Notre Dame de Paris

 

มาเขียนเอนทรีนี้ย้อนหลัง เพราะตั้งใจจะเก็บเอนทรีนี้ สำหรับรายละเอียดของมหาวิหาร Notre Dame แห่งปารีสละกันค่ะ

เริ่มจาก façade ด้านทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทางเข้าหลักของโบสถ์เลยดีกว่าค่ะ ซึ่งมีความงดงามมาก ตามสไตล์ของโบสถ์ศิลปะแบบ French Gothic

ด้านหน้านี้ จะเห็นหอระฆังเหนือและใต้ โดยหอระฆังฝั่งทิศเหนือจะเปิดให้นักท่องเที่ยว ไต่บันไดเกือบสี่ร้อยขึ้น ขึ้นไปชมวิวของเมืองปารีส และเจ้า gargoyles ทั้งหลาย ที่เรียงกันอยู่บนชั้น Galerie des Chimère ( gargolyes ในภาษาฝรั่งเศส คือ chimère ค่ะ) ซึ่งเชื่อมส่วนของหอระฆังทั้งสอง

 

 

อันนี้ ต้องขอสารภาพค่ะ รี่เองก็ชอบปีนพวกหอระฆังทั้งหลายของโบสถ์ขึ้นไปชมวิว สูงแค่ไหนก็บ่ยันนะค่ะ สูงกว่านี้ก็ปีนค่ะ แต่ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่า ทำไมไม่เคยปีนขึ้นไปบนหอระฆังของ Notre Dame อ่ะ ... แหะ แหะ อายจัง ชาวบ้านเขาขึ้นไปกันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วแหงม แหงม ^^"  ....ให้สัญญาเลยค่ะว่า งวดหน้า จะต้องปีนขึ้นไปค่ะ !!!

ประตูทางเข้าซ้ายมือสุดคือ Portal of The Virgin ที่มีรูปสลักกึ่งกางประตู (trumeau figure) เป็นแม่พระและพระบุตร (The Virgin and The Child)

 

 

บริเวณเหนือประตูทางเข้า (tympanum) ประดับด้วยงานแกะสลัก แสดงเรื่องราวของแม่พระ โดยบนสุด แสดงพิธีสวมมงกุฏแม่พระ (The Coronation of The Virgin) ชั้นกึ่งกลางเป็นความตายของแม่พระ (The Death of The Virgin)

 

 

รายละเอียดของรูปพระแม่มารีกับพระบุตร ที่ประตู Portal of the Virgin ค่ะ

 

อันนี้เป็นรายละเอียดของฐานใต้ล่างของรูปสลักเหล่านักบุญต่าง ๆ ข้างประตู Portal of the Virgin (jamb figures) ค่ะ

 

 

ประตูกลาง คือ Portal of The Last Judgement แสดงเรื่องราวการตัดสินครั้งสุดท้าย (The Last Judgement)

 

 

บริเวณเหนือประตู แสดงภาพสลักการตัดสินครั้งสุดท้าย บนสุด พระคริสต์ประทับอยู่บนบรรลัง ถัดมาชั้นตรงกลาง แสดง เซนต์ไมเคิล ถือตราชั่งวัดความดีความชั่ว กลุ่มคนด้ายซ้าย (ขวาของพระคริสต์) คือ พวกที่ได้รับการตัดสินให้ขึ้นสวรรค์ ขณะที่ทางขวา (ซ้ายของพระคริสต์) ถูกลากจูงนำไปสู่นรก และชั้นด้านล่างสุด เป็นเหล่าคนที่ตาย ที่ปลุกขึ้นมาเพื่อรอรับฟังการตัดสิน

 

 

ส่วนรูปสลักกึ่งกลางประตู อันนี้รี่ไม่มั่นใจว่าเป็นรูปพระคริสต์ หรือนักบุญท่านใดสักองค์ ใครทราบช่วยทีค่ะ นอกจากนี้สังเกต ลวดลายตรงประตูนะค่ะ อ่อนช้อย งดงามมาก

 

 

ส่วนประตูขวามือสุด เป็น Portal of St Anne แสดงพระประวัติของ St Anne พระมารดาของพระแม่มารี ซึ่งรี่ลืมถ่ายรูปมา ขออภัยค่ะ ไปค้นซีดีเก็บรูปที่ถ่ายไว้เมื่อครั้งเก่าก่อนก็ไม่มีถ่ายไว้เหมือนกันค่ะ ^^"

ส่วนของ façade เหนือประตูขึ้นไป จะเป็นชั้นที่เรียกว่า King's Gallery มีรูปสลักของเหล่ากษัตริย์แห่งจูดาห์ 28 พระองค์

 

 

จากด้านหน้า เรามาเดินวนโบสถ์หนึ่งรอบ ก่อนเดินเข้าไปดูข้างในกันค่ะ 

เริ่มเดินไปทางซ้าย ตามถนน Rue du
Cloître Notre Dame จะเจอประตูตรงบริเวณ transept ทิศเหนือ

 

 

รายละเอียดของรูปสลักเหนือประตู ถ้าเป็นชั้นล่างสุด พออ่านได้ว่าเป็นเรื่องราวใน gospel  ส่วนที่เกี่ยวกับพระประวัติของพระคริสต์ในช่วงแรก ไล่มาตั้งแต่ (ซ้ายไปขวา) การเกิดของพระคริสต์ (Nativity)  การสักการะของโหราจารย์ (Adoration of the Magi) การสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์ (Massacre of Innocence) และการลี้หนีภัยไปอียิปต์ (Flight to Egypt) 

แต่ทีนี้ อีกสองแถวบนถัดไปเนี่ย รี่อ่านไม่ออกเลยอะค่ะ แหะ แหะ ใครพอทราบ ช่วยกันที ^^"

จากนั้น ถ้าเดินต่อไป ก็จะถึงส่วนด้านหลัง ที่เป็นด้านทิศตะวันออกของโบสถ์ บริเวณด้านหลังเป็นสวนเล็ก ๆ Square Jean XXIII  และเป็นบริเวณที่เราจะมีโอกาสได้พิศชมส่วน apse ของโบสถ์ และ flying buttresses ของโบสถ์แห่งนี้ด้วยค่ะ

 

 

 

จากนั้นเดินวนกลับไปด้านหน้า เราก็จะผ่านส่วนทิศเหนือของโบสถ์

 

 

ซึ่งเป็นบริเวณที่เราจะได้ชมยอดสูงของโบสถ์แห่งนี้อย่างชัดเจนอีกด้วย

 

 

gargoyle จากด้านข้างของโบสถ์ค่ะ ยังดูไม่ค่อยจ๊าบเท่าไรน่ะ ตัวร้าย ๆ ซ่าส์ ๆ เนี่ย เห็นที ต้องไปดูจากบนหอระฆังค่ะ ... งวดหน้าค่ะ งวดหน้า เดี่ยวรี่ขึ้นไปหาทางถ่ายมาให้ดู ^^

 

 

 

ส่วนนี่เป็น façade ด้านทิศใต้ ที่จะเห็น rose window ขนาดใหญ่ ภายในเป็นกระจกสีแสดงรูปพระคริสต์อยู่ตรงกล้าง ล้อมรอบด้วยเหล่านักบุญต่าง ๆ

 

 

ประตูเข้าบ้านด้านทิศใต้ฝั้งแม่น้ำ Seine ซึ่งหันไปสู่ย่าน Quartier Latin ของปารีส ซึ่งเป็นย่านชุมนุมของปัญญาชน เพราะเป็นเขตที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแห่งปารีส หรือ Sorbonne ด้วยเหตุนี้ งานแกะสลักที่ประตูฝั่งนี้ จริงเป็นธีมของการค้นหาสัจธรรม โดยถ่ายทอดเรื่องราวชีวะประวัติของนักบุญ Stephen ซึ่งจะเห็นตรงกลางของ tympanum เป็นภาพการเขวี้ยงก้อนหินใส่นักบุญ Stephen (The Stoning of St Stephen) ซึ่งถูกกล่าวโทษให้ร้าย

 

 

เมื่อเดินอ้อมกลับมา ก็จะมาที่ทางประตูเข้าโบสถ์ด้านทิศตะวันตกอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มเดินเข้าไปชมโบสถ์ด้านในกันเลยค่ะ

 

โบสถ์แห่งนี้ ก็เช่นเดียวกับโบสถ์กอธิคอื่น ๆ คือมี plan เป็นรูปกางเขนลาติน ที่มีส่วนบริเวณ nave ยาวมาก เมื่อเทียบกับส่วนขวาง transept อันนี้เป็นส่วน nave ของโบสถ์ค่ะ

 

 

ส่วนนี้เป็นรายละเอียดด้านข้าง จาก aisle เหนือขึ้นไปเป็น triforium และ vault เพดานของโบสถ์

 

 

รายละเอียดการแตกแต่งหัวเสา (capital) ก็มีรายละเอียดแตกต่างกันไป

 

 

รายละเอียดของ vault เพดาน ตรงบริเวณที่เป็นส่วนตัดกันของ nave กับ transept

 

 

หันมองไปทางด้านหลัง ฝั่งทานทิศตะวันตก เหนือประตูที่เข้ามา ก็จะเห็นออร์แกน กับ rose window ที่ตกใจกลาง เป็นภาพแม่พระ ส่วนรายละเอียดที่ล้อมด้านนอก แสดงภาพสัญลักษณะแทนฤดูกาลและจักรราศีค่ะ

 

 

ส่วนกระจกสีด้านทิศเหนือ ก็มีตรงกลายเป็นแม่พระ มีพระบุตรบนตักเช่นกัน ส่วนนอกออกมา แสดงบุคคลต่าง ๆ จากคัมภีร์ไบเบิลพันธะสัญญาเก่า (Old Testament)

 

 

ขณะที่ rose window ด้านทิศใต้ จะมีตรงกลางเป็นรูปพระคริสต์บนบัลลังก์ แสดงท่วงท่าในลักษณะที่ปรากฏใน 'การตัดสินครั้งสุดท้าย' กระจกฝั่งนี้ ถูกไฟไหม้ไปในปี 1831 และบูรณะกลับคืนโดยใช้กระจกเก่าจากศตวรรษที่ 13

 

 

อันนี้เป็น vault ของเพดาน ส่วนบริเวณ apse ด้านหลังของโบสถ์ค่ะ

 

 

แท่นบูชา เป็นงานสมัยใหม่ ที่ฐานเป็น silhoulette แสดงเหล่า evangelist กับศาสนาในศาสนาคริสต์ค่ะ

 

 

ถัดเลยไปด้านหลัง เป็นกางเขนทองขนาดใหญ่ ด้านหลัง เป็นงานสลักแสดงซีน 'Pieta'

 

 

งานสลักรูปการตรึงกางเขนพระคริสต์ (Crucifix) ที่อยู่บริเวณ aisle ด้านทิศใต้ เป็นของพระราชฐานจากจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ค่ะ

 

รูป Joan Of Arc ที่อยู่ทางเดิน aisle ด้านทิศใต้เช่นกันค่ะ

 

 

ส่วนนี้คือรูปศักดิ์สิทธิ์ของโบสถ์แห่งนี้ .... Our Lady of Paris

 

ส่วนของ choir screen มีรายละเอียดที่สวยงามดีค่ะ

 

 

ส่วนด้านหลัง จะเป็นงานแสดงเล่าเรื่องราวพระประวัติของพระเยซูคริสต์ค่ะ ทางด้านทิศใต้ จะเป็นเรื่องราว ภายหลังการฟื้นพระชนม์ชีพ ภายหลักการถูกตรึงกางเขนค่ะ

 

 

ส่วนทางทิศเหนือ จะเล่าเรื่องชีวประวัติช่วงต้นของพระคริสต์ อันนี้เป็นตอนกำเนิดพระคริสต์ (Nativity)

 

 

แล้วก็สังหารเด็กผู้บริสุทธิ์ (The Massacre of Innocence) กับการลี้ภัยไปยังอียิปต์ (The Flight to Egypt)

 

 

ช่วงที่ไปเป็นช่วงคริสมาต์ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น นอกจากจะมีต้นคริสตมาสหน้าโบสถ์แล้ว ยังมี display พิเศษวางอยู่แถว choir ด้านทิศเหนือนี้ด้วย แสดงเรื่องราวการกำเนิดของพระเยซูคริสต์

 

 

เป็นอันจบเรื่องราวการเดินดูมหาวิหาร Notre Dame แห่งปารีสของรี่แล้วค่ะ ถ้าเดินตามแบบที่เขียนเนี่ย ก็อาจจะเหนื่อยแล้ว ดังนั้นต้องเติมพลังให้กับร่างกาย ด้วยการเดินเรื่อยไป ข้ามไปยังฝั่งซ้ายของแม่น้ำ Seine กระดึบไปอีกจิ๊กหนึ่ง จะไปเจอถนน Saint Germain ถนนสายที่อุดมไปด้วยร้านกาแฟ แวะสักร้าน หาขนมกับกาแฟจิบกันดีกว่าเนาะ ^^

ปิดท้าย ด้วยภาพ (แบบเบลอ ๆ -"-) ของมหาวิหาร Notre Dame ยามราตรี จากอีกฝากหนึ่งของแม่น้ำ Seine

 

 

ปัจฉิมลิขิต

 

1. นับวัน รี่จะถ่ายภาพได้แย่มากนะค่ะ มือสั่นตลอด โดยเฉพาะรูปในโบสถ์เนี่ย แทบหารูปที่ไม่เบลอไม่ได้เลย ต้องขออภัยค่ะ ^^"

อาจเป็นเพราะแก่ตัวขึ้นหรือไงไม่รู้ -"- ยิ่งงวดนี้ เลวร้ายที่สุดเลยค่ะ เพราะอากาศหนาวมาก ช่วงที่รี่เกลียดที่สุดในการชมโบสถ์คือ ตอนถ่ายรูปนั่นแหละ เพราะมันต้องเอามือออกจากถุงมือออกมา แล้วถ่ายไปได้ไม่กี่รูป มือจะเริ่มรู้สึกสูญเสียประสาทการรับรู้ไปเลยค่ะ

2. ความหนาวเย็นเป็นอุปสรรคอย่างมากจริง ๆ ค่ะ ทำให้สูญเสียสมาธิในการชมไปอย่างมาก นี่เป็นเหตุที่ ลืมถ่ายรูปนั่นรูปนี่ แล้วก็ถ่ายเบี้ยวไปเบี้ยวมาค่ะ -"- 

3. คำไทยเฉพาะเกี่ยวกับศัพท์ทางคริสตศาสนา รี่พยายามใช้แบบอาศัยความคุ้น ๆ นะค่ะ ไม่มีหนังสือตรวจทาน เพราะส่งกลับไทยหมดแล้ว ยังไงผิดพลาดประการใด ขออภัยอย่างสูงเลยค่ะ

 

ไม่รู้ทำไม

แต่ชอบรูปสุดท้ายที่สุดเลยอ่ะ
JM!D
1 ม.ค. 2551 เวลา 14:46 น.
หึหึ

สงสัยจะสายไปเสียแล้ว

หมดเวลาส่งการบ้านแล้วนิคะ

ประตูทิศใต้

*เขกหัวตัวเองหนึ่งที*

ไม่คิดเลยว่าาาาาา คุณครูเชอร์รี่จะเอา นอทเตรอะดามออฟปารีส มาออกข้อสอบเนี่ย

กี๊ดดดด
000640
9.
2 เม.ย. 2552 เวลา 02:01 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic