อาหารเช้า

 

ตอนนี้ก็เข้าสู่หน้าหนาวเต็มที่แล้ว ฤดูที่ชอบมาก ด้วยหลากหลายเหตุผล และขณะนี้นึกถึงอีกเหตุผลหนึ่งออกนั่นคือ มันเป็นฤดูที่ได้ดื่มอะไรอุ่น ๆ แล้วจะรู้สึกดีที่สุด

รี่เป็นคนติด "การดื่มอะไรอุ่น ๆ" มาก ทั้งกาแฟ โกโก้ ชาสมุนไพร ยาหอม ฯลฯ วันหนึ่ง ถ้าอยู่บ้าน ดื่มพวกนี้ น่าจะประมาณ 6-7 ถ้วยได้ ถ้วยเรียงกันเกลื่อนกลาดเต็มบ้านไปหมด

แม้แต่หน้าร้อน ต่อให้ร้อนตับแตก รี่ก็ยังนิยมดื่มอะไรร้อน ๆ อยู่ดี เพียงแต่หน้าหนาว อากาศที่หนาวเย็น ทำให้การดื่มนั้น นำมาสิ่งรสชาดและความรู้สึกที่ดีขึ้นเป็นพิเศษ เหมือนตอนนี้ไง ที่มีชาสมุนไพรอยู่ข้างกาย ท่ามกลางอากาศเย็นหลังเที่ยงคืน ทำให้รู้สึกดีจนต้องมาเปิดไดอารี่เขียน

:)

 

.........................................

 

อืม เขียนข้างบน แล้วทำไมไพล่ไปนึกถึง "กระทู้อาหารเช้า" ในพันทิบได้ก็ไม่รู้ เคยอ่านกันไหมคะ? กระทู้เก่าน๊านนานแล้วละ แต่วันนี้ขุดมาเล่าละกัน

รี่เองก็ไม่ได้ไปรู้จักกระทู้นี้ด้วยตัวเองหรอก เพราะมันเป็นกระทู้ที่ห้องไกลบ้าน ซึ่งเป็นห้องที่แทบไม่เคยไปแหยม ด้วยเหตุผลสั้น ๆ คือ "รำคาญ"

ที่ได้รู้จักเพราะมีคนอภินันทนาการแนะนำมา บอกว่าถ้ารี่ได้อ่าน ต้องชอบ และฮากลิ้งแน่ ๆ ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น :)

ใครเคยอ่านแล้วก็ข้ามไปได้เลยนะค่ะ อันนี้ขอเล่าเผื่อคนไม่เคยอ่าน ...

เรื่องของกระทู้ ก็มีอยู่ว่า มีคนมาตั้งคำถามชวนคุยว่า นิยมรับประทานอะไรเป็นอาหารเช้า คำถามก็พื้น ๆ แหละ แต่ไหงสุดท้าย มันกลายเป็นการทะเลาะกันไปได้

เรื่องก็มาจากมีความคิดเห็นอันหนึ่งในกระทู้นั้น ที่เป็นขาประจำห้องนั้น ที่ "เป็นอดีตนักเรียนนอก ที่เป็นเมียของฝรั่งระดับผู้บริหารขององค์กร International แห่งหนึ่ง" (<- description นี้ เจ้าตัวเขาอธิบายตัวเองในกระทู้นั้นนะค่ะ ไม่ใช่คำพูดของรี่) บรรยายว่า เธอรับประทานอะไรเป็นอาหารเช้าบ้างค่ะ

 

ขออนุญาต เข้ามาแจม ด้วยคนค่ะ

ถามเรี่อง มี้อเช้า หรีอคะ?  ก็แล้วแต่อารมณ์ ค่ะ

เครี่องดี่ม ที่ดี่มประจำ วนเวียนกันอยู่ ไม่กี่อย่าง ก็จะมี

1. Whittard Hot Chocolate

2. Mariage Freres: English Breakfast Tea หรีอ Earl Grey Imperial Tea

3. Harrods Ceylon Afternoon Tea

4. Indian Garam Chai Masala with Saffron

(เอา Indian Spices ต่างๆ มาต้มเองสดๆ กับนมแพะ ใส่ ขิง ตะใคร้ และ ใส่หญ้าฝรั่นจาก Morocco ด้วย)

5. น้ำผลไม้รวม คั้นด้วยเครี่องแยกกาก ส่วนใหญ่ จะผสมอยู่ ห้าอย่าง: แครอท มะนาว สัปปะรด แอปเปิ้ล & บี๊ทรู๊ท

6. ส่วนของคุณสามี จะดี่ม กาแฟ Starbucks แบบที่ Brew เอง ที่บ้าน โดยการใช้ Bodum French Coffee Press


ส่วนอาหารเช้า ที่รับประทาน วนเวียนกันอยู่ ไม่กี่อย่าง ก็จะมี

1. ขนมปังปิ้ง (ใช้ขนมปัง Whole Wheat จากร้าน Bakery ของคนญี่ปุ่น แถวบ้าน)

หรีอ

ครัวซองท์ (จากร้าน Le Notre ที่อร่อยที่สุดใน กทม.ตอนนี้)

ทาเนย Meadow Lea (แบบลดเกลีอ) & ทาแยม ของ Harrods, Marks & Spencer, Fortnum & Maison หรีอ ทา Nutella ค่ะ

2. โยเกิร์ท รสธรรมชาติ หรีอ Cereal ใส่ผลไม้ต่างๆ ราดหน้าด้วย น้ำผึ้ง แบบ Organic ของ Marks & Spencer

3. โจ๊ก ต้มกับ น้ำซุปกระดูกหมู ใส่หมูสับปรุงรส และ ตับ

4. ข้าวต้มกุ๊ย และ กับข้าว ต่างๆ

5. ข้าวผัด (เอาข้าวค้างคีน ที่เหลีอจากเมี่อวาน มาผัด)

6. ถ้าเป็นวันอาทิตย์ จะไม่ค่อย ทานอาหารเช้า เต่จะยกยอด ไปทาน Brunch เลย

ปล. เราเป็นคนที่ ชอบรับประทาน ชอบทำอาหาร จึงค่อนข้างจะ พิถี พิถัน เกี่ยวกับ เรี่อง การกินอยู่ เป็นพิเศษ 

อีกทั้ง เป็น Lifestyle ที่ได้รับ การปลูกฝัง มาตั้งแต่เด็ก ไม่เกี่ยวกับเรี่องที่ เคยอยู่เมีองฝรั่ง หรีอ การที่มี ฝาละมี เป็นฝรั่ง นะคะ ...

 

(^ อะไรที่คุณเจ้าของความเห็น สะกดผิด รี่ไม่แก้นะค่ะ ยืนพื้นตามนั้น)

จากนั้น มีคนเข้ามาตอบ เป็นบัตรผ่านใช้ชื่อว่า "หมั่นไส้" แล้วตอบไว้แบบนี้ค่ะ (อ่านแล้ว ต้องลากขึ้นไปเปรียบเทียบกับข้างบนนะค่ะ ถึงได้อารมณ์)

 

ขอแจมด้วยคนนะครับ

เครื่องดื่ม ก็วนเวียนอยู่ไม่กี่อย่างน่ะครับ

1. Hot Ovaltine with MitrPhol Sugar

2. Original Three-horse Tea

3. Khao Chong Coffee Mix 3 in 1

4. Siamese Grilled Golden Apple with Mint

(เอามะตูมแก่ๆไปผิงไฟให้หอมๆเหนียวๆ ใส่ในน้ำร้อน เติมนมแมวตัวเมีย ใส่ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และก็ใส่ สะหระแหน่ จาก Cambodia ด้วย

5. น้ำผลไม้ คั้นด้วย เครื่องแยกกากที่โทรสั่งจาก TV Direct ยี่ห้อไรจำไม่ได้ แต่โทรไปภายใน20นาทีนั้น ส่วนใหญ่จะใส่แค่ไม่กี่อย่าง - กล้วยน้ำว้า ส้มเขียวหวาน แตงไทย ละมุด น้อยหน่า ฟัก

6. ของเมีย...ยังไม่มีเมีย แต่คงจะให้ไปซื้อโอเลี้ยงเจ๊กฮงหน้าบ้าน เอาแบบไม่ต้องชง แล้วเอามา brew เองที่บ้าน ด้วย Japanese Hotta Sharp and cloth white thin.

อาหารเช้า ก็วนเวียนอยู่ไม่กี่อย่างเช่นกัน

1. ขนมปังย่าง ใช้ขนมปังเลี้ยงปลาอย่างดี 3ก้อน10 จากหน้า Dusit Zoo

หรือ ถ้าขยันนั่งรถไปซื้อก็จะใช้ ขนมปังสังขยา จาก มนต์นมสด หน้า กทม. (อร่อยสุดแล้วตอนนี้)

ทาด้วยเนย Bestfood Magarine (แบบลดราคา) และ ทาแยมอะไรก็ได้ถูกๆที่ซื้อจาก seven-eleven, familymart, tesco-lotus, BigC หรือทา Milo ที่เอาไปใส่น้ำให้พอเหนียวๆ

2. โยเกิร์ท รส ธรรมชาติ หรือ ข้าวสาลีต้ม ใส่ผลไม้ต่างๆตามฤดูกาล ราดหน้าด้วยน้ำผึ้งแบบ Natural Harvest ของ Jitrlada

3.โจ๊กกวางเจา ใส่ซีอิ๊วขาว พริกไทย ไม่ใส่หูฉลาม

4.ข้าวต้มกุ๊ย กับ ใบปอ และถั่วทอด


อื่นก็เช้น กับข้าวที่เหลือจากเมื่อวานมาอุ่นๆเอา อร่อยกว่าไอ้ที่บอกมาทั้งหมดอีก คั่วกลิ้งร้อนๆคลุกข้าว ใส่ลาบเป็ด + ไข่ดาว เป็นต้น

ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วทำไอ้ที่บอกทั้งหมดกินได้อะนะ ก็คงเพราะสาเหตุดังนี้

1. ตื่นเช้าแสด มีเวลาออกไปซื้อ เลอโนท ด้วย
2. ไม่รู้จักของกินยี่ห้ออื่นๆยกเว้นพวกที่มีฉลาก imported เลย
3. ซื้อของจากชิดลมช่วงที่มีเทศกาลอาหาร UK เก็บไว้เยอะ
4. เป็นเมียฝรั่ง
5. มีคนใช้เยอะๆ

 

 มึใครอ่านแล้วไม่ขำบ้างเนี่ย !?!

รี่นะ ตอนได้อ่านกระทู้นี้ครั้งแรก โอ๊ย เกือบสำลัก โดยเฉพาะลากมาเจอ Original Three-horse Tea หัวเราะเป็นบ้า เป็นหลังเลยค่ะ

เข้าใจ trick ที่คุณ "หมั่นไส้" เขาใช้ประชด คุณ 'อดีตนักเรียนนอก' ใช่ไหมคะ?

นอกจากจะเอาของ 'บ้าน ๆ' มาเทียบเคียงให้ม้นเกิด contrast แล้ว ยัง anglicise ให้มันดูไฮโซแบบขำ ๆ เนื่องจาก ค่านิยมส่วนหนึ่งของสังคมบ้านเรา อะไรที่มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษแล้ว จะมีเปลือกที่ดูมีสกุลรุนชาติ (ส่วนเนื้อแท้จะเป็นไง อีกเรื่องหนึ่ง lol)

ในกระทู้ตอนหลัง คุณ "หมั่นไส้" เขามาให้เหตุผลว่า ที่เขาหมั่นไส้ ก็เพราะว่า ปกติ คนที่ไม่ได้ตั้งใจจะอวดอะไร เขาก็จะเล่าแค่ ดื่มชา ดื่มกาแฟ ก็เท่านั้น คงไม่จำเป็นต้องมี 'สร้อยสนิมพิมพาภรณ์' (<- ศัพท์รี่เอง) มาเติมประกอบ

 

.........................................

 

อ่านตอนแรก ก็เอนไปทางเห็นด้วย กับคุณ "หมั่นไส้" นะ แต่พอมาคิดอีกที ก็ไม่มั่นใจว่า คุณ "หมั่นไส้" หรือใครก็ตามที่หมั่นไส้ คิดมากไปเองหรือเปล่า?

เนื่องจากบางยี่ห้อที่คุณ "อดีตนักเรียนนอก" เขียนมา มันก็เป็นยี่ห้อปกติ (ราคาตามมาตราฐานค่าครองชีพในต่างประเทศนะค่ะ ไม่ใช่แปลงเป็นเงินไทย เพราะไม่เช่นนั้น อะไรก็แพงหมดแหละ - -") ไม่น่าจะตะโกนให้คนอื่นได้ยินได้ว่า "ชั้นไฮโซนะยะ" ได้

Meadow Lea (มาการีน) หรือ Nutella (เนยถั่ว) -> ยี่ห้อธรรมดา ใช่กันทั่วทุกครัวเรือน อารมณ์ไม่น่าจะต่างจาก 'Best food' (<- ไม่ได้หมายถึงคุณภาพนะ!!!)

Bodum (เครื่องครัว) -> รี่ว่าอารมณ์มันน่าจะประมาณ ตรา 'ม้าลาย'

Whittard (ชา กาแฟ และเครื่องมือที่ใช้ทำชาและกาแฟ) กับ M&S -> แพงกว่ายี่ห้อบ้าน ๆ หน่อย

Mariage Frères -> อันนี้ ไม่รู้แหะ ไม่เคยใช้ เดาเอาว่าแพง เพราะชื่อเป็นฝรั่งเศส สำหรับแถวนี้ มันมักมา พร้อมกับราครที่พุ่งขึ้น -"-

Harrods -> อันนี้ราคาสูงจริง

Fortnum & Mason -> โอ้ อันนี้สูงติดจรวดทะลุไปนอกโลกเลย

 

.........................................

 

อีกเหตุผลหนึ่ง คนเราทุกคน ล้วนมีแง่มุมที่เรื่องมากกันทั้งนั้นแหละ คนหนึ่งอาจ เรื่องมาก ในสิ่งที่อีกคนไม่เรื่องมาก เลยทำให้รู้สึกว่า "เอ๊ะ ทำไมต้องเว่อร์ขนาดนี้" แต่บางทีคงลืมไปว่า ตัวเรา ก็มีบางเรื่องที่พิถีพิถัน ขณะที่คนที่เราคิดว่า "เว่อร์" อาจไม่สนใจในเรื่องนั้น กลายเป็น "อะไรก็ได้" แทน

อย่างรี่ เรื่องที่เรื่องมากที่นึกออกตอนนี้เลย คือ  "แยม" เพราะเป็นเรื่องที่สร้างความหงุดหงิดล่าสุด ปกติรี่จะเกลียดพวกแยมที่มีความเป็น jelly  แล้วขาด texture ของเนื้อผลไม้ ดังนั้น เวลาจะซื้อแยมที ถ้าไม่เจอยี่ห้อที่ใช้ประจำ จะเสียเวลากับการเลือกนานมาก เพราะจะดูมันทุกยี่ห้อในชั้นวาง อ่านส่วนประกอบ แล้วเปรียบเทียบเนื้อผลไม้ แต่กระนั้นก็ตาม บางทีที่ถือกลับมา ก็พบว่า มั้นไม่ได้เป็นแบบที่ชอบอยู่ดี

ปกติ อยู่เมืองไทย รี่จะทานของ "ดอยคำ" (กระปุกละ 34 บาทเอง ... แต่เป็นราคาเมื่อสี่ปีก่อนน่ะ ตอนนี้ไม่รู้เท่าไรแล้ว ^^")  แต่ถ้าที่นี่ รี่จะชอบซื้อพวกแยมแบบผลิตภัณฑ์ชุมชน ไม่ใช่แยมแบบมี "ยี่ห้อ" ซึ่งอันนี้แหละ เวลากิน ยังได้ความ 'หนึบหนับ' ของเนื้อผลไม้ 

ล่าสุดที่หงุดหงิด ก็เพราะว่า มาอยู่ในกรุง ยังไม่เจอร้านขายของพวกนี้ วันก่อนเลยต้องซื้อของ M&S มา  เห็นว่ามันแพงกว่าพวกยี่ห้อธรรมดาหน่อย นึกว่าจะดี ที่ไหนได้ ไม่มีความ "หนึบหนับ" เอาเสียเลย หงุดหงิด บ่นไปสามวัน แปดวัน ทุกเช้า-บ่าย ที่กิน

แต่ถ้าอย่างบางเรื่องที่บางคนเรื่องมาก เช่น กระเป๋า ต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ LV Gucci ฯลฯ รี่ไม่เคยรับรู้อะไรกับเขาเลย ใช้กระเป๋าบ้าน ๆ ธรรมดา แบกะดิน ไม่รู้ว่าใช้ของแพงมันจะแตกต่างยังไง เพราะส่วนตัว กระเป๋าแค่มีไว้ใส่ของ ไม่ดูเห่ยมาก เป็นอันใช้ได้ อีกอย่าง ซื้อของคุณภาพเลิศ ราคาสูงไปก็เท่านั้น เพราะเดี๋ยวมันก็ไม่อยู่นานเนื่องจากทำหายก่อนอ่ะ ^^"

นั่นแหละ อย่างที่ว่า ก็เลยคิดว่า บางทีคุณ "อดีตนักเรียนนอก" อาจจะมองเห็นสิ่งที่ตนพูด เป็นเรื่องธรรมดา แต่ในสายตาคนที่ไม่ได้พิถีพิถันเรื่องดังกล่าว อาจมองว่า "เว่อร์" "ไฮโซ" "อวด" เป็นต้น

ก็ไม่รู้คุณ "อดีตนักเรียนนอก" เจตนาในกระทู้นั้นเป็นเช่นไร แต่อย่างน้อย ความคิดเห็นเธอ ก็สร้างสีสรรค์ดี อ่านแล้วได้มีเรื่องฮาหน้าจอ ไม่เสียหลาย

 

.........................................

 

โอ้ย เม้าท์ยาวแหะ ตีสามแล้ว -"-

ไปละค่ะ ราตรีสวัสดิ์ นอนหลับฝันดีกัน :)

 

 

 More than the greatest love the world has known
This is the love that I give to you alone
More than the simple words I try to say
I only live to love you more each day.

More than you'll ever know
My arms long to hold you so
My life will be in your keeping
Waking, sleeping, laughing, weeping.

Longer than always is a long, long time
But far beyond forever, you'll be mine
I know I never lived before
And my heart is very sure
No one else could love you more.

More than the greatest love the world has known
This is the love that I give to you alone
More than the simple words I try to say
I only live to love you more each day.

More than you'll ever know
My arms got to hold you so
My life will be in your keeping
Waking, sleeping, laughing, weeping.

Longer than always is a long, long, long time
But far beyond forever, you'll be mine
I know I never lived before
And my heart is very sure
No one else could love you more.

 

เกี่ยวกับเพลง

เพลงเก่าแล้วค่ะ แต่เอามาร้องโดยนักร้องรุ่นใหม่ อย่าง Susan Wong

More เป็นเพลงที่ดัดแปลงมาจากเพลงประกอบภาพยนตร์อิตาลีเรื่อง Mondo Cane ในปี 1962 โดยต้นฉบับเพลงในภาษาอิตาเลี่ยนชื่อเพลง Ti Guardero Nel Cuore แต่งโดย Riz Onrtolani และ Nino Oliviero ส่วนเนื้อภาษาอังกฤษ Norman Newell

เพลงนี้ดังและคุ้นหูในฉบับของ Bobby Darin แต่รี่อ่ะ อยากได้ฉบับของ Frank Sinatra แต่มันหาไม่มีอะค่ะ เลยเอาฉบับนี้มาแทนละกัน

we are in diaryis.com family | developed by 7republic