รักไม่รู้ดับ

 

วันนี้ คุณต้อง ส่งรูปม้ามาให้ดูค่ะ

อย่างที่เคยเล่าว่า คุณต้องนี่ เขามีนัดพบปะเจอสมาชิกที่บ้านของรี่ จนเกือบจะครบหมดบ้านอยู่แล้ว พบเจอแต่ละครั้ง ก็ถ่ายรูปมาให้รี่ดูด้วย ทุกครั้งที่ได้รูปแล้วกำลังจะเปิดขึ้นมาดู จะรู้สึกตื่นเต้นเพราะเดาไม่ถูกว่าทุกคนจะเปลี่ยนกันไปขนาดไหน ก็รี่ไม่ได้กลับบ้านมาสี่ปีแล้วนิ

วันนี้เห็นรูปม้า แล้วก็เหมือนครั้งที่คุณอุ๋มส่งมาให้ดู คือ ม้าดูมีอายุขึ้นพอสมควร [<- ประโยคนี้ เขียนแล้วลบ เขียนแล้วลบหลายรอบ พยายามบรรยายอะไรออกมาให้สุภาพที่สุด แต่กระนั้นก็ตาม อย่าบอกม้าเป็นอันขาดเชียว ไม่งั้นรี่โดนเฉ่งแน่ -"-]

บ่นเรื่องการเปลี่ยนแปลงของม้ากับคุณต้อง แล้วคุณต้อง ก็พูดคล้ายกับที่คุณอุ๋มเคยพูด นั่นก็คือ รี่ควรจะเลิกพิรี้พิไรได้แล้ว รีบกลับบ้านกลับช่องโดยไว ไปดูแลม้าซะ

เฮอ ... จะพยายามน่ะ จะพยายาม รอกันอีกหน่อยน่ะ เป็นกำลังใจให้รี่ละกัน ...

 

................................................

 

พอไปดูรูปม้าในโฟลเดอร์ My Received Files เลยได้เหลือบเห็นรูปอื่น ๆ ที่เคยรับมาจากคุณต้อง ล้วนเป็นรูปสมาชิกบ้านของรี่ทั้งนั้นเลย ตลกดีชะมัด

 

 

สามอันแรก เนี่ย บรรยายไม่ถูก เห็นที ต้องไปให้คุณต้องมาบรรยายว่าไปถ่ายที่ไหนกัน รี่ได้แต่เดา ๆ

รูปแรก รู้สึกคุณต้องเขาจะชวนม้าไปหม่ำก๋วยเตี๋ยว เจ้าอร่อยของเขา แถวเยาวราช (มั้ง?)

รูปสอง คุณต้องไปเจอคุณบิก จำไม่ได้แล้วว่า ทำไมถึงไปเจอกัน ที่ร้านสุกี้ หรือยังไงเนี่ยแหละ

รูปสาม คุณต้องนัดเจอคุณปุก ก่อนคุณปุกมาอังกฤษ ไปซื้อกล้องกัน

รูปสี่ อันนี้ บรรยายได้ถูก เพราะยัยแป๊ะยิ้มนั่น คือรี่เอง lol

ภาพนี้ ดูหน้ารี่ ก็คงรู้แล้วว่า เฮอาปาจิงโก๊ะกันมาก ^^ วันนั้น เรา (รี่ คุณต้อง คุณปุก) นั่งรถไฟจาก Bordeaux ไป Sarlat กัน พอไปถึง แทนที่จะได้เดินชมบ้านชมเมืองอะไร เปล่าหรอก ดันไปเจอว่าที่เมืองวันนั้น มีตลาดนัด ชาวบ้านเอาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมาขาย อารมณ์ประมาณหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ตื่นตาตื่นใจกันมา ซื้อของพะรุงพะรัง

เสร็จแล้วก็ต้องรีบวิ่งจู้ดกลับไปสถานีรถไฟ เพื่อจับรถไฟไป Saint-Émilion ด้วยความที่กลัวตกรถกันจัด เพราะถ้าตกที ต้องรอรถอีกสามชั่วโมง เลยไม่มีเวลาหาที่นั่งหม่ำอะไรกันเป็นเรื่องเป็นราว หอบเอาไปกินกันบนรถไฟ

กะบะข้าว Paella ที่เห็นนั่น เล่นตักเวียนกันกินรอบวง รู้สึกช้อนมีอยู่คันเดียว สนุกสนานกันมาก แล้วยังมี เนื้อกระต่ายย่าง กับหอยนางรม Arcachon (หอยนางรมจากเมืองนี้ สุดยอดมากถึงมากที่สุด!!!) ให้โจ้หม่ำกันสุดมันส์บนรถไฟ

 เสียดายไม่มีใครเดินขึ้นมาขายข้าวเหนียว ไก่ย่างไหม้ ๆ ดำ ๆ ไม่งั้นจะได้บรรยากาศนั่งรถไฟไทยเที่ยวมาก เพราะตัวรถไฟที่เรานั่งเนี่ย ไม่รู้ไปขุดมาจากไหน โบราณได้ใจรี่มาก เพราะไม่น่าจะต่ำกว่า สามสิบสี่สิบปีได้ คลาสิกจริง ๆ เสียดายรี่ไม่ได้ถ่ายรายละเอียดมา ไว้อาศัยรอดูจากไดคุณต้องละกันค่ะ

วันนั้น เป็นวันแห่งความสุขจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เที่ยวไหน ดูอะไรมากมายเลย แต่รี่ได้หัวเราะแล้ว หัวเราะอีก สนุกมาก

 

................................................

 

สุดท้าย ขอขอบคุณคุณต้องมากถึงมากที่สุด ที่ทำให้รี่และคุณปุก มีโอกาสได้เห็นหน้าม้าในวันนี้ ^^


1. รักไม่รู้ดับ ขับร้อง สวลี ผกาพันธ์
2. On The Sunny Side of The Street ขับร้อง Louis Armstrong

 

เกี่ยวกับเพลง

 

เพลงแรกในเอนทรีนี้ คือ เพลง 'รักไม่รู้ดับ' ฉบับดั้งเดิม ที่เป็นเสียงขับร้องของคุณสวลี ผกาพันธ์ เพลงนี้ เป็นเพลงที่มีทำนองดัดแปลงมาจาก On The Sunny Side of  The Street ซึ่งเป็นเพลงถัดไปที่เปิดในเอนทรีนี้

และแน่นอนว่า On The Sunny Side Of  The Street จะต้องมากับเสียงทรัมเปตที่ครวญชวนเคลิ้ม และจะเป็นใครเล่นไปไม่ได้ นอกจากคุณปู่ Louis Armstrong เท่านั้น!!!

 

ถึงจะสิ้นวิญญาณกี่ครั้ง
ฉันก็ยังรักเธอฝังใจ
แม้จะสิ้นดวงจันทร์ไฉไล
ไม่เป็นไรเพราะยังมีเธอ

ฟ้าจะมืด จะมัวช่างฟ้า
ขอให้มีสายตาหวานละเมอ
ถึงจะสิ้นแผ่นดินนะเธอ
ให้ได้เจอยิ้มเธอชื่นใจ

ไม่ได้ชิดก็ขอเพียงได้ชม
ไม่ได้สมไม่เห็นแคร์อะไร
ขอให้ได้รักข้างเดียวเอาไว้
ไม่เช่นนั้นใจฉันคงหลุดลอย

ถึงโลกแตกแหลกราญสิบครั้ง
ฉันก็ยังหวังใจรอคอย
แม้นจะสิ้นวิญญาณเลื่อนลอย
ก็จะคอยพบเธอชาติอื่นเอย
002653
5 ก.พ. 2551 เวลา 08:28 น.
Grab your coat and get your hat
Leave your worries on the doorstep
Life can be so sweet
On the sunny side of the street
Can't you hear the pitter-pat
Life can be complete
On the sunny side of the street
002653
5 ก.พ. 2551 เวลา 08:31 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic