New Episode

 

ในที่สุด รี่ก็สามารถหาเวลามาอัพเดตไดอารี่ ทันก่อนจะเปลี่ยนปฏิทิน เป็นเดือนใหม่จนได้ ...

คิดว่า หลายคน ที่ติดตามอ่านไดอารี่กันมา คงไม่ทราบว่า รี่เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยได้สักพักแล้ว กลับมาถึงวันที่ 19 ก. ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดพอดี และมีเพื่อนหลายคน ส่งอีเมลล์มาอวยพรวันเกิด

แต่รี่ก็สับสนวุ่นวายกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองไทยมากเสียเหลือเกิน จนแทบไม่ได้มีโอกาสได้มานั่งอยู่หน้าจอ พิมพ์ตอบขอบคุณสักเท่าไร ขออภัยนะค่ะ และขอให้สิ่งดี ๆ ทั้งหลายคืนกลับทุกคนเช่นกัน

 

......................................

 

ในทีแรก ตั้งใจว่า ถึงเมืองไทยเมื่อไร คงเข้าที่ทำงาน ทำเรื่องขอลาพักผ่อนทันที และจะใช้เวลาไปสำรวจที่ไหนต่อไหน หลังจากที่ไม่ได้กลับแผ่นดินเกิดมาสี่ปีกว่า

เอาเข้าจริง ๆ พอได้ออกจากบ้าน "เข้ากรุง" ในช่วงสองสามวันแรกที่มาถึง ทำรี่ประสาทเสีย เพราะทุกอย่างรอบข้าง มันช่างวุ่นวาย ไปที่ไหน มีแต่ผู้คน เดินให้ควักไขว่ไปหมด เสียงหนวกหูของเครื่องยนต์ เสียงผู้คนที่เม้าท์ใส่มือถือแบบน้ำลายแตกฟอง เรื่องราวตั้งแต่สักกะเบือ ยันเรือรบ รับรู้กันถ้วนหน้าประชาชี ตลอดทางที่เราร่วมเดินทางไปเส้นทางเดียวกับพวกเขาเหล่านั้น และที่แย่ที่สุดคือ ฝุ่นและควันรถ ที่ทำให้โรคภูมิแพ้ที่เคยเป็นกลับมาเยี่ยมเยียนอีกครั้ง

เข้ากรุงหนึ่งวัน รุ่งขึ้นป่วยอยู่บ้าน พอเข้าไปอีก ก็ป่วยอีก เวียนกันไปมาแบบนี้ จนรี่หมดธุระปะปังและหมดความอดทนที่จะเข้าไปทรมานตัวเอง เลยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบ้าน ทำการจัดกองหนังสือหนังหาที่ขนกลับมางวดนี้ ให้เป็นกิจจะลักษณะ

พยายามบันทึกหนังสือที่มีครอบครองทั้งหมดเป็น catalogue เผื่อการสืบค้นหาส่วนตัวของตัวเองในอนาคต เพราะหลัง ๆ มาเนี่ย รี่เริ่มไม่รู้แล้วว่า ตัวเองมีหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้หรือเปล่า บางทีก็เกือบจะซื้อหามาซ้ำ บางทีก็ใช้เวลาค้นหาหนังสือนั้นจากที่นั่นที่นี่ตั้งนาน สุดท้ายก็มาค้นพบว่า ตัวเองก็มี

โครงการจัดทำ catalogue หนังสือส่วนตัว ยังไม่เสร็จสิ้นดี ห้องทำงานของรี่ ก็เรียบร้อยเสียก่อน คอมพิวเตอร์ที่ทำงาน ก็มีคนจัดหามาให้เรียบร้อย เร็วกว่าที่คาด รี่ก็เลยเข้าไปทำงานทันที วันนี้ก็ทำงานมาเป็นวันที่สองแล้ว ก็ยังเอ๋อ ๆ งงกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เปลี่ยนไปของที่ทำงาน กลับกลายเป็นเด็กใหม่เหมือนไม่เคยทำงานมาก่อนอีกครั้ง

 :'(


......................................


รี่นี่มักจบลงด้วยการทำอะไรที่ตรงข้ามกับที่คิดไว้แต่แรกเสมอ ...

เมื่อมาถึงเมืองไทย ใหม่ ๆ รี่รู้สึก หมดไฟทั้งสิ้นที่จะทำอะไรแล้ว รู้สึกตลอดเวลาที่เรียน PhD มันช่าง exhausting แล้วมันดึงดูดพลังหายไปหมด แต่พอวันนี้ จบวันที่สองของการทำงาน รี่กลับมีลิสท์รายการยาวเลยว่า พรุ่งนี้ต้องทำอะไรบ้าง ต้องออกเดินสายทัวร์คอนเสริ์ตไปพบเจอใครบ้าง เพื่อสร้าง connection สำหรับงานรีเสริชในอนาคต  นอกจากนี้ รี่เข้างานแปดโมงเช้าเป๊ะทุกวัน เลิกงานสี่โมงสี่สิบห้า แม้จะอยู่ในช่วงปิดเทอม ไม่มีการเรียนการสอนก็ตาม สมเป็นข้าราชการไทยที่ดี และคิดว่า ถ้าเขามีให้รางวัลข้าราชการดีเด่นที่ไหน จะลองเสนอตัวเองเข้าไปซะเลย :P


......................................

 

มีเรื่องตลกอย่างหนึ่งจะเล่า ...

รู้ไหมคะ คำทักสุดฮิต ติดปากของเจ้าหน้าที่สาวน้อยและไม่น้อยแล้วทั้งหลายของที่ทำงานของรี่ เมื่อพบเจอหน้ารี่ หลังจากห่างหายหน้าตากันไปนาน คืออะไร?

"อาจารย์ผอม หุ่นดีจังเลยค่ะ"

o_O'

ตอนแรก รี่ก็งง ๆ น่ะ ตัวเองเนี่ยอ่ะน่ะ ถูกจัดว่า "ผอม หุ่นดี" ทั้ง ๆ ที่ เดินผ่านกระจก เห็นเงาด้านข้างของตัวเองทีไร ก็ยังเห็นพุงยื่นกับก้ามเนื้อแขนขาหมูเป็นประจำ ส่วนกางเกงที่ใส่ไปทำงานทุกวันนี้ก็ฟิต อึดอัดจะตายอยู่แล้ว แต่ทำไม๊ทำไม ทักแบบนี้กันจริง

อีกอย่างที่แปลก ทำไมต้องหมกหมุ่นกับเรื่องอ้วน ๆ ผอม ๆ   แทนที่จะถามว่า รี่ไปเรียนที่ไหน ไปนานแค่ไหน เรียนเกี่ยวกับอะไร กลับไม่มีเลยสักนิดที่จะถามไถ่ มันบ่อยเสียจนรี่เดาได้เลยว่า ถ้าเห็นเดินตรงมาข้างหน้า สาว ๆ เหล่านั้นจะพูดอะไรเป็นอับดับแรก แม้ขนาดบางคน ที่ไม่ใช้เจ้าหน้าที่ในที่ทำงานของรี่โดยตรง ไม่ได้รู้จักมักคุ้นรี่มาก่อน  รี่จำพวกเขาไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเราเคยมีพบเจอกันมาก่อน ยังอุตส่าห์เดินมาบอกแบบนี้

จนเมื่อวานตอนเย็น ถึงบางอ้อ จากเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ...

"ก็เมื่อก่อนตอนทำงาน อาจารย์อ้วนแบบนี้นี่ค่ะ (พร้อมยกมือทั้งสองวาดเป็นวงกลมขนาดโตกลางอากาศ)"

อึ้ง ทึ่งไปเลยครับผม ... เหอ เหอ เมื่อห้าปีก่อน รี่อ้วนขนาดลงแข่งซูโม่ได้เลยรึ!?!


แต่วันนี้สิ มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ทักทายรี่แบบแหวกแนวกว่าใคร ๆ ได้ฟังแล้ว ไม่รู้จะกระโดดเข้าไปจูบเธอดี หรือหัวเราะก๊ากเป็นบ้าเป็นหลังดี เหตุเพราะเธอทักว่า ...


"อาจารย์ดูโตเป็นสาวขึ้นนะค่ะ"

- -"


......................................

 


เอนทรีนี้ เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เพราะต่อจากนี้ คงไม่มีอีกแล้ว เรื่องราวของรี่จากโลกของการเรียนหนังสือ เรื่องราวจากโลกที่เงียบสงบ ที่รี่มีเวลาดื่มด่ำกับกรุ่นกลิ่นกาแฟ ปล่อยจิตล่องลอยไปเรื่อยกับเสียงดนตรี เขียนเรื่องราวในแง่มุมที่มันช่างแตกต่างกับงานอันน่าเบื่อในห้องแลบหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์

รี่ไม่มั่นใจเหมือนกันว่า โลกของการทำงานที่แสนจะวุ่นวาย จะทำให้รี่มีจิตสุนทรีย์พอที่จะลุกขึ้นมาเขียนอะไรก็อก ๆ แก็ก ๆ แบบที่เคยทำหรือไม่ ก็คงต้องลองดูกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้ว มันจะออกมาในรูปแบบไหน

แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ก็คือ กาแฟที่ทำงานห่วยมากถึงมากที่สุด ดื่มแล้ว มิสามารถเกิดอารมณ์สุนทรีย์ใด ๆ ได้ทั้งสิ้น

รี่คิดว่า ความอดทนของรี่มีเหลืออีกไม่มาก แล้ว รี่คงสูญเสียตำแหน่ง "ข้าราชการดีเด่น" ในไม่ช้า ด้วยการขออนุญาตลางานเฉพาะกิจ เพื่อไปซื้อหาหม้อต้มกาแฟเพิ่มและเตาไฟฟ้าส่วนตัว มาตั้งในห้องทำงาน

 


I Fall In Love Too Easily

ขับร้อง Chet Baker

 

ซิง ๆ เย้ ๆ
001023
30 ก.ย. 2551 เวลา 21:27 น.
อ่า คอมเม้นท์เป็นเรืองเป็นราวดีกว่า

ก็ว่าจะทักในเอ็ม แต่ว่าเห็นเซ็ตว่ายุ่งมาก คาดว่าเพิ่งกลับคงมีอะไรให้ทำมากมาย ไหนจะต้องเริ่มงานอีก

แหม ว่าแล้วอยากกลับไทยมั่ง ทักเป็นสาวงี้ ทักว่าผอมงี้ ดีใจเนอะ

จุ๊บ ๆ พักผ่อนมาก ๆ นะคะ

อย่าลืมสัญญานะ ฮ่า ๆ ยังทวง
001023
30 ก.ย. 2551 เวลา 21:31 น.
ถึง คุณเชอรี่



ก่อนอื่นคงต้องบอกว่า ยินดีต้อนรับกลับสู่เมืองไทยครับ(หวังว่าคงไม่พูดคำนี้ช้าไปนะครับ) ถ้าอย่างไรขอให้ คุณเชอรี่ จัดการและผ่านพ้นปัญหาทุกอย่างไปได้ด้วยดีนะครับ แล้วอย่างไรจะรออ่านเอนทรี่ใหม่ ๆ นะครับ
C.A.B.
1 ต.ค. 2551 เวลา 00:34 น.
^^

เป็นกันหลายคนนะคะ
พอกลับไปเมืองไทย เจอภาระหน้าที่
ก็ทำให้คิดถึงอิสระ ความสุขที่เคยมี

เดี๋ยวปรับตัวซักพัก น่าจะดีขึ้นนะคะ
ยังไงก็จะรอการเขียนไดอารี่สไตล์เดิมๆ กับกาแฟหอมกรุ่น
เดี๋ยวก็คงหาวิธี สุนทรีย์กับอะไรๆรอบๆตัวได้ในแบบอื่นๆ

อย่าลืมนะคะ ว่ากว่าจะมาอยู่จุดนี้ได้ ไม่ง่ายเลย อย่าลืมปลื้มใจกับมันนะค๊า

วีเป็นคนนึง ที่ต้องตะกายอีกเยอะ กว่าจะเป็นได้อย่างคุณรี่นะคะ

ปล. อย่าลืมกินอาหารไทยเผื่อด้วยค่ะ ^^
004261
1 ต.ค. 2551 เวลา 05:11 น.
อาจจะกลายเป็นไดบ่นในไม่ช้าครับ อิอิ

"อาจารย์ดูโตเป็นสาวขึ้นนะค่ะ" LOL

ไม่ยักกะรู้นะเนี่ยว่ากลับมาก่อนเราซะอีก ฟิตจริงๆ เริ่มไปทำงานซะแล้ว
000644
1 ต.ค. 2551 เวลา 05:47 น.
แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ก็คือ กาแฟที่ทำงานห่วยมากถึงมากที่สุด ดื่มแล้ว มิสามารถเกิดอารมณ์สุนทรีย์ใด ๆ ได้ทั้งสิ้น

>> แต่ก็จำได้ว่าตอนสอนก็ถือกาแฟเข้ามานั่งดื่มด้วยนี่นา 555
JM!D
1 ต.ค. 2551 เวลา 13:43 น.
^

อันนั้น กาแฟ บดเอง ต้มเอง จาก Cafe de Sheradia จ้า



ตอนนั้น พกกาแฟไปทำงานด้วย LOL
Sherry
1 ต.ค. 2551 เวลา 20:20 น.
ฮา ฮา มิน่าละ นั่งกินอย่างมีความสุข ^^
JM!D
1 ต.ค. 2551 เวลา 23:06 น.
ไดหน้านี้น่ารักจัง โดยเฉพาะสองคำทักหลัง ชอบชอบ ฮา...



อ่อ เพลงก็แบบหวาน น่ารัก



ชอบหน้านี้ ธรรมดาแต่น่ารัก สไตล์คุณเชอ
Gift
2 ต.ค. 2551 เวลา 15:12 น.
อยากซิ่ว+ย้ายค่ายไปสมัครเป็นลูกศิษย์

อาจารย์เชอรี่จังครับ ได้ข่าวว่าโปรโมเตอร์

ค่ายนี้ขึ้นไฟท์ไหน ชกกะใคร ไม่เคยแพ้

ล่าสุดเพิ่งไปคว้าแชมป์มาได้จากอังกฤษเชียว



ฝากเนื้อฝากตัวครับ (-/|\-) <<< ไหว้

เขาดิน กาแล็กซี่
3 ต.ค. 2551 เวลา 19:20 น.
^
^

55+

ต่อไปนี้ต้องเรียกจานรี่ ณ โรงเรียนบ้านภูธรแล้ว

กรั๊กๆๆ
002962
7 ต.ค. 2551 เวลา 16:41 น.
เค้าทักว่าอ้วน-ผอม เพราะเป็นสิ่งแรกที่เห็นและทำให้นึกออกไงคะ


ดีใจจังวันนี้มีสิทธิ์เมนต์ :)
004939
7 ต.ค. 2551 เวลา 18:20 น.
ลืมบอกไป Welcome Home นะคะ
004939
7 ต.ค. 2551 เวลา 18:21 น.
ยินดีด้วยค่ะ กับการกลับมา

ฉันคิดว่าการที่คุณไปอยู่เมืองนอกนานขนาดนั้น
คงต้องปรับตัวกันบ้างไม่มากก็น้อย

อ้วนหรือผอมเป็นคำพูดทักทายที่ง่ายใช้เวลาอันสั้น
อีกอย่างคุณน่าจะสวยขึ้นในสายตาคนอื่น เค้าเลย
ทักคุณแบบนี้ค่ะ

001611
7 ต.ค. 2551 เวลา 18:44 น.
คุณรี่ๆๆๆ (จริงๆ อยากลากเสียงยาวๆ แต่พิมพ์ไม่ได้ 55)

กลับเมืองไทยแล้วเหรอคะ ดีใจๆ เหมือนได้อยู่ใกล้ๆ กันอีกมาอีกนิดแล้ว 55 แต่กว่านุ้ยจะมาเม้น ไม่รู้คุณรี่กลับไปรึยังเนี่ย (หรือว่าไม่กลับแล้วคะ) ว่าแต่อากาศในกรุง ไม่ดีจริงๆ ด้วยค่ะ เจอมลพิษแบบนั้น นุ้ยก็ป่วยทุกทีเหมือนกัน Y_Y
002718
10 ต.ค. 2551 เวลา 22:59 น.
ยิ้ม ยิ้ม
003596
11 ต.ค. 2551 เวลา 11:14 น.
เม้นท์ได้แล้ว

หรือเราเชย
000092
25 ต.ค. 2551 เวลา 19:20 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic