว่ามันต้องอร่อยมากแน่ๆ ดูมันเพลนๆ ดี อ๊า .. อยากชิม ไม่เคยเห็นเค้กที่ไหนน่าทานขนาดนี้มาก่อน &amp;gt;.&amp;lt;

ทุกร้านนี่มีเรื่องราวของตัวเองทุกร้านเลยเนอะ น่ารักจัง
แล้วที่นั่นรู้สึกจะใจดีกับวิปปิ้งครีมจังเลยย : )

ชอบไดอะรี่นี้จังค่ะ หลงรัก : )
ชอบ Klimt เหรอคะ ??
002655
30 มิ.ย. 2550 เวลา 09:53 น.
.
.

แหมมพี่ มีแอบเน็บตอนท้ายด้วยนะคับ
แซนด์จะบอกว่า นั่งเลื่อนลงมากดเพลง
ให้เล่นต่อ ประมาณ 3 รอบ เพื่อที่จะ
อ่านไปฟังเพลงไป ได้อารมณ์สุด ๆ คับ

.
.
พี่ทำวิจัยร้านกาแฟอ๋อคับ ก๊ากๆๆ
(แซวๆ) แบบบรรยายซะกลิ่น
กาแฟออกมาจากหน้าจอเลย
พี่กินได้ฮาร์ดคอร์มาก ๆ

000047
30 มิ.ย. 2550 เวลา 13:38 น.
เค้กน่ากินมากๆเลยฮะ

apple strudle ด้วย ...

... ผมเพิ่งทราบประวัติของชาเชอร์ ก็วันนี้แหละครับ

ขอบคุณที่เอาประวัติมาลงด้วยนะฮะ ^ ^

- ...

ท่าทางเราจะเป็นคนประเภทที่ใกล้เคียงกันจริงๆสินะ...
001876
30 มิ.ย. 2550 เวลา 14:19 น.
สวัสดีครับ เป็นอย่างไรบ้างครับกับงานทริปนี้ แล้วก็ได้อ่านข้างบนเรียบร้อยแล้ว

ตกลงว่าเอนทรี่นี้เป็นทัวร์บริโภคใช่ไหมครับ

C.A.B.
30 มิ.ย. 2550 เวลา 17:03 น.
เนื่องจากต้องเป็นคนอ่านหนังสือเร็ว เลยอ่านจบพอดีให้กดเพลงเป็นรอบที่สอง

ฟังไปเคลิ้มไปเหมือนไปนั่งอยู่ด้วยเลยคะพี่.. คิดแล้วก็แค้นใจตอนนั้นที่พี่ไปโปรวองซ์อุตส่าห์ถามเค้าเลยว่าร้านไหนเค้กอร่อย แต่ที่ไปกลับไม่มีได้กินเป็นฟลุตเค้กเองแล้วมันจะอร่อยตรงไหนละนั่น

ฮ่วย

คราวหน้าถ้าพี่รี่ไปปารีส เราไปนั่งร้านกาแฟของพวกนักคิดนักเขียนศิลปินคณะราษฎร์กันนะพี่

ขำมากตรงน้ำล้างถ้วยอ่ะพี่ จำได้ว่าพี่บอกว่าสตาร์บั๊กที่อังกฤษห่วยที่สุดในโลกแล้ว ชงกาแฟไม่ได้เรื่องเลยขึ้นอยู่กับดวงเป็นหลัก โดยต้องเดาๆ ว่ามันจะอร่อยหรือเปล่า ซึ่งถ้าผู้ชายเป็นคนชงอัตราความเป็นไปได้จะสูงกว่าผู้หญิง

เอิ๊กก..

ไม่แปลกใจเลยว่าร้านกาแฟที่อร่อยที่สุดในลอนดอนเป็นร้านกาแฟฝรั่งเศส

ฮา..
002962
30 มิ.ย. 2550 เวลา 22:40 น.
โหยย ถ้ามีโอกาสไป จะไปตามรอยค่ะ ชอบกาแฟ ชอบขนม ชอบบรรยากาศ ^^
.

เราว่าเรื่องเที่ยวกะเพื่อนกะเที่ยวคนเดียวนี่รสชาติมันคนละอย่างอ่ะ ถ้าเที่ยวคนละสไตล์เลย การเที่ยวคนเดียวก็สุขใจกว่า ได้ชิวๆไปตามเรื่องตามราว


ขณะเดียวกันถ้าคนเดียวแบบ รู้ใจกัน(จริงๆ) มีเพื่อนไปบางทีก็แบบได้แชร์ประสบการณ์ .. ปกติบาทีเราก็แยกกันเดินนะคะอย่างในมิวเซียม สวน หรือแม้แต่ชอปปิ้ง ฯลฯ ได้เดินตามใจอยาก แล้วมาเจอกันตรงทางออก นัดเวลามาเจอกันก่อน จะเอาไงต่อว่ากันไป (อันนี้เฉพาะชอปปิ้ง) หรือโทรตามกันทีหลัง ก็ว่ากันไป ^^

ขณะเดียวกันการเที่ยวสำหรับตัวเราเองอ่ะ ถ้าเราไปแบบเพื่อนมาชวนแล้วเราตกลงไป เราจะสบายๆอ่ะ คือเค้าจะพาเราไปไหนเราก็ไป ชิวๆหน่อยๆ แหะๆ .. แต่ถ้าเป็นเมืองที่เราอยากไปอยู่แล้วหรือมีเป้าหมายว่าอยากไปดูที่นี่ให้ได้ เราก็จะแบบคือขอไปที่นี่นะ แล้วอยากไปไหนอีกก็ตามใจเลย


แต่ถ้าเราเป็นคนแพลนทริปนะ เราจะอึดอัดหน่อยๆตรงที่ต้องให้ทุกคน satisfied ระดับหนึ่ง .. หลายๆคนชอบบอกว่าอะไรก็ได้ๆ(แต่จริงๆมันไม่อะไรก็ได้ไง) แล้วบางทีบ่นทีหลัง 555 - -* แต่เค้าบอกมาเลยว่า เออ เค้าอยากไปที่นี่นะ .. ส่วนที่อื่นมีที่ไหนน่าไปก็ว่าไงว่าตามกัน คนจัดทริปก็จะจัดง่ายและสบายใจขึ้น


อ่าว นอกเรื่องใหญ่ 555 สรุปเรามองว่าเที่ยวอ่ะ คนเดียวสองคนโอเคนะ ไม่ต้องกรุ๊ปใหญ่ ไม่ต้องคอยเอนเตอร์เทนคนด้วย ในขณะที่หลายคนก็คิดว่ายิ่งคนเยอะยิ่งหนุกสิ .. เราว่าแบบนั้นต้องเที่ยวแบบสบายๆ เช่นไปนอนทะเลดูดาว กินไรหร่อยๆ ..... ถ้าไปบ้านเมืองที่ไม่เคยไปมีโอกาสขลุกขลักหรือต้องแก้ปัญหาหรือบางทีต้องตื่นเช้านอนดึกเหนื่อยไรเงี้ย (คนเคยเที่ยวลุยๆหรือเป็นคนแพลนทริปจะเข้าใจอ่ะ เราว่า) ไปคนเดียวหรือไปกะคนที่รู้ใจกันหรือคนที่มีแนวคิดในการเที่ยวแบบเดียวกัน 1-2 คนก็พอแล้ว :D
001698
¨ ¨
30 มิ.ย. 2550 เวลา 23:05 น.
โอ้ แอบดีใจ มีคนชอบเพลงนี้เหมือนกันด้วย

เลือก Lili Marleen สำหรับไดอารี่หน้านี้ แบบเหมือนขอไปทีอะค่ะ เพราะรีบเขียนไดอารี่หน้านี้ แล้วนึกไม่ออกว่าจะเอาเพลงอะไรมาลงดี เลยหยวน ๆ เอาเพลง Lili Marleen มาใช้อีกที ทั้ง ๆ ที่รี่มีเคยเอาเพลงนี้มาลงไดอารี่ไปแล้วและเคยเล่าประวัติเพลงนี้ด้วย เลยไม่อยากเอามาลงซ้ำอีก

เลือก Lili Marleen ก็เพราะเหตุผล มันเป็นเพลงในภาษาเยอรมัน ที่คลาสิก เหมาะกับบรรยากาศร้านกาแฟในเวียนนาดี และเสียงของ Marlene Dietrich เธอก็คลาสิกสุดยอดค่ะ ดีใจที่หลายคนฟัง แล้วได้อารมณ์เคลิ้มเหมือนกันเลย ^o^
002653
1 ก.ค. 2550 เวลา 01:56 น.
ส่วนคอมเมนต์ของต้องซ่าส์ ถ้าหมายถึงร้านที่ว่า ที่พาพี่รี่ไปกิน ร้านสีฟ้าที่อยู่แถวโซโห ร้านนั้นอ่ะ กาแฟ ก็ไม่ได้เรื่องนะ แต่ขนมเค้ก อร่อยจริง ๆ จำได้เปล่า ที่พี่รี่ไปสั่ง espresso แล้วเขาไม่มีอ่ะ -_-' มีแต่ black coffee ธรรมดา

แต่ถ้าไปลอนดอน จะต้องไปกินอีก เพราะชีสเค้ก อร่อยสุดยอดมาก พี่รี่ไปหาข้อมูลมาเรียบร้อยแล้ว ชื่อร้านเขา ชื่อ
Maison Bertaux คราวนี้รับรอง จาก Leicester Sq สามารถหลับตาเดินตรงไปร้านได้เลย ไม่มีหลง ชัวร์ป๊าบบ ^^
002653
1 ก.ค. 2550 เวลา 02:04 น.
ทริปนี้ ทริปบริโภคจริง ๆ ค่ะ เพราะรี่นอนฝัน เห็น coffee house ตั้งแต่ก่อนบินข้างช่องแคบอังกฤษซะอีก

ต้องมาติดเกาะนี่ นานสักพักหนึ่ง แล้วจะเข้าใจความทรมานของการที่ต้องทนกินกาแฟห่วย ๆ เหมือนที่รี่ทน T^T
002653
1 ก.ค. 2550 เวลา 02:08 น.
แต่ละร้านๆน่าทานมากเลยนะคะ
สงสัยต้องหาโอกาสไปเยือนให้ได้ซะแล้ว
แม้ว่าจะไม่ไกลมากแต่ไม่วีซ่าอาจจะได้แต่นั่งมองจากชายแดนT^T
เวียนนานี่บ้านเมืองสวยงามจริงๆเลยนะคะ
ช็อคโกแลตก้อน่าทานมากๆเลยด้วย
003515
1 ก.ค. 2550 เวลา 02:15 น.
ว๊ายๆ จะไปเวียนนาเดือนสิงหาค่ะ ต้องขอคำแนะนำแล้วล่ะค่ะ ^________^


003158
1 ก.ค. 2550 เวลา 06:04 น.
อยู่ที่อังกฤษระวังคาร์บอร์มด้วยนะครับ

3 ที่แล้ว เหอๆ น่ากลัว
สหายดอกหญ้า
1 ก.ค. 2550 เวลา 18:13 น.
วันนี้แอบมาตอนเช่าก่อนทำงาน อิอิ

อ่านแล้วพริ้มตาม...

มันคงสุขน่าดู เพราะแค่อ่านยังยิ้ม เคลิ้มตามเลยค่ะ

ร้านชากาแฟเค้าน่านั่งไปหมดเลยเนอะ

อิอิ โดยเฉพาะของข้างเคียง น่ากินมั่กมาก...

ชอบร้าน Aida ค่ะอาจเพราะเป็นคนชอบสีสี ดูมีสีสันดี

แต่จริงแต่ละร้านก็ดูมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ยังกะหลงยุคเข้าไปอย่างที่คุนรี่ว่า

ชอบคะ ไม่รู้ทำไมแต่ชอบสถาปัตยกรรมของเค้าจังเลย หรู เท่ห์ แต่แอบเก๋

.

.

ดีใจด้วยนะคะที่ค้นพบว่าความสุขของตัวเองคืออะไร

ยังมีอีกเยอะที่ยังค้นหากันอยู่ รวมถึงตัวเองด้วย อิอิ



ขอบคุณมากนะคะสำหรับเรื่องดีดี หนึ่งชีวิตนี้หวังว่าจะมีโอกาสได้ไปเมืองในฝันอย่างงี้บ้าง ^^



ปล.ขออนุญาตadd msn นะคะ (จะยังไม่add จนกว่าจะได้รับอนุญาตคะ) ^^v

Gift
2 ก.ค. 2550 เวลา 08:53 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic