วันนี้อยู่ดูโลกให้โสภิณ พรุ่งนี้ชีวิตสิ้น ไม่รู้ ... วันตาย

 

They went with songs to the battle, they were young.
Straight of limb, true of eyes, steady and aglow.
They were staunch to the end against odds uncounted,
They fell with their faces to the foe.

They shall grow not old, as we that are left grow old:
Age shall not weary them, nor the years condemn.
At the going down of the sun and in the morning,
We will remember them.


จาก For The Fallen
โดย Laurence Binyon

 



บ่ายวันนี้เพิ่งมีโอกาสมาเปิดคอมพ์ เปิดหน้า Diaryis กวาดตาดูกระทู้ เหลือบเห็นประโยคว่า "ลาก่อนหมวดตี้"

เห็นแล้วใจหายวาบ พยายามภาวนาว่า เมื่อคลิ๊กเข้าไปดู จะไม่เป็นไปอย่างที่คิด ขอเถอะ ขอให้หมายความว่า "หมวดตี้" ยุ่ง ไม่ว่าง จะเลิกเขียนไดอารี่แล้ว หรืออะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่เป็นแบบที่กลัวว่ามันจะเป็น

ความเป็นจริงมักโหดร้าย เขาจากไปแล้วจริง ๆ แม้รี่ไม่ได้รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แค่ติดตามไดอารี่เขาตลอด คงต้องเรียกว่า เป็น "secret" admirer ของไดอารี่เขาตามความหมายโดยแท้ เพระตามอ่านและชื่นชมเขาแบบเงียบ ๆ ไม่เคยคอมเมนต์เลย

เมื่อคืน เพิ่งอ่านเอนทรีหน้าสุดท้าย ที่เขาเขียนถึงวันเกิดเขาในวันนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า รุ่งขึ้นจะตื่นมา พบกับข่าวการจากไปของเขาเช่นนี้

 

 

คิดว่า ทุกคนที่เปิดหน้าไดอารี่ของเขา (http://polize.diaryis.com) มักจะสะดุดกับคำจ่าหัว ซึ่งคงเป็น motto ประจำตัวของผู้หมวดแกกระมัง

"วันนี้อยู่ดูโลกให้โสภิณ พรุ่งนี้ชีวิตสิ้น ไม่รู้ ... วันตาย"

ยิ่งถ้าทราบว่า เจ้าของไดอารี่นั้น เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่บันนังสตา ยะลา คงจะยิ่งซาบซึ้งถึงความหมายของประโยคดังกล่าว

แต่อย่าได้คาดหวังว่า เนื้อหาไดอารี่ของผู้หมวดแกจะเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าหดหู่ สะเทือนใจ กับสภาพเหมือนแดนมิกสัญญีที่อยู่รอบด้าน

ผิดถนัดค่ะ ไดอารี่เล่มนั้น เป็นไดอารี่ที่มีสีสันมาก เต็มไปด้วย "ความมีชีวิต" เต็มไปด้วยเรื่องราวที่สนุกสนาน รี่ถึงได้ตามอ่านจนติด หลายครั้งที่ทำให้รี่ หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง ทำกาแฟหกกระชอกเลอะเทอะ จนต้องมาคอยตามเช็ดกัน

นี่คือจุดที่รี่นับถือเขาอย่างมาก  ในท่ามกลาง ชีวิตประจำวันที่เสี่ยงภัยแบบนั้น เขายังสามารถหาแง่มุมขบขันในชีวิตได้

 

 

มาถึงตรงนี้ รี่ไม่รู้จะพูดอะไรอีกต่อไป มันอึ้งไปหมด บางทียังเวียนถามตัวเองอยู่เลยว่า เขาจากไปแล้วจริง ๆ หรอ นี่คือเรื่องจริงกระนั้นหรือ?

ชีวิตคนคนหนึ่ง หายวับไปโดยง่ายแบบหรือ?

ชีวิตที่เพิ่งเริ่มต้นวัย 24 มาได้เพียงหนึ่งวัน

ชีวิตที่ยังสามารถจะทำอะไรดี ๆ ได้อีกตั้งมากมาย ยังมีอนาคตอีกยาวนาน รออยู่ข้างหน้า

ชีวิตที่ยังมีพ่อ ยังมีแม่ ยังมีคนที่รักเขา รออยู่เบื้องหลัง

คนที่ยิงเขา ตัดสินให้ใครสักคน จบชีวิตลงแบบง่าย ๆ แบบนี้หรือ? เป็นมนุษย์ที่มีหัวใจหรือเปล่า? ใจมันทำด้วยอะไรกัน?

เฮอ ... พูดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปแล้ว ได้แต่หวังว่า ประโยคสุดท้าย ที่ผู้หมวดแกเขียนในเอนทรีสุดท้ายว่า "ขอให้โลกนี้สงบสุข"  มันจะเป็นจริงขึ้นมาสักวันหนึ่ง ..

 

 

ขอแสดงความอาลัยต่อการจากไป ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการสูญเสียของครอบครัวหมวดตี้

ขอให้หมวดตี้หลับให้สบาย ในโลกใหม่ที่สงบสุขกว่าโลกที่โหดร้ายนี้ ...

 

ปัจฉิมลิขิต



ใครไม่เคยได้อ่านไดอารี่ของหมวดตี้มาก่อน อยากแนะนำให้ลองอ่านเอนทรีนี้ดูค่ะ

รักเมืองไทย

น่าจะเป็นเอนทรีที่เป็นตัวแทนสะท้อนความรู้สึกของคนที่เสียสละลงไปทำงานในพื้นที่ภาคใต้ได้ดีทีเดียว

 



Vocalise
Sergei Rachmaninoff

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic