ใบไม้สีเขียว

 


Stat rosa pristina nomine, nomina nuda tenemus

Yesterday's rose endures in its name; we hold empty names

 - Umberto Eco จาก The Name of The Rose

 

 

เมื่อตะกี้ออกไปข้างนอกมา ขณะที่เดินอยู่ ได้เห็นภาพอะไรบางอย่าง จนทำให้นึกอยากมาเปิดไดอารี่บันทึกเก็บไว้

ภาพที่รี่เห็นคือ ใบไม้มากมายบนพุ่มไม้ใหญ่ ที่ปลิวไหวตามสายลมอ่อนที่พัดผ่านมา ขณะที่แสงยามโพล้เพล้ ที่สาดส่องกระทบพื้นผิวใบไม้เหล่านั้น ก็ถูกสะท้อนออกมาอย่างกระจัดกระจาย ตามการสั่นไหวของพื้นสีเขียวที่สะท้อนแสงเหล่านั้น

ภาพที่รี่มองเห็น มันสวยงามมาก เป็นภาพที่ระยิบระยับวับวาว ราวกับอยู่ในความฝัน ทำให้นึกพูดกับตัวเองว่า ถ้ามีกล้องวิดีโอขณะนี้ ก็คงจะดี จะได้บันทึกภาพนี้ไว้ เพื่อเก็บไว้ชื่นชมความสวยงามในภายหลังได้อีก

แต่แล้วรี่ก็นึกแย้งขึ้นมาทันทีว่า ไม่มีประโยชน์หรอก รี่ไม่เคยเห็นภาพจากล้องหรือวิดีโอที่ไหน บันทึกความงามได้เหมือนที่ตาตัวเองได้เห็น ได้สัมผัสเลยสักนิด

แล้วรี่ก็นึกตั้งคำถามถามตัวเองต่อไปว่า แล้วทำไมมันไม่สวย แล้วทำไมมันไม่เหมือนจริงอย่างที่เราได้เห็น ได้สัมผัส เป็นเพราะสิ่งที่บันทึกเหล่านั้น เป็น 2 มิติหรือ? จึงไม่ได้เก็บบันทึกความเป็นจริงทุกอณูของสิ่งที่เราเห็น

ถึงตรงนี้แล้ว ทำให้อดหวนนึกถึง นวนิยายไซไฟหลายเรื่อง อย่างในเรื่องไหนสักเรื่องนะ ของไอแซค อาซิมอฟ ที่พูดถึงเครื่องฉายภาพสามมิติ? ภาพที่ได้เหมือนจริงมาก จนคนไม่รู้สึกว่า มันเป็นภาพสเมือนที่สร้างมาจากเครื่อง

มันจะเหมือนจริงเช่นนั้นเชียวหรือ?

มันจะให้ภาพของวัตถุใด ๆ ออกมาเหมือนจริงทุกประการตามที่ตาเราเห็นหรือ?

เมื่อคิดถึงตอนนี้แล้ว รี่รู้สึกตัว นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เลยกลายเป็นรี่หลุดหัวเราะขำกลิ้งให้กับความเขลาของตัวเอง

ไม่รู้คนที่เดินผ่านไปมา นึกว่า รี่เป็นพวกบ้าห้าร้อยจำพวกหรือเปล่า อยู่ดี ๆ ก็เดินแล้วหัวเราะออกมา  :(

 

 

เหมือนจริงทุกประการตามที่ตาเราเห็น

ตลกสิ้นดีไหม ดูสิคะ  รี่พูดประโยคเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร

ตลกสิ้นดีไหมคะ ที่รี่พยายามจะถามหาค่าสัมบูรณ์ของบางสิ่ง โดยเอาไปเทียบกับสิ่งที่ก็ไม่ได้ให้ค่าที่แท้จริงของมันเช่นกัน?

ใบไม้สีเขียวที่รี่เห็น สิ่งที่เรียกว่า 'สีเขียว' นั้น มันเป็นคุณลักษณะประจำตัวโดยแท้จริงของใบไม้นั้นหรือ? มันไม่ใช่เพราะแสงที่สะท้อน ผ่านเข้าสู่เลนส์ตา ตกที่เรติน่า และ response ที่ออกมาถูกส่งไปที่ประสาทเรา เพื่อตีความออกมาว่า นี่คือ 'สีเขียว'

แล้วเอาเข้าจริง ๆ ระบบรับภาพของมนุษย์ เลือกที่จะรับรู้ เพียงแค่ส่วนหนึ่งของแสงที่ สะท้อนมาจากวัตถุเท่านั้น

[ประสาทตาของมนุษย์เรา ตอบสนองเพียงแค่ช่วงหนึ่งของแถบสเปกตรัมทั้งหมดของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในช่วงที่เรียกว่า "แสงที่มองเห็นได้" (visible light) ซึ่งมีความยาวคลื่นในช่วงประมาณ 400 - 700 นาโนเมตร]

รูปร่างของวัตถุที่รับรู้ ก็เกิดมาจากกระบวนการสร้างภาพของเลนส์ตา และประสาทการรับรู้

และนี่ยังไม่นับว่า ภาพที่รี่เห็นและแปลความหมายออกว่าเป็นความ "งดงาม" นั้น เนื้อแท้แล้วใช่มาจากตัวภาพอย่างเดียวหรือ? อารมณ์ ความรู้สึก บรรยากาศ และบริบทแวดล้อมอื่น ๆ ได้มีส่วนร่วมกำหนดความรู้สึกนั้น กับสิ่งที่เห็น ใช่หรือไม่?

