จากคลองบางกอกน้อย

 

หลายคืนก่อน ไม่รู้อารมณ์ไหน ดันไปนั่งดูเรื่อง 'คู่กรรม' ใน youtube ฉบับพี่เบิร์ด (ขอเรียก 'พี่' ตามประชาชนชาวไทยอื่น ๆ ส่วนใหญ่ทั่วประเทศ ต่อให้ 'พี่' เบิร์ด น่าจะเป็นรุ่นอา รุ่นน้า แล้วก็ตาม ^^") เป็นโกโบริ ละครโทรทัศน์เมื่อยี่สิบปีก่อนได้

มีคนบอกว่า เมื่อก่อนเรื่องนี้โด่งดังมาก ขนาดว่า ร้องห่มร้องไห้กันทั้งเมืองตอนโกโบริตาย หรือหนังสือขนาดตีพิมพ์เป็นข่าว แต่อายชะมัดที่จะบอกว่า ไม่รู้รี่ไปอยู่ไหนมา ไม่เคยดูเรื่องนี้เลยอะค่ะ - -"

แต่อย่างน้อย รี่ก็พอรู้มาก่อนว่า มีคู่กรรมเวอร์ชั่นที่ว่า เพราะมีคนอาการหนักยิ่งกว่า เนื่องจากว่า วันนี้เล่าให้ม้าฟัง ม้าถามกลับมาว่า

"มันมีเวอร์ชั่นนี้ด้วยหรอ?"

สงสัยครอบครัวเรา จะอยู่หลังเขา เลยไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย -"-

นอกเรื่องไปแล้ว กลับมาต่อที่เรื่อง 'คู่กรรม' ค่ะ ...

โดยส่วนตัว รี่ไม่เคยสนใจนวนิยายเรื่องนี้เลย ในประเทศไทย คงมีคนอ่านเรื่องนี้ เป็นหมื่นเป็นแสน แถมอ่านแล้วซาบซึ้ง จนอ่านแล้วอ่านอีก แต่รี่ไม่เคยอ่านเลยค่ะ ไม่เคยคิดสนใจจะอ่านด้วย แค่พอรู้เรื่องคร่าว ๆ ว่า ทหารญี่ปุ่น ชื่อ โกโบริ มารักกับผู้หญิงไทย ชือ อังศุมาลิน แล้วพระเอกตายตอนจบ ก็เท่านั้น

จนได้มาดูละคอนฉบับที่ว่า แล้วรู้สึกชอบแหะ ชอบมาก ๆ ด้วย จนถึงขนาดตั้งใจว่า กลับเมืองไทยเมื่อไร จะไปตามหานิยายเรื่องนี้มาอ่าน เป็นสิ่งที่จะทำเป็นลำดับต้น ๆ เลยเชียว

เปล่าคะ รี่ไม่ได้ซาบซึ้งความรักของโกโบริกับอังศุมาลินแต่อย่างใด (แต่อาจไปน้ำตาแตกตอนหลัง เพราะตอนนี้ ยังดูไม่จบ) ตรงกันข้าม ตัวละคอนโกโบริ เป็นตัวละคอนที่รี่ตั้งคำถามตลอดเวลาว่า มีทหารญี่ปุ่นแบบนี้หรอ แล้วมักมีเสียงแย้งในใจตลอดว่า ทหารญี่ปุ่น ไม่มีวันเป็นแบบนี้ ไม่มีวันทำอะไรแบบที่โกโบริทำในละคอน เพราะมันช่างขัดแย้งกับเรื่องราวของทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง ที่เคยได้ยินกันมา

แต่จุดที่รี่ชอบ คือ วิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คนในสมัยนั้น ชอบความสัมพันธ์ของนางเอก แม่ และยาย ชอบวิถีชีวิตริมคลอง ชาวสวน ชอบที่จะเห็นภาพอังศุมาลิน ว่ายน้ำ ดำผุด ดำว่ายในคลองบางกอกน้อย งมหากุ้ง ปีนเก็บสะเดามาทำน้ำพริก ตกกลางคืน ก็มีหิงห้อยใต้ต้นลำพู เสียงตีขิมของอังศุมาลิน ส่งเสียงเพลง 'นางครวญ' ไปตามสายน้ำและลำคลอง ฯลฯ ดูแล้วรู้สึกสบายอกสบายใจชะมัด

บรรยากาศอะไรแบบนี้ คุณรุ่นรี่ ไม่เคยได้มีโอกาสสัมผัสด้วยตนเอง ต้องอาศัยอ่านเอาจากพวกนวนิยายรุ่นก่อน แล้วมาจินตนาการเอาเองถึงชีวิตที่สุขสงบเรียบง่ายของคนรุ่นปู่ย่า แล้วก็พาลให้อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ทุกที

พอเห็นวิถีชีวิตของบ้านริมฝั่งคลอง แล้วนึกถึง นวนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่รี่ชอบมาก ๆ คือ เรื่อง 'สองฝั่งคลอง' และจริง ๆ เอนทรีนี้ กะตั้งชื่อแต่ทีแรกว่า 'จากคลองบางกอกน้อย สู่คลองบางหลวง' ถ้าไม่ติดว่าชื่อมันยาวเกินเหตุ

'สองฝั่งคลอง' เป็นนวนิยายที่ชอบ เพราะรู้สึกเวลาอ่าน เหมือนตัวเอง กำลังนั่งเย็นสบาย อยู่ศาลาริมน้ำ ได้ยินเสียงพายจวักจ้วงน้ำ เรือที่เคลื่อนคล้อยตามลำคลอง อะไรแบบนั้นเลย เป็นนวนิยายที่อ่าน แล้วเหมือนได้สัมผัสแต่ความเย็นสบาย สุขสงบ

พูดแล้วคิดถึงจังแหะ สรุปว่า ถ้าได้กลับบ้านเมื่อไร ประการแรก ไปตามหา 'คู่กรรม' ประการสอง ไปหยิบ 'สองฝั่งคลอง' มาอ่านอีกรอบ 

เอ๊ะ เพิ่งนึกขึ้นได้ ถึงตัวละคอนสำคัญอีกคนที่มาจากคลองบางหลวง ทายถูกไหมคะว่าใคร?

แม่พลอยไง บ้านแม่พลอยอยู่คลองบางหลวงใช่ไหม? รึเปล่าหว่า รี่ก็จำไม่แม่น

แล้วมีเรื่องไหนอีก ที่มีวิถีชีวิตริมแม่น้ำลำคลอง รี่จะได้ไปตามหามาอ่านอีก ไม่รู้ชาติก่อนเกิดเป็นปลาหรืออย่างไร ถึงชอบพวกสายน้ำ ลำคลองมาก แต่ดันเกิดผิดยุค ไม่ได้มีโอกาส ดำผุดดำว่ายในคลอง มีแต่ดำผุดดำว่ายในกล่องคอนกรีตที่ใส่คลอรีนแทน :P

 

ฝากรักเอาไว้ในเพลง
ประพันธ์ บุญช่วย กมลวาทิน
ขับร้อง สมา สวยสด
บรรเลง Bangkok Symphony Orchestra

 

เกี่ยวกับเพลง

 

เชื่อไหมคะว่า เพลงนี้สุดแสนจะคุ้นหูเช่นเพลงนี้ ถูกแต่งขึ้นมานานโขแล้ว นำมาขับร้องครั้งแรกในปี 2484 ซึ่งเป็นปีที่ ญี่ปุ่นบุกเข้ามาในไทยพอดี (ญี่ปุ่นโจมตีฐานทัพเรือ Perl Harbour วันที่ 7 ธ. ค. 2484 และบุกเข้าไทย วันที่ 8 ธ. ค. ก่อนงานฉลองรัฐธรรมนูญ เพียงไม่กี่วัน)

รี่อยากฟังฉบับเสียงของคุณยายจินตนาค่ะ น่าเสียดายที่ไม่มี หาเจอแต่ฉบับที่บรรเลงโดยวง BSO และขับร้องโดยคุณสมา สวยสด ค่ะ เลยเอามาเปิดไปกันแล้วกัน

นึกออกแล้ว อีกประการที่รี่จะทำเมื่อกลับเมืองไทย คือ ไปตามหาฉบับเสียงของคุณยายจินตนา มาฟังให้ได้ดีกว่า ^^

we are in diaryis.com family | developed by 7republic