The Return of The King

 

"And even the renowned king Arthur himself was mortally wounded; and being carried thence to the isle of Avalon to be cured of his wounds, he gave up the crown of Britain to his kinsman Constantine, the son of Cador, duke of Cornwall, in the five hundred and forty-second year of our Lord's incarnation."

จาก Historia Regum Britanniae
(Book XI, Chapter II)
โดย Geoffry of Monmouth

 

 

 


The Sleep of King Arthur in Avalon
โดย Edward Burne-Jones
ที่มา: TATE



The Sleep of King Arthur in Avalon (detail)
โดย Edward Burne-Jones
ที่มา: ArtMagick

 

กว่า 40 ปี ที่ผลงานชิ้นสุดท้ายของ Burnes-Jones ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปยังดินแดนอันไกลโพ้น ไปเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นที่ Museo de Arte de Ponce ที่ประเทศเปอร์โตริโก

มาวันนี้ ภาพชิ้นนี้ เดินทางกลับสู่เกาะอังกฤษอีกครั้ง ประจำปักหลักอยู่ที่หอศิลป์ Tate Britain โดยเป็นการยืมมาจัดแสดงชั่วคราว ก่อนที่จะต้องส่งกลับคืนอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

วันนี้กลับบ้านมา ด้วยความรู้สึกอิ่มเอิบใจมาก ที่ได้เห็นงานชิ้นนี้ของ Burnes-Jones ที่ใช้ช่วงเวลาสิบปีสุดท้ายของชีวิต ทุ่มเทกับการถ่ายทอดเรื่องราว วาระสุดท้ายของกษัตริย์อาร์เธอร์ และได้เสียชีวิตลงก่อนที่ภาพนี้จะเสร็จ

แม้ Burnes-Jones ยังไม่มีโอกาสขึงสายพิณที่จะครวญเพลงกล่อมกษัตริย์อาร์เธอร์ แต่ใครก็ตามที่ได้ดูภาพนี้ แทบจะไม่สังเกตเลยว่า มันคือภาพที่ยังเขียนไม่เสร็จ และเชื่อว่า คงไม่มีใครที่ได้เห็น ไม่รู้สึกตะลึงงันกับภาพภาพนี้ ด้วยว่า นี่เป็นภาพที่ขนาดใหญ่มาก กินพื้นที่ทั้งผนังของห้องที่จัดแสดง และรายละเอียดของภาพที่มีมากมาย เสมือนว่า นี่คือ เหตุการณ์ที่กำลังปรากฏอยู่ตรงหน้า เราผู้ดู กำลังเฝ้ามองและอาลัยต่อการจากไปของกษัตริย์อาเธอร์ ที่นอนสลบสไลอยู่ตรงหน้า เฉกเช่นเดียวกับเหล่าราชินีที่แวดล้อมร่างที่ไม่ได้สติของกษัตริย์อาร์เธอร์ในภาพ

รี่นึกคำพูดไม่ออกที่มาบรรยายความรู้สึกประทับใจที่ได้เห็นภาพ ๆ นี้ แค่อยากจะบอกว่า ใครที่อยู่แถวนี้ ไม่ควรพลาดเป็นอันขาดค่ะ หาทางแวะไปที่ Tate Britain ให้ได้ ก่อนที่ภาพนี้จะต้องเดินทางกลับเปอร์โตริโกอีกครั้ง

 

 

วันนี้ นอกจากจะได้อิ่มเอิบใจที่ได้เห็นภาพวาระสุดท้ายของกษัตริย์อาร์เธอร์ ยังตื้นตันใจยิ่งขึ้นไปอีก ที่ได้เห็นภาพ ๆ หนึ่ง ที่ชื่นชอบมานาน เผลอ ๆ ถ้าจำไม่ผิด รี่อาจเคยเอามาทำปกไดอารี่ด้วยซ้ำ

ภาพที่ว่าคือ Flaming June ของ Lord Leighton ค่ะ


Flaming June
โดย Frederic Leighton (Lord)
ที่มา: Museo de Arte de Ponce

เคยเห็นแต่ในหนังสือก็ว่างามแล้ว แต่เมื่อเห็นเธอมานอนหลับอยู่ตรงนี้ ยิ่งรู้สึกว่าหาคำมาบรรยายความงามที่เห็นไม่ถูกเลย

ภาพชิ้นนี้เดินทางมาพร้อมกับภาพของ Burnes-Jones เช่นกันค่ะ และจะต้องเดินทางกลับไปในต้นปีหน้าเช่นกัน เลยปลื้มมาก ที่รี่อยู่แถวนี้ในจังหวะพอดีที่จะไปดูด้วยตาตัวเอง เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ชีวิตนี้อาจไม่ได้เห็น เพราะรี่ไม่เห็นแววว่า ตัวเองจะมีโอกาสเดินทางไปเปอร์โตริโก

 

 

สุดท้าย อยากบอกว่า ตอนนี้ รี่มีความสุขมาก ๆ ค่ะ และขอให้ใครก็ตามที่เผอิญมาอ่านเอนทรีนี้ มีความสุขเช่นกัน ขอให้มีสุดสัปดาห์ที่สุขสงบค่ะ

จนกว่าจะพบกันอีก ...

 



Rhapsody On A Theme of Paganini
(Variation XVIII: Andante cantabile)
ประพันธ์ Sergei Rachmaninoff
บรรเลง Tim Janis Ensemble และ Teresa Perez



 

เกี่ยวกับเพลง

เพลงที่สุดแสนจะคุ้นหูกันดีเพลงนี้ ไม่ใช่ว่า ไม่เคยเอามาลงในไดอารี่เล่มนี้ค่ะ  แต่การกลับมาอีกครั้ง มาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

Rhapsody On A Theme of Paganini ที่เล่นอยู่ในเอนทรีนี้ ไม่ใช่เพลงด้วยเปียโนในลักษณะเปียโน คอนแชร์โต เหมือนที่เรามักคุ้นเคยกัน แต่ในฉบับนี้ จะได้ยินเสียงเชลโล บรรเลงควบคู่ไปกับเปียโน

รู้สึกยังไงบ้างคะ?

สารภาพเลยว่า รี่อัพโหลดเพลงนี้ใน ijigg เป็นชาติแล้ว แต่ไม่นึกเอามาลงไดอารี่ เพราะรู้สึกว่า รี่ไม่ค่อยชอบมันเท่าไร เมื่อเทียบกับรูปแบบเปียโนเพียว ๆ (ใครไม่เคยได้ยิน ลองฟังดูที่เอนทรีนี้ค่ะ)

จนมาเมื่อคืนนี้ ไม่รู้อารมณ์ไหน รี่หาฉบับนี้มาฟังอีกรอบ พอฟังซ้ำไปมา เริ่มรู้สึกชอบขึ้นมาเหมือนกันแหะ เลยตั้งใจว่า ถ้ารี่เขียนเอนทรีใหม่เมื่อไร จะเปิดเพลงนี้ลงไดอารี่ ถ้าเนื้อหาที่เขียนไปด้วยกันได้กับเพลง

แล้วรี่ว่า เนื้อหาวันนี้ ก็ไปกันได้ด้วยดีกับเพลงนี้ จริง ๆ แหละ เห็นด้วยไหมคะ?

;>

we are in diaryis.com family | developed by 7republic