คนอื่นที่มองเห็นภาพเดียวกันนี้ อาจได้บทสรุปที่ไม่เหมือนกับรี่ หรือแม้แต่ตัวรี่เอง ถ้าได้เห็นภาพเดียวกันนี้อีกครั้ง ในเวลา สถานที่ และอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รี่จะยังมองเห็นเป็นเหมือนเดิมเช่นว้นนี้หรือไม่?

และทั้งหมดนี่คือสิ่งที่รี่ไปถามหา ค่าสัมบูรณ์ของวัตถุที่อยู่ตรงหน้า กระนั้นหรือ?

 

 

ความจริง ความจริง และความจริง ...

รี่ชอบถามหาความจริงเรื่องนู้น ความจริงเรื่องนี้ บางเรื่องก็ไม่อินังขังขอบอยากได้คำตอบมาก แต่หลายครั้งหมกหมุ่นเหมือนคนบ้า จะเรียกร้องเอาความจริงให้ได้

บ่อยครั้งที่รี่ก็ลืมตัว ที่จะย้อนถามตัวเองกลับว่า แล้วอะไรล่ะคือความจริง? แค่สิ่งที่รี่มองเห็นอยู่ตรงหน้า ยังไม่ใช่ความจริงที่สมบูรณ์ด้วยซ้ำ

แล้วความจริงที่สมบูรณ์มันมีด้วยหรือ?

 มันอยู่ไหนกัน?

 

 


Valse Tzigane
บรรเลงโดย Goldstone & Clemmow

 

เกี่ยวกับเพลง

 

เหมือนที่เคยพูดหลายครั้งในไดอารี่เล่มนี้กระมังคะว่า โดยส่วนตัวแล้ว รี่ไม่ค่อยชอบงานเปียโนเท่าไร เมื่อเทียบกับงานเครื่องสายอย่างไวโอลิน หรือกีรต้าร์คลาสิก แต่ถ้าเลือกงานเปียโนไหนมาลงไดอารี่เล่มนี้ มันจะต้องมีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ (อาจไม่พิเศษสำหรับใคร แต่มัน 'พิเศษ' ในความรู้สึกของรี่)

ใครได้ยินทำนองเพลงนี้ และตามอ่านไดอารี่กันมานานพอสมควร อาจอุทานออกมาว่า "อีกแล้วหรอ?"

^^"

ใช่แล้วค่ะ Fascination เพลงโป้ดโปรดของเจ้าของไดอารี่เล่มนี้ ที่คุณเธอขยันหยิบเอามาลง ไม่รู้เวอร์ชั่น ต่อกี่เวอร์ชั่น และล่าสุดที่ลงไป คือเอนทรี "แม่บ้านหรรษา" ที่ทำเค้กโรลนั่นแหละค่ะ

สำหรับ Fascination ที่มาลงในเอนทรีนี้ เป็นงาน piano duo ของนักเปียโนชาวอังกฤษ Goldstone and Clemmow โดยเอา Valse Tzigane บทประพันธ์ของ F. D. Marchetti ที่เป็นทำนองดนตรีของเพลง Fascination มาเรียบเรียงใหม่และบรรเลงออกมาได้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง

ทีนี่อยากให้ลองตั้งใจฟังท่อนหนึ่งของเพลงนี้ ที่นาทีที่ประมาณ 4.15 นะค่ะ ดูการเคลื่อนตัวของบทเพลงก้าวจากเพลงหนึ่ง และกลืนไปสู่อีกเพลงหนึ่ง ได้พริ้วไหวน่ารักมาก

ใช่แล้วค่ะ เริ่มต้นเป็น Valse Tzigane แล้วก็ผันเปลี่ยนกลายเป็น Boléro ของ Ravel ซะงั้น (บางข้อมูลจะให้เครดิตผู้ประพันธ์ที่แท้จริงของ Valse Tzigane ว่าเป็น Maurice Ravel นะค่ะ เป็น ghost writer ให้กับ Machetti แต่ว่าไม่มีหลักฐานอ้างอิงแน่ชัด)

ครั้งแรกที่รี่ได้ยินการกระโดดข้ามของบทเพลงที่พริ้วไหวนี้ อดที่จะยิ้มอารมณ์ดีไม่ได้เลยเชียว เลยขอเอามาลงในสุดสัปดาห์แบบนี้ หวังว่า คนที่ได้ลองฟังดู จะรู้สึกอารมณ์ดี แจ่มใส่ เช่นเดียวกันนะค่ะ

ขอให้มีสุดสัปดาห์ที่เปี่ยมด้วยความสุขค่ะ

^^

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic