Awaken the dawn

 

Awake, harp and lyre;

I will awaken the dawn!

Psalm 108:2

 

เกริ่น

เอนทรีนี้ ยาวมากนะค่ะ รูปเยอะด้วย ตอนแรกแบ่งเขียนเมื่อคืน ว่าจะทำเป็นสองเอนทรี แต่เช้านี้ ตื่นขึ้นมา มานั่งแก้ใหม อัดใส่มันเอนทรีเดียวนี้แหละ เพราะเบื่อแล้วอะค่ะ  เปิดมาเอนทรีหน้า รี่จะได้หาเรื่องเขียนเรื่องใหม่ดีกว่า lol

 

..................................................................

 

วันศุกร์ที่ผ่านมา ไปเดินเล่นที่ Hyde Park แล้วก็เดินข้ามมาอีกฝากหนึ่ง แถบ South Kensington ซึ่งเป็นย่านที่เรียกว่า Albertopolis (มาจากพระนามของเจ้าชาย Albert พระสวามีในสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาศิลปวัฒธรรมในยุค Victorian)

ย่านนี้จะเป็นที่ตั้งของ Imperial College, Royal Albert Hall, สถานทูตต่าง ๆ (สถานทูตไทยและสำนักงานผู้ดูแลนร. ไทย ก็อยู่แถบนี้ค่ะ) และพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง  รวมทั้ง V&A หรือ Victoria and Albert Museum

 

 

เท่าที่จำความได้ รู้สึกไม่เคยเขียนเล่า V&A เลยมั้ง แล้วแถมวันนี้ ก็ไม่ได้ตั้งใจพาชม V&A โดยทั่ว ๆ ด้วยค่ะ อันนั้น ขอแป๊ะโป้งไว้ก่อนแล้วกัน วันไหน ฤกษ์งามยามดี ไม่ขี้เกียจ ค่อยหาเรื่องมาเขียนละกันค่ะ ^^"

วันนี้ แค่อยากชวนไปดูเครื่องดนตรีในคอลเลคชั่นของ V&A  ซึ่งเป็นจุดดึงดูดความสนใจหลักของรี่ ที่ไป V&A ในวันนั้น

เริ่มจาก เครื่องสายกระจิ๋วริ๋ว ลักษณะคล้ายท่อนกระบองที่เรียกว่า Kit หรือ Pochette

 

 

 

ลำตัวและสะพานมือทำจากงาช้าง ส่วนตัวกระบอกหนังที่ใส่ Kit ตัวนี้ ตกแต่งด้วยลวดลายพิมพ์ทองอักษร L และรูปปลาโลมา ซึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าชายหลุยส์แห่งฝร้งเศส (Louis, The Great Dauphin หรือ le Grand Dauphin) พระโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

ส่วนอันนี้ เป็น Kit อีกตัว ที่เห็นแล้วสะดุดตาดี เพราะด้านหลัง เป็นลวดลายแกะสลักเป็นรูปสิงสาราสัตว์ประหลาดต่าง ๆ

 

 

ส่วนเครื่องสายชิ้นนี้ คือ Baryton ที่นิยมเล่นในยุโรปใสช่วงศตวรรษที่ 17-18 สำหรับ Baryton ตัวนี้ ทำในเบอร์ลิน ประมาณปี 1720 โดยช่าง Jacques Sainprae ไม้แผ่นหน้าเป็นไม้สน ส่วนแผ่นหลังเป็นไม้ sycamore บริเวณสะพานวางนิ้วประดับด้วยลวดลายที่ทำจากกระดองเต่าและงาช้าง ที่หัวแกะสลักเป็นรูป Orpheus กำลังเล่น lyre อยู่ค่ะ มีสายทั้งหมด 6 เส้น และสายสั่นพ้องอีก 25 เส้น

 

 

อันนี้เป็นไวโอลินธรรมดานั่นแหละค่ะ เพียงแต่รี่ชอบลวดลายการแกะสลักข้างหลังสวยงามตาดี

 

 

ไวโอลินนี้ ทำในอังกฤษประมาณปี 1680 ไม้แผ่นหน้าเป็นไม้สน ส่วนแผ่นหลังเป็นไม้ sycamore  ส่วนด้านบน เป็นสัญลักษณ์ของพวกราชวงศ์ Stuarts คาดว่าไวโอลินตัวนี้ น่าจะอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าชาร์ลที่ 2 แห่งอังกฤษหรือไม่ก็พระเจ้าเจมส์ที่ 2

ส่วนเครื่องดนตรีชิ้นนี้คือ Hurdy Gurdy ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่นิยมบรรเลงพวกบทพื้นบ้านในงานเทศกาลรื่นเริงต่าง ๆ ในยุโรป มีมาตั้งแต่ยุคกลางของยุโรป

เสียงที่ออกมาจากเครื่องดนตรีชนิดนี้เกิดจากการหมุนล้อที่อยู่ด้านล่าง ให้สีกับสายของเครื่องดนตรี ส่วนคียบอร์ดที่อยู่ด้านข้างจะเป็นตัวปรับระดับเสียง

ตัวที่เห็นนี้ ทำขึ้นในปี 1770 ที่ฝรั่งเศส ลำตัวทำจากไม้ sycamore ส่วนกระบังล้อด้านล่างกับส่วนที่ครอบคีย์ปรับระดับเสียงทำจากกระดองเต่า และลูกบิดด้านบน ทำจากงาช้าง ส่วนด้านบนประดับด้วยรูปปั้นหญิงชาวบ้านฝรั่งเศส

ส่วนนี่เป็น Harp ที่มีลวดลายการแกะสลัก ตกแต่ง สวยมาก

 

เครื่องดนตรีชิ้นนี้ เรียกว่า Mandore ทำที่ปารีส โดยช่าง Jean Nicholas Lambert ในปี 1752 ทำจากไม้ ebody และลายที่ขอบด้านข้างตกแต่งด้วยงาช้าง ที่หัวทำเป็นรูปแขกมัวร์

 

ตัวนี้คือ Archlute ทำที่เวนิสในปี 1637 โดยช่าง Matteo Sellas ทำจากไม้ ebody บริเวณสะพานวางนิ้ว ทำจากงาช้างที่แกะเป็นลวดลายวิวทิวทัศน์

 

ส่วนชิ้นนี้คือ Chitarrone หรือ Roman theorbo ทำในโรม ปี 1614 คิดว่าใครเห็น คงสะดุดใจกับความยาวของมันมาก รี่กะดูคิดว่าน่าจะประมาณ 2 เมตรกว่าได้อ่ะค่ะ

 

 

อันนี้คือ Theorbo ทำในอิตาลี/อังกฤษ ประมาณปี 1650

 

 

ส่วนเซทนี้ เห็นชื่อแล้วต้องยิ้มเลย เพราะเครื่องดนตรีชิ้นนี้เรียกว่า Viola D'Amore ...ชื่อไพเราะเนอะ ^^

แต่รี่สะดุดใจกับที่หัวของเครื่องดนตรีชุดนี้มาก ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำเป็นรูปคนโดนผูกตาแบบที่เห็น มันสื่อความหมายอะไรหรือเปล่า ใครทราบบ้างคะ?

ถัดไปคือ Bell Cittern หรือ Cithrinchen ทำที่เยอรมันนี ประมาณปี 1700 โดยช่าง Joachim Tielke

 

 

เซทนี้ เป็น Chitarrone ทำในอิตาลี ปี 1592 โดยช่าง Wendelin Tieffenbrucker แห่ง Padua (ไม่ต้องประหลาดใจกับชื่อนะค่ะ เขาเป็นคนจากแคว้นบาวาเรีย แต่ไปทำงานเป็นช่างที่นั่น)

 

ส่วนตัวนี้ เห็นชื่อแล้วต้องอึ้ง ... Apollo Lyre และแน่นอนว่าที่หัวประดับด้วยรูปเทพเจ้าอพอลโล (ด้านหลังเป็นที่ปรับจูนสาย)

 

 

อันนี้คือ Dital Harp ทำที่ลอนดอนเนี่ยอะค่ะ ในปี 1819

 

 

ส่วนตัวสุดท้าย ซึ่งมีการประดับตกแต่งที่สวยงามมากคือ Harp Ventura ทำขึ้นประมาณปี 1830 ที่อังกฤษนี่แหละค่ะ

 

 

ถัดไปเป็น ขิมของอังศุมาลิน ....

 

 

แหะ แหะ นั่นคือสิ่งที่รี่พูดกับตัวเองในใจครั้งแรกที่เห็น ใครได้พูดคุยกับรี่ตอนนี้ คงเข้าใจว่า รี่ช่วงนี้บ้าละคอนเรื่องคู่กรรม เอามาก ๆ ^^"

Ducimer หรือขิมฝรั่งตัวนี้ ทำในอิตาลี ปี 1750 ส่วนกล่องอันสวยงามที่เห็น ทำขึ้นมาทีหลังค่ะ ภาพวาดบนฝากล่องเป็นรูปเทพอพอลโลกับเหล่าคณะศิลปวิทยาเทวี

ทีนี้มาดูเครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ดบ้างค่ะ อันนี้คือ Octave Spinet  

 

 

การตกแต่งกล่องที่ใส่ เป็นสไตล์ตามงานช่างสกุล Augsberg  (เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นบาวาเรีย ในเยอรมันนี) ที่มีชื่อเสียงในการทำตู้ที่มีลวดลายประดับตกแต่งที่งดงาม ทีเรียกว่า cabinets d'Allemagne (Allemagne คือ Augsberg ในภาษาฝรั่งเศสค่ะ)

อันนี้ ก็เป็น Octave Spinet อีกตัว แต่ทำในอิตาลี ประมาณปี 1600

 

ภาพวาดแตกแต่งข้างใน เป็นเรื่องราวของ Arion นักกวีชาวกรีก ที่ได้รับการช่วยเหลือจากปลาโลมา จากการตามฆ่าของพวกกะลาสี (พวกปลาโลมา ตอนหลังได้รับเลือกให้ไปประดับบนฟากฟ้า เป็นกลุ่มดาวปลาโลมา (Delphinus) โดยเทพอพอลโล)

 

ส่วนนี่คือ Spinet ที่ทำขึ้นในอิตาลี ประมาณปี 1550

ลวดลายการตกแต่งเป็นไปตามสไตล์ศิลปะของพวกแขกมัวร์อะค่ะ ส่วนตกกลาง เป็นรูปมือประสาน มีแมงป่องเกาะอยู่ พร้อมกับ inscription ในภาษาละตินว่า Amoris vulnus idem qui sanat fecit หรือ บาดแผลแห่งรักเยียวยาได้แต่เพียงผู้ที่ทำให้เกิดขึ้น

 

ส่วนนี่ คือ Spinet อีกตัว ทำขึ้นในอิตาลี ปี 1568

 

ภาพตกแต่งที่ฝากล่อง ทำเลียนแบบภาพใน  Galerie François I ที่พระราชวัง Fontainebleau (ดูใน Château de Fontainebleau)

 

อันนี้คือ Euphonicon หรือ Upright Piano ค่ะ ทำในอังกฤษ ประมาณปี 1840

 

ส่วนนี่คือ Forte-Piano ทำในออสเตรีย ประมาณปี 1815 - 1820 ภาพบนฝา เป็นรูปเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิล ของแซมซันต่อสู้กับสิงโต

 

อันนี้คือ Positive Organ ทำในเยอรมันนี ปี 1627 ที่บานพับ เป็นรูปเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิลเช่นกันค่ะ เป็นเรื่องการขับไล่นางฮาการ์ออกจากบ้าน และการนำตัวไอแซคไปบูชายันต์

 

อันนี้คือ Cabinet Organ ที่เป็นทั้งตู้และออร์แกนในตัว โดยท่อออร์แกน ถูกซ่อนอยู่ที่ส่วนล่างของตู้ ออร์แกนตัวนี้ทำที่ทางใต้ของเยอรมันนี ประมาณปี 1610

 

ส่วน Virginal หลังนี้ ทำที่ทางใต้ของเยอรมันนีเช่นกัน ประมาณปี 1600 มีการประดันตกแต่งที่ตระการตามากค่ะ

การประดับตกแต่งใช้ทองแดงเคลือบอินาเมล กับกระจกสี ส่วนตัวฝาพับ เป็นงานแกะสลักแบบนูนสูง เล่าเรื่องราวในบทกวี Metamorphoses ของโอวิดค่ะ

Virginal อีกหลัง ทำที่ลอนดอน ปี 1642 ตกแต่งตามงานช่างสกุลเฟลมิช

 

ท้ายสุด ขอปิดท้าย ด้วยกล่องดนตรี น่ารักใบนี้ค่ะ เป็นกล่องดนตรีของ Polyphon ที่เป็นที่นิยมในตอนปลายศตรวรรษที่ 19

 

 

ไปละนะค่ะ จนกว่าจะพบกันอีก เมื่อโอกาสอำนวย :)

 



Brandenbourg Concerto No. 3 in G Major, BWV 1048
ประพันธ์ J. S. Bach

we are in diaryis.com family | developed by 7republic