The Remains of The Day

เมื่อหลายเดือนก่อน มีวันหนึ่งก็นั่งอ่านกระทู้ในพันทิบไปเรื่อย ไปเจอกระทู้อันหนึ่ง คุณจขกท ตั้งคำถามเกี่ยวกับหนังเรื่อง The Remains of The Day เขาบอกว่า ดูเมื่อสิบปีที่แล้วสงสัยยังไง เพิ่งเอากลับมาดูใหม่ ก็ข้องใจกับตัวละคอน Mr. Stevens มากว่า ทำไมไม่พูดบอกความในใจตัวเองออกมา บอกรัก Miss Kenton ซะ จะได้ไม่ต้องจบเรื่องด้วยความรู้สึกขมขื่น ไม่มีความสุขทั้งคู่

อ่านแล้วขำอยู่สองอย่าง อันแรก อารมณ์คุณจขกท เหมือนหงุดหงิด Mr. Stevens แบบจริงจังมาก ปานประหนึ่ง Mr. Stevens เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง อีกอันที่ขำคือ ความคิดเห็นที่มาตอบอันหนึ่ง

'แล้วเพิ่งมาสงสัยอะไรเอาป่านนี้ ?'

เออ จริงด้วย หนังเรื่องนี้มันเก่านานโขมาก เป็นทศวรรษแล้วมั้ง รี่เองก็แทบจะลืมตัวหนังไปหมดแล้วด้วยซ้ำ

............................................

รี่ก็จำไม่แม่นถึงรายละเอียดที่พิมพ์แสดงความคิดเห็นลงไป รู้สึกจะประมาณว่า ความคิดของคุณจขกท ที่คุณ Stevens ควรทำแบบนั้น แบบนี้ มันเป็นการเอากรอบความคิด ในยุคเราปัจจุบันไปจับ ยุคสมัยเรา เป็นยุคที่เราให้ value มากกับเรื่องของความรักและการแสดงความรู้สึกของความรักออกมา ภาพที่เราคุ้นเคย คือ พระเอกเมื่อรักนางเอก ต้อง 'บอกรัก' ขอนางเอกแต่งงาน แล้วจบ happy ending

อีกอย่าง ถ้าได้อ่านนวนิยายเรื่องนี้ ที่มีรายละเอียดของตัวละคอน Stevens มากกว่าที่ตัวหนังสามารถถ่ายทอดออกมาได้ จะเข้าใจลักษณะของตัวละคอนลึกซึ้งขึ้น และไม่รู้สึกแปลกใจที่เขาไม่ทำอะไรแบบที่คุณ จขกท คาดหวังว่าควรจะทำ

............................................

เผื่อคนที่ไม่เคยดูหนังหรืออ่านนวนิยายเรื่องนี้นะค่ะ ...

หนังเรื่อง The Remains of The Day เป็นอีกงานของ Merchant Ivory ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเรื่องเดียวกับของ Kazuo Ishiguro นักเขียนอังกฤษ เชื่อชาติญี่ปุ่น ซึ่งเล่าเรื่องโดยตัวละคอน Mr. Stevens ที่ทำงานเป็น butler ที่คฤหาสถ์ Darlington Hall

Mr. Stevens เป็นภาพสะท้อนของ ideal butler ที่ภาคภูมิใจในความมีเกีรยติของเจ้านายตัวเอง ภูมิใจในหน้าที่และความรับผิดชอบของตัว ให้ความสำคัญมันเป็น first priority เหนือกว่าเรื่องส่วนตัวของตนเอง คุ้นเคยกับการ suppress ความรู้สึก และไม่แสดงความรู้สึกส่วนตัวใด ๆ ออกมา ลืมความเป็นมนุษย์ธรรมดา ที่มีความรู้สึกได้ มีความผิดพลาดได้

Mr. Stevens เพิ่งมาตระหนักความเป็นจริงใดอดีต เมื่อได้มานึกย้อนกลับไปในระหว่างเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนเก่า Miss Kenton อดีตแม่บ้านของคฤหาสถ์ที่หลงรัก Mr. Stevens แต่เมื่อไม่มีการตอบสนองใด ๆ จากฝ่ายชาย เธอจึงออกไปแต่งงานกับคนอื่น

Mr. Stevens เพิ่งได้มาเห็นเรื่องราวที่ผ่านมาในภาพของความเป็นจริง เพิ่งได้ตระหนักว่า Lord Darlington เจ้านายคนเก่า ไม่ใช่วีรบุรุษ และเป็นคนที่ตัดสินใจผิดพลาด ทำเกีรยรติยศชื่อเสียงเสียไปกับการสนับสนุนพวกเยอรมัน สุดท้าย Mr. Steven ได้แต่เพียงเสียใจกับอดีตของตนเอง ที่ยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งที่เมื่อกาลเวลาผันเปลี่ยนไป ก็เหลือแต่เพียงความว่างเปล่า

มีบางคนวิเคราะห์ว่า นี่คือภาพสะท้อน ประเทศอังกฤษอันรุ่งเรื่องในยุคจักรวรรดินิยม และความตกต่ำในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่เหลือเพียงภาพฝันในอดีตที่รุ่งเรื่อง

............................................

ใครที่ยังไม่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้ อยากสนับสนุนให้ลองอ่านดูค่ะ

เรื่องราว ไม่มีวีรบุรุษ หรือวีรสตรีที่ไหนให้เราได้ชื่นชมเขาและเธอเมื่ออ่านจบ มีแต่เพียงผู้ชายคนหนึ่ง ที่เพิ่งมาได้ตระหนักถึงอดีตที่หลงผิดของตน และไม่สามารถเรียกมันหวนกลับคืนมาได้

เมื่ออ่านจบ มันทำให้เกิดความรู้สึกเศร้าแบบบอกไม่ถูก ...

สงสาร?

เห็นใจ?

หรือ 'นี่แหละ ชีวิตมนุษย์' ?

ปัจฉิมลิขิต

ตอนที่ไปอ่านกระทู้ที่ว่าน้น ทำให้รี่ได้ความรู้ใหม่ด้วยว่า The Remains of The Day มีฉบับแปลไทยด้วย มีชื่อว่า 'เถ้าถ่านแห่งวันวาร'

โอ้ อึ้งไปเลย ...

ช่างตั้งชื่อ :)

 

Pavane pour une infante defunte
ประพันธ์ Maurice Ravel

 

ปัจฉิมลิขิต

รี่ก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันแหะ ทำไมรี่ถึงเลือกเพลงนี้ของ Ravel (Pavane pour une infante defunte หรือ Pavane for a dead princess) มาเปิดในเอนทรีหน้านี้

รู้สึกว่าแต่ว่า มันให้บรรยากาศที่แสนจะเงียบเหงา เอื่อย ๆ ไปเรื่อย ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น หวือหวา แต่พอมาถึงจุดหนึ่ง เรากลับรู้สึกเหมือนโดนทิ้งให้อยู่กับอารมณ์ที่หม่นหมอง ซึ่งนี่คงไม่ต่างกับความรู้สึกเมื่อยามที่เราอ่าน The Remains of The Day กระมัง?

we are in diaryis.com family | developed by 7republic