Schloß Schönbrunn

 

ตอนเด็ก ๆ มีช่วงหนึ่งที่บ้านเราเห่อเล่นเขียน pen friend เขียนจดหมายโต้ตอบกลับเพื่อนจากต่างแดนกันค่ะ จำได้ว่า ของรี่ จะเป็นคนอาร์เจนติน่า ส่วนคุณปุกมั้ง จะมีเพื่อนเป็นคนออสเตรีย แล้ววันหนึ่ง ก็มีโปสการ์ดใบหนึ่ง ส่งรูปประมาณแบบประมาณนี้มา

 

และนั่นเป็นครั้งแรกค่ะ ที่รี่รู้จักพระราชวังที่ชื่อ ... Schonbrunn    

 .................................................    

 

 รี่โผล่ไปพระราชวังแห่งนี้ ตั้งแต่เช้า ก่อนพระราชวังจะเปิดครึ่งชั่วโมง เพราะต้องการจะหลบฝูงนักท่องเที่ยว แต่เมื่อไปถึงก็พบความจริงว่า คงไม่มีที่ไหนแล้วมั้งในเวียนนา ในฤดูการแห่งการท่องเที่ยวเช่นนี้ ที่จะมีที่ที่รู้สึกได้ชมอะไรสงบ ๆ เหมือนดังโลกของตัวเอง เพราะแม้จะเช้าขนาดนั้น ก็เริ่มมีขบวนรถทัวร์ทยอยขับมาจอดแถวหน้าพระราชวัง แถมวันที่ไป อากาศก็เพี้ยน ๆ เดี๋ยวครึ้งฟ้าครึ้มฝน เดี๋ยวแดดออกจ้าปกติ เพราะฉะนั้น ถ้าเห็นรูปถ่ายในเอนทรีวันนี้ ก็ไม่ต้องนึกว่าถ่ายคนละวันนะค่ะ    

 


   

 

Schonbrunn เป็นพระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นตามพระราชดำริของจักริพรรดิ์ Leopold ที่1 เริ่มสร้างในปี 1696 และเสร็จในปี 1700 โดยเป็นพระราชวังที่ใหญ่โตมาก มีห้องทั้งสิ้น 1441 ห้อง แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม เพียง 40 ห้องเท่านั้น

สำหรับรี่อารมณ์ของ Schonbruun ประมาณพระราชวังแวร์ซายน์อะค่ะ ข้างในแต่ละห้อง ก็จะเป็นในการตกแต่งหรูหราสำหรับพวกกษัตริย์ Habsburg ได้เห็นแล้วก็ร้อง 'โอ้โห' นิดหน่อย (แน่นอนว่า ในใจ) แล้วก็เดินไปห้องต่อไป แล้วสุดท้ายก็จบผ่านเลยไป อีกสักอาทิตย์ รี่อาจลืมห้องพวกนั้นหมดเกลี้ยงแล้ว 

แต่สิ่งที่ทำให้รี่ประทับใจและรู้สึกมีความทรงจำที่ดีด้วย ไม่ใช้ห้องพวกนั้นสักกะห้องเลยค่ะ แต่เป็นส่วนของสวนของพระราชวังแห่งนี้ ซึ่งก็เหมือนกับตอนไปเที่ยวพระรางวังแวร์ซายน์นั่นแหละ สิ่งที่รี่ชอบมากที่สุด คือสวนสไตล์ฝรั่งเศสของพระราชวัง และสวนที่ Schonbrunn ก็ออกมาสไตล์เดียกัน

 

รี่นี่ไม่รู้เป็นอะไร ไม่ถูกโฉลกกับอะไรที่เป็นอังกฤษเอาเสียเลย แม้แต่เรื่องการแต่งสวน รี่ก็ชอบการแต่งสวนในสไตล์ยุโรปมากกว่า :P

 

สวนที่นี่ กว้างใหญ่มากค่ะ เดินกันจนหอบเลย รี่ไปตั้งแต่แปดโมงเช้า กว่าจะเข้าไปชมพระราชวัง ออกมาก็น่าจะประมาณ 10 โมงกว่า แวะหม่ำขนม กาแฟ กว่าจะไปเดินสวนก็คง ใกล้เที่ยง แล้วมาดูนาฬิกาอีกที ตอนเสร็จจากพระราชวัง ประมาณห้าโมง นั่นหมายความว่า รี่เดินหายเข้าไปในสวนนี้ ถึงห้าชั่วโมง -*-

 

รู้สึกสบายใจมาก ตอนเดินสวนแห่งนี้ รู้สึกไม่ว่าหันไปทางไหน ก็จะเห็นแต่ space ที่โล่งมาก ๆ สายน้ำ และความเขียวชอุ่ม

 

 

หลายจุดในสวน ก็จะมีการสร้างจุด attraction เช่นน้ำพุที่มีธีมต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น น้ำพุที่ประดับด้วย obelisk

 

หรืออีกมุมหนึ่งของสวนก็จะเป็นธีมของซากปรักหักพังจากยุคสมัยโรมัน

 

 

ส่วนอันนี้ ก็เป็นน้ำพุที่เป็นธีมของเทพเนปจูน

 

และถ้าเดินเลยไปด้านหลังของพระราชวังเรื่อย ๆ จะเป็นเนินสูงขึ้นไป ซึ่งจะได้มองเห็นวิวทั่วทั้งพระราชวัง

 

และยอดของเนินนี้ ก็ประดับด้วยอาคารที่เรียกว่า Gioriette ที่เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุด

 

 

และเมื่อขึ้นไปแล้ว ก็จะได้เห็นวิวทั่วทั้งเวียนนานแบบนี้ละค่ะ ...

 

.......................................

 

หน้า Gioriette นี่แหละค่ะ ที่รี่เล่าในเอนทรีก่อนหน้านู้นว่า มันเป็นที่ที่รี่ได้ใช้เวลาคิดพิจารณาอะไรเยอะมาก รี่มองไปข้างหน้าเห็นอาคารสีเหลืองของพระราชวังเชินบรุนน์ สวนดอกไม้ วิวเมืองเวียนนา เห็นหอคอยของ Stephansdom อยู่ข้างหน้า อากาศก็กำลังสบาย ๆ

ทุกอย่างมันลงตัวหมดค่ะ แล้วมันทำให้รู้สึกมีความสุขมาก ถึงได้เข้าใจว่า สถานที่ที่เราเห็นว่ามันสวยงาม มันไม่ใช่มีเพียงแค่ตึก แค่เครื่องประดับ แค่การตกแต่ง ถ้ามีเพียงแค่นั้น การที่เราแค่ได้เห็นภาพถ่ายสถานที่เหล่านั้น เราก็คงรู้สึก เหมือนกับที่เราได้ไปอยู่ตรงนั้นจริง

แต่ในความเป็นจริง มันมีอีกมิติหนึ่ง ซึ่งเป็นมิติพิเศษ ที่เราจะมีโอกาสได้สัมผัสก็ต่อเมื่อ เราได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณของเราให้ผสมกลมกลืมไปกับสถานที่นั่น

สัจจธรรมอันนี้ ไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่ทำให้รี่รู้ซึ้งถึงแก่นเท่ากับที่ Alhambra เมื่อปีที่แล้ว ในยามที่เดินรอบ Patio de los Leones รี่ได้มองเห็นแสงที่สาดส่องเขามากระทบกับเสารอบ Patio ทุกจังหวะย่างก้าวที่เดิน ภาพของเสาเหล่านั้นและ Patio จะเปลี่ยนไปทุกครั้ง ราวกับพวกมันไม่เคยหยุดนิ่ง และคลื่นไหวไปพร้อมกับเราด้วย และณ ยามนั้นแหละค่ะ ที่รี่รู้สึกเข้าใจอะไรบางอย่างไปถึงก้นบึ้งหัวใจ

 

.......................................

 

เพ้อเจ้อจริง ๆ ... ขึ้นต้นเป็น Schonbrunn ดันจบเป็น Alhambra ... ขออภัยในความเพี้ยนของตัวเอง

สงสัยไปติดมาจากต้องซ่าส์ วันก่อนพอดีเผอิญมีแวบคุยเรื่องนี้นิดหนึ่ง แล้วจิตใจรี่คงไปหมกหมุ่นมาก เพราะลึก ๆ ในใจ รู้สึกว่า อยากกลับไปอีกค่ะ

Alhambra ก็เหมือน Florence อะค่ะ สำหรับรี่ ถ้าให้รี่ได้กลับไปอีก รี่ก็คงไม่รู้สึกเบื่อ และคงมีความสุขมาก ๆ

ตลกดีค่ะ รี่เคยพูดกับใครสักคนว่า รี่อยากกลับไปที่นั่น ที่นี่อีก แล้วเขาก็พูดขึ้นมาว่า

'อ้าว เคยไปแล้วจะไปอีกทำไม ต้องไปที่อื่นสิ จะได้ไปหลาย ๆ ที่'

แล้วก็เคยเจอคนบางประเภทไหมคะ ที่เที่ยวนั่งไล่นับจำนวนว่า ไปนู่น ไปนี่ ไปไหนมาแล้วกี่เมือง ไปไหนมาแล้วกี่ประเทศ

มันทำให้รี่ได้แอบขำในใจทุกทีสิน่า แต่ถ้ามีสถานที่ที่รี่มีความประทับใจมาก แล้วเป็นหนึ่งในลิสท์ รี่จะแอบโกรธแหละ :P เพราะกลายเป็นว่าสถานที่มีคุณค่าเหล่านั้น ถูก treat ให้กลายเป็นอะไรไม่รู้ ที่เหมือนไม่มี identity เป็นของตัวเอง มีแต่แค่ขึ้นชื่อว่าอีกหนึ่งในสถานที่ที่คนนั้น 'เคยไปมาแล้ว' เท่านั้นเอง

จริง ๆ มันก็สะท้อนถึงธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์มั้ง ที่ชอบสนใจแต่ figure ... จำนวนเท่าไร ขนาดเท่าไร แล้วเอามาใช้ตัดสิน value โดยไม่คิดจะมองในรายละเอียดของมัน

ที่รี่พูดมา ไม่ได้หมายความว่า รี่เชื่อว่าความคิดรี่ถูกนะ ในทางตรงข้าม รี่รู้ตัวว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสียของรี่ ม๊าเองก็เคยพูดทำนองว่า

'ไม่คิดจะออกไปข้างนอก ทำอะไรใหม่ ๆ บ้างเลยหรอ?'

น่าประหลาดนะ ข้อเสียอย่างอื่นของตัวเอง ถ้ารี่รู้ รี่ก็พยายามแก้ไข แต่เรื่องนี้ รี่กลับเต็มใจที่ปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนั้น

... อ่านหนังสือเล่มเดิม ๆ ที่รี่รู้สึกว่า รี่อ่านแต่ละครั้ง ก็มีความคิดไม่เหมือนเดิม เพราะวัยที่มากขึ้น และก็รู้สึกสนุกในอีกแง่มุมหนึ่ง ที่แม้จะรู้ว่ามันจบยังไง รี่ก็ยังสนุกได้

... ไปสถานที่เดิม ๆ ที่รี่รู้สึกว่า ไปแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะวัยที่เปลี่ยนไป หรือคนร่วมทางที่อาจจะมีมาใหม่ รี่ก็จะมองสถานที่นั้นไม่เหมือนเดิม

 


ปกติถ้าเลี่ยงได้ จะพยายามไม่เอาเพลงสุดโหลมาใส่ไดอารี่ แต่วันนี้ขอใช้เพลงสุดโหลนี่ละกันค่ะ

ไม่ใช่เพราะว่า ไปเวียนนามีแม่น้ำดานูบอะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่า ระหว่างเดินชมพระราชวัง พอมาถึงห้อง ๆ หนึ่ง เสียงใน audio guide เปิดกรอกหูรี่มาเต็ม ๆ ด้วย Blue Danube นี่ละค่ะ โอ้โห เข้ากับอารมณ์ของห้องมากมาย รี่แทบจะมองเห็นเจ้าชาย เจ้าหญิง เปิดฟลอร์วอลทซ์กันไปทั่วห้อง
002653
6 ก.ค. 2550 เวลา 05:05 น.
ยังไม่มีเวลาอ่านทวนที่ตัวเองเขียนเลย ถ้าพรุ่งนี้มา แล้วรู้สึกเพลงมันไม่เค้าไม่เข้า เดี๋ยวรี่ค่อยมาเปลี่ยนละกันค่ะ
002653
6 ก.ค. 2550 เวลา 05:07 น.
สวยเหมือนบ้านของ Mr. Darcy เลยค่ะ คอมเมนท์อย่างไม่รู้อิโหน่ อิเหน่ 555
000472
6 ก.ค. 2550 เวลา 10:48 น.
ต้องไม่ชอบแวร์ซายอ่ะพี่ แต่ชอบสวยเล็กๆ กับบ้านริมน้ำ (วัง petit trianon) ในแวร์ซายอ่ะ ว่าแต่ที่นี่มีห้องน้ำไหมพี่ เพราะที่แวร์ซายไม่มี..ฮา ต้องคงจะไป Alhambra คนเดียวอ่ะคะ เผื่อว่าจะไปพบสัจธรรมที่นั่นมั่ง ออกแนวแบบดอนกิโฆเต้ คิคิ

ชอบที่พี่วิจารณ์อะ ใช้คำพูดแบบนักวิทยาศาสตร์มากๆ เอิ๊กก คนส่วนใหญ่จะชอบนับว่าไปเหยียบที่ไหนมาบ้างแล้วมั่ง บางทีฟังแล้วก็แอบขำปล่อยให้เค้าโม้ไปต่อ..ฮา

ต้องก็ชอบที่เดิมๆ อ่ะคะพี่ ไปแล้วไปอีก ไปอยู่นั่นอ่ะ (แบบ arles อ่ะ ขำดี ) แล้วเวลาไปเที่ยวไหนของต้อง ถ้าที่ไหนที่ชอบมากๆ ก็จะเก็บที่ที่อยากไปสุดๆ เอาไว้จะได้เป็นแรงกระตุ้นให้ไปอีกคราวหน้า (ตลกดีแบบว่าถ้าไปแล้วตอนหลังอาจจะอยากไปอีกหลายๆ รอบก็ได้ เอิ๊กก)

ต้องไม่ชอบอ่านหนังสือเล่มเดิมๆ อ่ะ เพราะว่ามันไม่ตื่นเต้นแบบครั้งแรกที่อ่าน แต่มีคนบอกว่าหนังสือบางเล่มที่อ่านในช่วงเวลาต่างกันเราจะได้อะไรไม่เหมือนกันแบบเจ้าชายน้อยที่แฝงปรัชญาเอาไว้ แต่นะ.. ไม่ค่อยชอบอ่านปรัชญานี่นา.. แฮ่ๆ

สรุปสุดท้ายก็คือ ถ้าคราวหน้าไปฟลอเรนซ์จะขึ้นไปดูโอโม เผื่อว่าจะไปเจอเนื้อคู่บนนั้น.. คิคิ
002962
6 ก.ค. 2550 เวลา 11:07 น.
โอ้.. เม้นต์ยาวมาก เพิ่งรู้
ขออีกทีละกันอยากได้สีเหลืองอ่ะพี่

คิคิ
002962
6 ก.ค. 2550 เวลา 11:07 น.
ยิ่งรู้สึกอยากไปมากขึ้น...

...

ผมก็เป็นพวกทำอะไรซ้ำซากเหมือนกันแหละฮะ

เชื่อว่านักดนตรี ก็คงจะเป็นเหมือนกันทุกคน

เพราะไม่งั้นคงไม่สามารถฝึกอะไรซ้ำๆซากๆ ได้หรอก ^ ^"
001876
6 ก.ค. 2550 เวลา 17:04 น.
อืมมม นึกถึง Peterhopf เลยแฮะ

แต่ดูเหมือนที่นี่อลังการกว่านะ
สหายดอกหญ้า
6 ก.ค. 2550 เวลา 19:11 น.
รี่สงสัยจริง ๆ คุณ phuen* รู้หรือเปล่าว่า เจ้าของไดเป็น hardcore แฟน P&P กำลังเล่นมุกตลกอะไรกับรี่รึเปล่า? ^^

Btw,

ไม่ชอบ 'เจ้าชายน้อย' แหละ แถมรุนแรงถึงขนาดออกแนวหมั่นไส้ เครียดคิดจะหาสมัครพรรคพวกตั้งชมรม 'คนเกลียด เจ้าชายน้อย' ด้วยซ้ำ

จะมีใครด่าไหมเนี่ย :(
002653
6 ก.ค. 2550 เวลา 19:51 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic