Waltz Of My Heart

 

นานหลายปีแล้วได้มีโอกาสดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง คือ เรื่อง Gosford Park

 

 

หนังของ Robert Altman ค่ะ นำเสนอภาพสังคมอังกฤษในยุค 30's ที่ยังคงมีการแบ่งแยกทางชนชั้นอย่างชัดเจน โดยนำเสนอผ่านเรื่องราวการฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ณ คฤหาสน์ผู้ดีหลังหนึ่ง พร้อมการเล่าเรื่องที่แฝงด้วยการเสียดสีสังคมที่ว่า แบบเจ็บ ๆ คัน ๆ พอเป็นกระสัยค่ะ

แม้ใครไม่เคยดูเรื่องนี้ แต่เอาแค่ฟังที่รี่เกริ่นมา แล้วตามอ่านไดอารี่กันมา ก็คงน่าจะสรุปได้ว่า รี่คงชอบเรื่องนี้

ถูกต้องค๊าบบบ  ... นังเสียดเสียแบบแอบแฝงเนี่ย เป็นอะไรที่ชื่นชอบยิ่งนัก ใครที่ยังไม่เคยดู แต่เป็นพวกชอบแนวนี้เหมือนกันเนี่ย แนะนำให้หามาดูอย่างยิ่งยวดเลยค่ะ

แต่เอนทรีวันนี้ ไม่ได้จะมาว่าด้วยเนื้อหาของหนังค่ะ แต่จะมาว่าด้วยเรื่องของเพลง (อีกแล้ว ^^")

ตอนดูหนังเรื่องนี้ ชอบดนตรีประกอบในหนังตอนช่วงต้น ๆ ของเรื่องมาก ซึ่งความเข้าใจดั้งเดิม คิดว่า เป็นงานเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ ของ Patrick Doyle ซึ่งเป็น composer ที่แต่งดนตรีประกอบของภาพยนตร์เรื่องนี้

ขออนุญาตแทรกนิดหนึ่งค่ะ เผื่อคนไม่รู้จัก ...

Patrick Doyle เป็นนักแต่งดนตรีประกอบหนังชาวสก็อตค่ะ มักจะทำดนตรีให้กับหนังที่มีบรรยากาศความเป็นบริติ้ช บริติช อาทิเช่น หนังเชคสเปรียร์ทั้งหลายแหล่ของ Kenneth Branagh หนังเรื่อง Sense and Sensibility ของอังลี  หรือหนัง Harry Potter ภาคล่าสุด เป็นต้น

ทีนี้ กลับเข้าเรื่องค่ะ  ...

รี่เพิ่งมารู้แหละว่า ธีมดนตรีที่รี่ชอบ แท้จริงแล้วมันไม่ใช่งานแต่งใหม่ของ Patrick Doyles แล้วมันก็ไม่ใช่แค่มีแต่ดนตรีค่ะ แต่มันเป็นเพลงที่มีเนื้อร้อง และเป็นเพลงที่เก่ามาก โด่งดังในยุคสมัยเดียวกับเรื่องราวของหนัง ชื่อเพลง Waltz of My Heart

เพลงนี้แต่งโดย Ivor Novello นักแสดงละครเวทีและนักแต่งเพลงชาวเวลส์ที่โด่งดังมากในสังคมอังกฤษช่วงยุคทศวรรษที่ 30 ซึ่งถ้าใครได้ดูหนังเรื่อง Gosford Park ก็คงพอจำกันได้ว่า ในเรื่องจะมีตัวละคอนตัวหนึ่งที่เป็นตัวละคอนที่มีตัวตนจริง ๆ นั่นคือตัวละคอนของ Ivor Novello (แสดงโดย Jeremy Northam) ถูกสมมุติว่าเป็นญาติกับเจ้าของคฤหาสต์และได้รับเชิญมาร่วมงาน ในระหว่างงานมีการเล่นดนตรีและร้องเพลง ขับกล่อมให้กับแขกที่มาในงาน

 



ซ้ายคือ Ivor Novello ตัวจริง ส่วนขวา คือตัวละคอนในหนัง จะเห็นว่าเขาเลือกตัวละคอนมาได้ละม้ายคล้ายคลึงมาก

 

เพลง Waltz of My Heart นี้ เอาแค่ตัวดนตรีเฉย ๆ ก็ไพเราะมากมายค่ะ เพราะไม่งั้น รี่คงไม่รู้สึกสะดุดใจตั้งใจได้ยินในหนังหรอก เพราะในหนังแม้ตัว Ivor จะมีการขับร้องเพลงหลายเพลง ก็ไม่ได้ร้องเพลงนี้ค่ะ ทีนี้พอได้ฟังแบบมีเนื้อร้อง ก็ไพเราะไปอีกแบบ เนื้อเพลงความหมายก็ซาบซึ้งดีด้วย จนชักชวนให้รี่นึกมาเขียนเอนทรีนี้ บันทึกเก็บไว้

เพลงนี้มาจากละคอนเวทีเรื่อง The Dancing Years ซึ่งนำแสดงโดยตัว Ivor Novello เอง กับ Mary Ellis นักแสดงสาวชาวอังกฤษที่ดังในยุคนั้น และจริง ๆ แล้ว ฉบับที่รี่มี คือเสียงร้องของ Mary Ellis เนี่ยแหละค่ะ พร้อมกับเสียงเปียโนที่บรรเลงโดยตัว Ivor Novello เองเลย แต่ที่ไม่ได้เอามาลง เพราะขี่เกียจแปลงไฟล์ค่ะ ขออภัย ^^"

ถ้าใครอยากได้ยินฉบับที่มีเสียงร้อง ขอให้ไปรับฟังที่นี่เลยค่ะ

 

http://www.youtube.com/watch?v=7TXx75Yd25o

 

ฉบับใน Youtube นี้เป็นเสียงของ Vanessa Lee ซึ่งรี่จะบอกว่า รี่ชอบฉบับนี้มาก ๆ มากยิ่งกว่าฉบับที่รี่มีอยู่เสียอีก พยายามตามหาและตามหา ก็หาไม่เจอค่ะ จนรี่ยอมแพ้ เลิกตามหาแล้ว :'(

ถ้าตามไปดูรายละเอียดใน youtube จะเห็นว่า เพลงนี้ เขาเอามาจากแผ่นเสียงดั้งเดิมเลย มันชวนให้รี่สงสัยว่า เวอร์ชั่นนี้ คงจะไม่มีพบเห็นในรูปแบบที่เอามาทำใหม่ ลง CD เลยกระมัง ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็น่าเสียดายมากเลยค่ะ

 

...........................................................

 

อะน่ะ สองเอนทรีติดกันแล้ว ที่นำเสนอความเป็นบริดิ๊ด บริติช เป็นการชดเชย ที่รี่เที่ยวบ่นว่าอะไรดินแดนแถบนี้มาตลอด ไม่ว่าจะดินฟ้าอากาศ อาหารการกิน จนคนตามอ่านจะพาลเข้าใจผิดคิดว่า ประเทศนี้มันไม่มีอะไรดีเลยหรือไง !?!

ส่วนถ้าใครตามอ่าน เพราะเห็นว่า รี่อยู่แถวนี้ คงพาไปเที่ยวที่นู่น ที่นี่ในประเทศนี้บ้าง แล้วเอามาเขียนเล่าผ่านไดอารี่เล่มนี้ ก็เห็นต้องผิดหวังเต็มที่ เพราะมีให้เห็นน้อยเหลือเกิน :(

ส่วนเวลาเจอคนกำลังอยากจะมาเที่ยวอังกฤษ ถามว่า ไปที่ไหนดี ถ้าไม่สนิท รี่ก็จะแนะนำแบบเนิบ ๆ เหนือย ๆ ให้ลองไปนั่น ไปเนี่ย แต่ถ้าสนิทพอสมควร พูดแบบไม่ต้องเกรงใจ ก็จะบอกว่า อย่ามาเลย เสียดายตังค์แทน เสร็จแล้วก็โน้มน้าวให้ไปเที่ยวอิตาลีหรือไม่ก็ฝรั่งเศสแทน พร้อมแนะนำสถานที่เสร็จสรรพ  -"-

แหะ แหะ รู้สึกผิดนะเนี่ย  ทำการท่องเที่ยวของประเทศเขาเสื่อมเสียหมด จริง ๆ เขาก็มีอะไรดีเยอะแยะคะ เพียงแต่คนละแนว คนละสไตล์กับที่รี่ชอบ เวลาให้รี่ไปเดิน ถ้าไม่ง่วง สะลึมสะลือ เพราะมันไม่มีอะไรดี๊ด๊า ก็จะมาแบบแอบบ่นในใจ ชนิดอคติสุด ๆ ด้วยเหตุนี้ ไม่แปลกที่จะต้องใช้พละกำลังมากกว่าปกติ ในการชนะความขี้เกียจ มานั่งย่อรูป มานั่งเล่าเรื่อง

นั่งบ่นกับคุณต้องเรื่องนี้เหมือนกัน เปรียบเทียบให้เห็นภาพคือ เหมือนไปอ่าน The Murder of Roger Ackroyd ของป้าอกาธา แล้วดันเพิ่งค่อยมาอ่านเรื่องสืบสวนหยุมหยิมของป้าเธอเรื่องอื่นที่หลัง กลายเป็นอะไรก็ไม่ถึงระดับ ไม่สนุกไปหมด ซึ่งมันไม่ดีเลย อ่านแล้วเราสมควรที่จะสนุกสิ

 ด้วยเหตุนี้ รี่กำลังจะปรับปรุงตัวค่ะ ต่อไปนี้ถ้ามีใครมาถาม อาทิเช่น ลอนดอนมีอะไรน่าดูบ้างคะ?

รี่ก็ควรจะตอบว่า ...

....................

 

โหย ลอนดอนเนี่ย ต้องมาค่ะ ต้องมาขึ้นชื่อว่า ได้ 'เหยียบ' ให้ได้เลยค่ะ  มีที่น่าเที่ยวเยอะแยะมาก แต่ถ้าจำใจต้องคัดเหลือเพียงแค่ 10 อันดับแรก ที่พลาดไม่ได้ ไม่งั้นถือว่า ยังมาไม่ถึง!!! เห็นทีจะเป็นดังนี้ค่ะ

อันแรกเลย National Gallery หนึ่งในสุดยอดแกลอรี่ของโลกแล้ว
(ผลงานศิลปินชาติอื่นทั้งน้านนน... อุ๊ย ขอโทษค่ะ)

 อันดับสอง British Museum หนึ่งในสุดยอดพิพิธภํณฑ์ของโลกแล้ว
(สมบัติชาวบ้านทั้งน้านนน ... ว๊าย ขออภัยค่ะ)

อันดับสาม เอ่อ ... เอ่อ .... เอ่อ ...  เฮอออออออ นึกไม่ออกแล้วค่ะ >.<~ เดี๋ยวขอไปคิดอีกสักสิบวัน ค่อยมาบอกนะค่ะ ไปละ

....................

 

จากนั้น คนฟังก็คงนึกอยากหาโอกาสถีบรี่ตกรางรถไฟใต้ดินเหม็น ๆ ตายคากรุงลอนดอน ด้วยประการละฉะนี้ ...

 

ปัจฉิมลิขิต

 

ตอนแรกเขียนเอนทรีนี้ ด้วยอารมณ์ 'ขำ ขำ' น่ะ แต่พอดีไปนึกอะไรขึ้นมาได้ เลยต้องกลับมาเขียนปัจฉิมลิขิตอันนี้

ถ้ามีใครดันชื่นชอบ UK หรือว่าลอนดอนมาก แล้วดันมาเผลออ่านเอนทรีนี้เข้า จะนึกเกลียดรี่ตายไปเลยไหมคะเนี่ย !?!

ปกติ รี่พยายามเขียนอะไรออกมาในเชิง neutral กับทุกอย่างบนไดอารี่เล่มนี้น่ะ (<- จริงอะ !?!) เพราะไม่ชอบทำร้ายความรู้สึกใคร ด้วยการไปพาดพิงสิ่งที่เขาชื่นชอบ อาทิเช่น เกิดใครมาบอกว่า Azzurri น่าจะตกรอบแรก ฟุตบอลยูโรที่จะถึงนี้ รี่จะรู้สึกไง?

ตอนแรกว่า จะไปปรับปรุงเปลียนแปลงข้อความเสียหน่อย แต่พอดี มานึกคำพูดจากหนังเรื่อง The Queen ที่รี่พูดถึงไปก่อนหน้านี้เมื่อหลายเอนทรีก่อน แล้วขอยกมาเป็น good excuse ที่ดี ในการที่ รี่ไม่จำเป็นต้องเขียนความเห็นอะไรที่เป็นกลางตลอดเวลา เพราะบางครั้งเราควรจะได้สัมผัส 'the sheer joy of being partial' บ้าง

จริงไหม?

 

The lark is singing on high
The sun's ashine in the blue
The winter is driven away
And spring is returning anew

Who cares what sorrow may bring
What storms may tear us apart
No sadness can kill the wonder and thrill
Of that waltz in my heart

Waltz of my heart haunting and gay
Calling enthrallingly, waltzing away
Ring out your bells for me, ivory keys
Weave out your spell for me, orchestra please

Chorus of wings, thrilling the sky
While you're inspiring me, time hurries by
Joy finds a fire in me, soon as you start
Sweeping your strings, waltz of my heart

The lark is singing on high
The sun's ashine in the blue
The winter is driven away
And spring is returning anew

Who cares what sorrow may bring
What storms may tear us apart
No sadness can kill the wonder and thrill
Of that waltz in my heart

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic