ตกผลึก

 

ช่วงนี้ทำการ 'สูบ' รูปจากไดอารี่เล่มนี้ ไปเก็บที่ multiply ล่าสุด เป็นรูปตอนเขียนเรื่อง Alhambra และในอัลบั้มนั้น รี่เขียนลงไปว่า สัญญาว่า สักวันหนึ่ง จะกลับไปอีกครั้ง แล้วเมื่อกี้ เพิ่งเห็นมีคอมเมนต์เข้ามาแซว ทำนองว่า อ้าว นึกว่าเข็ดแล้วเสียอีก 

ตลกมากที่ เพิ่งก่อนหน้านี้ไม่นาน รี่ก็พูดว่า รี่อยากไปที่หนึ่งในสเปนมาก ชีวิตนี้คงหาโอกาสไป คนฟังก็สวนกลับมาทันควันว่า อ้าว ไหนบอกจะไม่กลับไปแล้วไง

โอ้ ไม่น่าเชื่อว่า แต่ละคนจำช่างจดจำสิ่งรี่เขียนกันแม่นอย่างน่ากลัวเช่นนี้ -"-

คืนนี้ เลยไปนั่งค้นหาเอนทรีต้นเรื่องมาอ่านดูอีกครั้ง (Lost In Translation) แล้วเลยได้ขำตัวเอง แต่ไม่ได้นึกเหยาะแต่อย่างใด เพราะเข้าใจดีว่า อารมณ์ตอนนั้นเป็นอย่างไร

เพิ่งกลับมาถึงอังกฤษใหม่ ๆ พกอารมณ์คุกรุ่นมาเต็มเปี่ยม หลังจากไปเจอเหตุการณ์ 'ห่วย' (ในความคิดตอนนั้น) มาแบบเป็นแพคเกจยาวเหยียด ...

หลงติดไปในกลุ่มฝูงชนที่ยกพวกตีกัน เต็มไปด้วยความสับสนที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตกใจกับเสียงตะคอกของตำรวจ กับการใช้กระบองฟาดตีคนที่เห็นอยู่ตรงหน้า

ตกใจเมื่อรู้ตัวว่ากระเป๋าตังค์หาย และต้องประสาทเสียกับการไปที่นู่นที่นี่ เพื่อตามหา

ประสาทเสียกับการไปติดอยู่โรงพักนานหลายชั่วโมง ทั้งเหนื่อย ทั้วหิว

ประสาทเสียกับการพูดสื่อสารกับใครไม่รู้เรื่อง

หงุดหงิดกับฝนที่ตกลงมาใน Seville แล้วต้องเดิน เดิน แล้วก็เดิน ตามหาที่พัก พร้อมกับความเหนื่อยและหิว

เซ็งกับ Western Union ที่มีพนักงานเป็นหุ่นยนต์ ไม่คิดจะช่วย sort out อะไรเลย พูดแต่ 'ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้' แล้วต้องแวะเวียนมาในวันต่อไป

ทนกับเสียงบ่นของมิตรสหายที่เฝ้าบอก ให้กลับบ้าน  เลิกไปทำบ้าบออะไรต่อที่นั่นได้แล้ว (เข้าใจและซาบซึ้งใจมาก ที่อย่างน้อยมีใครสักคนเป็นห่วงในชีวิต แต่ตอนนั้น มันชวนให้จิตตกได้นะเออ -"-)

ทุเรศตัวเองมากถึงมากที่สุด ที่ดัน น็อตหลุด ไปนั่งร้องไห้อยู่ในที่สาธารณชน

และเหตุการณ์อื่น ๆ อีกที่ขยันแวะเวียนมาได้ทุกวัน วันละหลายครั้ง จวบจนทั้งวันสุดท้าย ก่อนขึ้นเครื่องกลับมาอังกฤษ จนความรู้สักแรกที่มาถึงบ้าน รู้สึกงงกับเหตุการณ์ทุกอย่างที่ผ่านมา จนต้องถามตัวเองว่า นี่เราไปนานเท่าไรกันแน่ เป็นเดือนเดือนเลยรึ!?!

นี่ยังไม่นับรายการสำคัญ ที่ก่อนไปรี่มี 'ปม' อะไรบางอย่างกับครอบครัวตัวเอง แล้วพกไปที่นั่น เฝ้าเวียนคิดอยู่ตลอดเวลา ตามมาด้วย รี่ต้องทะเลาะกับม๊าอย่างแรง หลังกลับมา

ผ่านมา ณ วันนี้ เห็นเหตุการณ์เหล่านั้น  ล้วนจิ๊บจ้อย แทบไม่มีอะไรเลยทั้งสิ้น เปรียบดังสายลมที่พัดฝุ่นผงมาแค่ให้ระเคืองตาเล็กน้อยเท่านั้น ความรู้สึกแย่ ๆ ที่เคยมี ผันเปลี่ยนกลายเป็น ความรู้สึกที่ดีมาก และคิดว่า ทริปนี้ คือ หนึ่งในสองทริปที่ดีที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา เพราะมันสร้างจุดเปลี่ยนอะไรบางอย่างข้างในตัวรี่

 

.......................................................

 

วันปีใหม่ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสคุยกับคุณบิกแบบยาวหน่อย แล้วคุณบิกก็พูดเรื่องหนึ่งขึ้นมาว่า ก่อนหน้านี้ ตอนที่รี่มาเรียนที่นี่ใหม่ ๆ คุณบิก เกิดคำถามในใจว่า ทำไมรี่ถึงรีบร้อน ในเมื่อตัวเองยังไม่ stable

แล้วในที่สุด วันหนึ่ง คุณบิกก็ได้คำตอบว่า สิ่งที่รี่ตัดสินใจ บางทีมันเหมาะสมกับชีวิตรี่ที่สุดแล้ว

ถูกต้องที่สุด ถ้ารี่ไม่เกิด 'จุดหักเปลี่ยน' ระยะเวลาที่ต้องใช้ในกระบวนการ 'ตกผลึก' ทางความคิด อาจยาวนานกว่านี้ก็ได้ แม้ว่าการหักดิบนั้น ต้องมาพร้อมกับความเจ็บปวดก็ตาม ...

 


John Coltrane: My One and Only Love

 

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic