Cycle

 

ตะกี้คุณต้อง เพิ่งมาทักเรื่องเพลง Youkali ที่ลงในเอนทรีก่อนหน้านี้ ทำให้รี่เพิ่งสำนึกถึงความเฟอะฟะของตัวเองในการเขียนไดอารี่เมื่อคืน ที่แปะเพลงไว้เฉย ๆ แบบนั้น ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไร แล้วก็ลืมหายต๋อมไปเฉย ทั้ง ๆ ที่ ตอนที่หาเพลงนี้มา รี่มีความตั้งใจจะเขียนเล่ารายะละเอียด

Youkali เป็นผลงานการประพันธ์ดนตรีของ Kurt Weill ซึ่งปกติ จะคุ้นเคยกับเขาดีในผลงานอีกชิ้นคือ The Threepenny Opera ซึ่งมีผลงานเพลงดังที่ควบคู่กันมาคือ Mack The Knife (จำได้ว่าเคยลงเพลงนี้ไปแล้ว ในฉบับเสียงของ Ella Fitzgerald ในเอนทรีในสักเอนทรี แต่ทำลิงค์ไม่ได้เหมือนทุกที เพราะหาไม่เจออะค่ะ เขียนเยอะจัด จนลืม ^^") และใส่เนื้อโดย Roger Fernay

ตามข้อมูลใน Fishtank Ensemble ให้รายละเอียดว่า เพลงนี้แต่งขึ้นในปี 1934 ในช่วงที่ Kurt Weill ลี้ภัยไปอยู่ที่ฝรั่งเศส (Weill เป็นยิวเยอรมันนะค่ะ และเมื่อพวกนาซีเขายึดครอง จึงต้องอพยพโยกย้ายออกนอกประเทศ และสุดท้ายก็ไปตั้งรกรากที่อเมริกา) โดยตัวดนตรี ถูกใช้ประกอบละคอนเพลงเรื่อง Marie Galante ส่วนเนื้อเพลงเพิ่งใส่เข้ามาทีหลัง ซึ้งเนื้อหาในเพลง บ่งบอกถึงสภาพของคนในสังคมยุคสงคราม ที่โหยดินแดนที่สุขสงบในวันคืนเก่าก่อน เปรียบดังดินแดน Youkali ในบทเพลง

พอพูดถึง Youkali แล้ว ทำให้รี่นึกถึงอีกเพลงหนึ่งมาก ๆ นั่นก็คือ The Last Time I Saw Paris เพราะคิดว่าอารมณ์ของเพลงคล้ายกันมาก นั่นคือ การโหยหาวันคืนอันเก่าก่อนที่เคยงดงาม ซึ่งเป็นผลสะท้อนจะสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ทำให้ภาพของยุโรปเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และว้นคืนเก่าก่อนที่สุขสงบเหมือนอันตธานหายสาบสูญไป

ตอนแรก รี่ก็เลยว่า จะต่อเพลงจากเอนทรีที่แล้ว ด้วย The Last Time I Saw Paris  แต่แล้วก็ต้องสองจิตสองใจ เพราะฉบับที่มีกับตัวตอนนี้ รี่ไม่ชอบเท่าไรเลยอ่ะค่ะ เพราะรี่เคยมีฉบับที่เป็นเสียงร้องของ Ann Sothern ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นนักร้องคนแรก ที่ร้องเพลงนี้อะค่ะ ในภาพยนตร์เรื่อง Lady Be Good แต่ซีดีมันอยู่ที่เมืองไทยอ่ะ :(  ส่วนจะเอาเพลงอื่นลงแทนดี ก็ตลกดี พูดถึง The Last Time I Saw Paris แต่ดันไพล่ไปเอาเพลงอื่นซะงั้น

เอ เอาไงดีหว่า เอาไงดี ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก สรุปสุดท้าย ก็เป็นอย่าที่ได้ยินกัน  รี่เลือกจะ 'สะเหร่อ' ค่ะ ขอเอาเพลงที่ตัวเองชอบดีกว่า lol

แต่อย่างไร อารมณ์เพลงมันก็ไม่หลุดมากค่ะ เพราะเพลงมาจากยุคสมัยสงครามนั่นแหละ ขับร้องโดย Vera Lynn นักร้องสุดฮิตแห่งเกาะอังกฤษในยุคสมัยนั้น เสียงเพลงของเธอที่ลอยมาตามสายลม ผ่านสถานีวิทยุ BBC ขับกล่อมกระตุ้นให้คนในประเทศมีความหวัง ที่จะได้กลับมาพบเจอบุคคลอันเป็นที่รัก ที่ต้องพลัดพรากเพราะสงคราม ...

 

 

เมื่อก่อน เวลาได้อ่านเรื่องราวและเห็นรูปภาพ สภาพบ้านเมืองที่โดนระเบิดทำลายเป็นซากปรักหักพัง สถาปัตยกรรมเก่าแก่หลายชิ้น ที่อยู่มานมนานเป็นร้อยปี ต้องโดนทำลายง่ายจากการทิ้งระเบิดในพริบตา แล้วรู้สึกเสียดายและหดหู่ใจยิ่งนัก ปานประหนึ่งตัวเองไปเห็นกับตา มันเกิดอยู่ตรงหน้าแบบนั้นแหละ บ้าถึงขนาดคิดไปถึงว่า ทำไมตัวเอง ไม่เกิดก่อนยุคสงครามน่ะ จะได้มีโอกาสสัมผัสความงามดั้งเดิมของสิ่งเหล่านั้น (กรุณาอย่าขำเยาะความเพ้อเจ้อของรี่น่ะ คือเด็ก ๆ อะค่ะ ก็เพ้อเจ้อไปตามเรื่องตามราว ^^")

มา ณ วันนี้ ก็ไม่ใช่จะไร้ความรู้สึกอะไรแบบที่เคยเป็น แต่ทุกครั้ง มันก็จะมีบทสรุปสุดท้ายที่รี่พูดกับตัวเองว่า มันก็เป็นธรรมดา ทุกสิ่งมีเกิดขึ้นมา ก็ต้องมีวันดับสูญ ถ้าไม่ใช่โดนทำลายเพราะมูลเหตุหนึ่ง มันก็คงมีเหตุอื่นทำลายมันในอนาคต มันเป็นวัฏจักรของการเวียนว่ายตายเกิด มีเกิด ก็มีดับ ซึ่งสัจธรรมนี้ ไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของเท่านั้น แต่รวมถึงเหตุการณ์อะไรต่าง ๆ ด้วย

บางทีได้ฟังคนบ่นว่า บ้านเมืองสมัยนี้มันเป็นอะไร เข้าสู่กลียุคกระมัง นู่นก็แย่ นี่ก็แย่ อะไรก็เลวร้ายไปหมด ซึ่งจริง ๆ ถ้ามาไตร่ตรองดู ก็จะเห็นว่า ความเลวร้าย มันก็มีอยู่เรื่อยในประวัติศาสตร์ 

ตัวอย่างประวัติศาสตร์ยุโรป ครั้งหนึ่ง Black Death เป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายมาก เคยได้ยินนักประวัติศาสตร์ว่า คนในยุคนั้นบางทีเชื่อว่า นี่มันคือ Apocalypse เป็นแน่แท้ ทำลายล้างมนุษยชาติให้สิ้นซาก แต่สุดท้ายมันก็ผ่านไป ผู้คนที่รอด ก็ตั้งตนชีวิตเริ่มต้นกันใหม่ ผ่านไปก็มีเหตุการณ์ทำลายล้างขนานใหญ่ เวียนกลับมาอีก สงครามโลกครั้งที่ 1 แล้วก็มีครั้งที่  2 และอีกเช่นกันที่สุดท้ายก็ผ่านกันมา

การวนไปมาของความรุ่งเรื่องและความตกต่ำนั้นเป็นสัจธรรม และรี่ก็ไม่คิดว่า สิ่งที่เราคิดว่ามันแย่ที่สุดในยุคของเรา มันจะแย่ที่สุดจริง ๆ หรอกในจำนวนความย่ำแย่ทั้งหลายที่เคยมีขึ้น และที่สำคัญคือ เมื่อมันมีแย่แล้ว มันก็จะมีกลับมาเป็นปกติ มีรุ่งเรือง และแน่นอนว่า ก็จะวกกลับมาตกต่ำอีก เป็นวัฏจักรนั่นเอง

และเอาเข้าจริง ๆ วัฏจักรของมนุษย์และสิ่งรอบตัวก็เป็นพวกส่วนอันน้อยนิดของวัฏจักรที่ใหญ่กว่าในจักรวาล อาทิการเกิดและดับสลายของกาแล็กซี่ ดาวฤกษ์ หรือดวงอาทิตย์ของเรา และสุดท้ายแล้วสิ่งมีชีวิตที่เคยมีอยู่บนโลกนี้ ก็มลายหายสูญสิ้น และก็คงมีสิ่งมีชีวิตกำเนิดเกิดขึ้นในจุดอื่น ๆ ของจักรวาลนี้ต่อไป

อย่างที่เคยว่า สุดท้ายแล้วพวกเราก็ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรเลยจริง ๆ ก็แค่มาจากฝุ่นผงของการกำเนิดจักรวาล ก็เท่านั้น ...

 



You Are Always in My Heart

ขับร้อง Vera Lynn

we are in diaryis.com family | developed by 7republic