Jagat Ramayana

 

 With thee is heaven, where'er the spot;
Each place is hell where thou art not.
Then go with me, O Ráma; this
Is all my hope and all my bliss.

From Ramayana
Book II Canto XXX

 

 

วันนี้จะพาย้อนอดีตไปไกลถึงดินแดนภาราตะ ในศตวรรษที่ 17 ณ อาณาจักรเมวาร์ (Mewar) ทางตะวันตกของประเทศอินเดียในรัชสมัยของชาคตสิงห์ (Jagat Singh)

ในปีค. ศ. 1649 ทรงมีดำริให้มีการทำหนังสือมหากาพย์รามายณะ ที่มีทั้งหมด 7 ภาค พร้อมภาพประกอบเรื่องราวที่มีสีสรรค์สวยงามกว่า 400 ภาพ โดยหนังสือชุดนี้ใช้เวลาประมาณห้าปีจึงสำเร็จเสร็จสิ้น โดยเรื่องราวของรามายณะในภาษาสันสกฤต ถูกคัดลอกขึ้นโดยใช้อักษรนาครีโดยมหาตะมะหิรนันท์ (Mahatma Hirananda) และมีซาฮิบ ดิน (Sahib Din) เป็นศิลปินผู้วาดภาพประกอบ

ร้อยกว่าปีให้หลังในสมัยของมหาราณาภิม สิงห์ (Maharana Bhim Singh) หนังสือรามายณะฉบับชาคตนี้ ถูกมอบให้แก่นายพล เจมส์ ท็อด และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางไกลข้ามทวีบ ขอองหนังสือรามายณะเล่มนี้มายังเกาะอังกฤษ

หลังจากผ่านการครอบครองหลากหลาย ในท้ายที่สุดแล้ว หนังสือชุดนี้ ถูกรวบรวมและเก็บอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติอังกฤษ ซึ่งเก็บรามายณะฉบับชาคตเกือบจะครบสมบูรณ์หมดทุกเล่ม ขาดเพียงเล่มที่ 1 (พาลกาณฑ์) และเล่มที่ 5 (สุนทรกาณฑ์)

กลับมา ณ ปัจจุบันปีค. ศ. 2008 นี้ เป็นครั้งแรกที่หอสมุดแห่งขาติได้นำหนังสือรามายณะฉบับนี้มาจัดแสดงให้สาธารณะชนทั่วไปได้ชม ในงานนิทรรศการที่ชื่อว่า The Ramayana: Love and Valour in India's Great Epic ซึ่งรี่เพิ่งหาเวลาแวะไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้

เอนทรีนี้ เลยเอาตัวอย่างภาพประกอบของมหากาพย์คลาสิก รามายณะ จากหนังสือที่ทำขึ้นเมื่อ 400 ปีก่อน มาให้ดูกัน

แต่รี่ไม่ได้ถ่ายเองน่ะค่ะ ทั้งข้อมูลและภาพมาจากหอสมุดแห่งชาติค่ะ เพราะในงานนิทรรศการ เขาไม่ให้ถ่ายรูป อีกอย่างคือ รี่ขอใช้คำเรียกตัวละคอนต่าง ๆ ตามรามเกียรติ์แทนนะค่ะ อาทิเช่น ทศกัณฑ์ แทน ราวณะ เป็นต้น เพราะคิดว่า น่าจะคุ้นเคยกับคนอ่านมากกว่าค่ะ

ลักษณะภาพประกอบจะเป็นรูปแบบภาพเขียนศิลปะราชปุต (Rajput)  มีสีสรรค์สดใส รูปตัวบุคคลถูกวาดนำเสนอเพียง profile ด้านข้าง การถ่ายทอดเรื่องราวของเหตุการณ์ที่ต่อเนื่อง ทำโดยอาศัยการวางตัวบุคคลเดิมที่ตำแหน่งต่าง ๆ ในภาพ อย่างที่เห็นตัวอย่างด้านล่างนี้ค่ะ

อันนี้ เป็นตอนที่เริ่มต้นจากพระราม และพระลักษณ์มาเข้าเฝ้าท้าวทศรถก่อนพระราชาภิเษกของพระรามที่จะเป็นผู้สืบทอดราชสมบัติเป็นกษัตริย์แห่งอโยธยา (ทางซ้ายมือของภาพ)  แต่นางไกยเกษีได้บอกให้พระรามทราบถึงสัญญาของท้าวทศรถที่จะให้พระพรต โอรสของนางขึ้นครองราชย์แทน และพระรามจะต้องเนรเทศตัวเองไปอยู่ป่า

[แทรกนิดหนึ่ง พระรามในรามเกียรติของเรา ต้องกายาเขียวใช่ไหมคะ? แต่พระรามในรามายณะเนี่ย องค์ม่วงค่ะ มีใครพอทราบเหตุที่แตกต่างกันตรงนี้ไหมคะ รี่สงสัยมาก ๆ เลยแหะ]

หลังจากนั้นจะเห็นรูปตัวพระรามและพระลักษณ์ ต่อเนื่องมาทางขวามือ เป็นการเล่าเรื่องราวต่อจากนั้น ที่พระรามจะไปยังที่ประทับของนางเกาสุริยา พระมารดา เผื่อแจ้งเรื่องการที่ตัวเองต้องเนรเทศไปอยู่ป่าให้ทราบ (ขวามือบนของภาพ) และเมื่อนางเกาสุริยาได้รับทราบ ก็เศร้าโศรกเสียใจ คร่ำครวญ (ขวามือด้านล่าง)

รูปถ้ดมานี้ เป็นภาพเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อพระราม พระลักษณ์ และนางสีดา ไปใช้ขีวิตในป่า

บริเวณซ้ายมือบน จะเห็นพระรามชี้ชวนให้นางสีดาดูทัศนียภาพที่งดงามของภูเขาจิตร+++ฏ (Citrakuta) ต้นไม้ ลำธาร และฤาษีที่บำเพ็ญตบะ (ซ้ายล่าง) จากนั้นถัดไปเป็นภาพพระรามเจิมศีรษะนางสีดา และนางสีดาเจอสิงห์โต ตระหนกตกใจ วิ่งไปหาพระราม และเรื่องราวของพระรามกับอีกา ที่มีอยู่ว่า นางสีดาถูกอีกาจิกจนเลือดออก พระรามโกรธมาก จึงเล็งธนูกะจะยิ่งอีกาให้ตายเสีย อีกาพยายามจะขอความคุ้มครองจากทั้งสวรรค์ (มุมบนขวา) และบาดาล (มุมล่างขวา) ก็ถูกปฏิเสธ จนหันมาร้องขอชีวิตกับพระราม พระรามจึงแทงเพียงแค่ตาของอีกาแล้วปล่อยไป

ส่วนถัดมาที่ด้านล่างของภูเขาเป็นกระท่อมที่พำนัก พระราม พระลักษณ์ นางสีดา กำลังเสวยอาหารที่เป็นกวางที่พระลักษณ์ล่ามาได้

ส่วนภาพนี้ รี่ชอบมาก ๆ เป็นการส่วนตัว เป็นตอนปลุกยักษ์กุมภรรณค่ะ เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้

ส่วนอันนี้ เป็นตอนหนุมาน เหาะไปยังเขาหิมาลัย เพื่อเสาะแสวงหาสมุนไพรมารักษาพระรามและพระลักษณ์ แต่พอไปถึง พวกสมุนไพรหลบซ่อนให้หนุมานมองไม่เห็น หนุมานโมโห เลยหักเขามาทั้งยอด 

ถ้ารี่จำไม่ผิด ตอนที่รี่ไล่ดูภาพในงาน เหมือนมีการบาดเจ็บสองครั้ง ครั้งแรกบาดเจ็ดทั้งคู่ เพราะต้องศรของอินทรชิต และอีกครั้งคือพระลักษณ์บาดเจ็ดเพราะต้องหอกกุมภรรณ ซึ่งรี่ไม่มั่นใจแหะว่า ในรามเกียรต์ของเรามีตอนที่พระรามบาดเจ็บด้วยหรือเปล่า ใครทราบบ้างคะ?

ส่วนอันนี้ เป็นตอนอคีลีสต้องศรปารีส ที่ชี้นำโดยเทพอพอลโลค่ะ

555+ ไม่ใช่ค่ะ ไปมหากาพย์คนละเรื่องแล้ว ^o^

กลับมาที่มหากายพ์รามายณะต่อค่ะ ตอนข้างบน เป็นตอนสังหารทศกัณฑ์โดยพระราม ที่ทรงรถม้าทีขับโดยสารถีมาตุลีซึ่งส่งมาจากพระอินทร์ แผลงศรไปยังทศกัณฑ์ เศียรกระเด็นกระดอน เป็นภาพสโลว์โมชั่น อย่างที่เห็นในรูป lol

ถัดมาเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนางสีดาค่ะ ตอนสีดาลุยไฟ

 

นางสีดาเดินลุยไฟ ได้รับการโอบอุ้มจากพระอัคนี ที่นำนางมามอบให้กับพระราม (ซ้ายกลาง) แล้วเหล่วเทพจากสวรรค์ ต่างเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ (ซ้ายบน) ไม่ว่าจะเป็นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระพรหมทรงหงษ์ พระอิศวรและพระนางปวารตีทรงโคเผือก เพื่อลงมายืนยันความบริสุทธิ์ของนางสีดา (ด้านล่างของภาพ) นอกจากนี้ ยังมีท้าวทศรถที่ฟื้นค้นชีพมาด้วย (พระรามนั่งอยู่บนตักของท้าวทศรถที่ด้านล่างของภาพอะค่ะ) แล้วเมื่อพระรามเชื่อใจในความบริสุทธิ์ของนางสีดาแล้ว เหล่าทวยเทพก็เสด็จกลับสวรรค์ (ขวาบนของภาพ)

สุดท้าย 14 ปี แห่งการเนรเทศก็จบสิ้นลง พระรามจึงเสด็จกลับกรุงอโยธยา

ขบวนเสด็จเข้ากรุงแสดงทางขวามือของภาพ พระราและนางสีดาบนรถทรงเดียวกัน ส่วนพระเชษฐาองค์อื่น พระพรต พระลักษณ์ พระสัตรุต บนอีกรถทรงหนึ่ง ส่วนทางซ้ายมือ เป็นภาพต่อเนื่องมีขบวนเสด็จเข้าสู่เมืองแล้ว พระราม นางสีดา และเหล่าพระเชษฐาก็เข้าเฝ้าพระมารดาทั้งสาม (เกาสุริยา ไกยเกษี และสมุทรชา)

 

 

ภาพทั้งหมดที่นำมาแสดง เยอะมากนะค่ะ แต่ที่รี่หยิบมา เป็นแค่ตัวอย่างเล็กน้อยเท่านั้น แล้วไม่ได้มีความสวยสดงดงามเหมือนของจริงเลยสักนิด

 เลยอยากแนะนำให้ใครที่อยู่แถวนี้ ต้องหาโอกาสไปชมให้ได้ค่ะ ตัวนิทรรศการจะจัดแสดงถึงวันที่ 14 กันยานี้ค่ะ

 

 



All The Love I Have

ขับร้อง Renée Fleming และ Bryn Terfel

 

เกี่ยวกับเพลง

เพลงที่รี่เปิดในเอนทรีก่อนหน้า มีคนมาล้อเลียนรี่ด้วย ว่ามันไปคนละทิศละทางเลย ยิ่งมาเจอท่อนสุดท้ายของเอนทรี ที่รณรงค์พ่อแม่พี่น้องให้ไปร่วมส่งใจเชียรขุนพลอัสซูรี่

อ้าววว ก็เขาตั้งชื่อไว้แล้วว่า "จับฉ่าย" ไง แม้แต่เพลงก็ด้วยไง ไปคนละทิศ คนละทาง LOL

อันที่จริง รี่ตั้งใจเลือกมาแล้วน่ะค่ะ ไม่ได้สะเปะสะปะ หยิบ ๆ มา เพราะเห็นว่า เอนทรีก่อนหน้า เน้นเขียนไปทางเรื่องจีน ๆ เลยเอาเพลงจีนสุดแสนคลาสิกอย่าง "ปู้เหลี่ยวชิง" มาเปิด แล้วอุตส่าห์เลือกหาฉบับที่นักร้องรุ่นใหม่เอามาร้อง แล้วทำดนตรีในแนวสมัยนิยมหน่อย ไม่ฉบับรุ่นเก่ากึกโบราณ

[อันที่จริง เพลงที่เหมาะสมที่สุด น่าจะเป็น Ben Cao Gang Mu ของ Jay Chou ค่ะ แต่กลัวคนอ่านไดอารี่เล่มนี่ จะตกกะใจ หัวใจวายไปก่อน ว่า อย่างรี่นี่ ฟัง Jay Chou ด้วย LOL]

งั้นแก้ตัวใหม่ ด้วยเพลงในเอนทรีนี้แล้วกันค่ะ เกี่ยวกับเรื่องบอล ๆ ;>

All The Love I Have มาจากละคอนเพลง The Beautiful Game ของ Andrew Lloyd Webber นะค่ะ ว่าด้วยเรื่องของทีมฟุตบอลท้องถิ่นในไอร์แลนด์หนือ

แต่ฉบับที่รี่เลือกมา ขับร้องโดยนักร้องสไตล์โอเปร่าแทนค่ะ เป็นเสียงบาริโทนของ Bryn Terfel กับโซปราโน่ของ Renée Fleming

ส่วนเรื่องผลบอลคืนที่ผ่านมาเนี่ย โน คอมเมนต์เลยนะค่ะ ชีช้ำกะหล่ำปลีอยู่ ห้ามทัก ห้ามถาม T^T

ไปแล้วค่ะ นอนหลับฝันดี จนกว่าจะพบกันอีกค่ะ ...

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic