ชีวิตที่ขาด "ความหวาน"


สวัสดีค่ะ อาทิตย์นี้เป็นอีกหนึ่งอาทิตย์ที่รี่ไม่ได้กลับบ้าน แล้วใช้ชีวิตอยู่ที่ทุ่งรังสิต ก่อนเข้ามาออฟฟิศ รี่ได้ไปแวะร้านสะดวกซื้อในมหาวิทยาลัย ทำให้รี่นึกอยากจะมาเขียนเล่าอะไรเรื่อยเปื่อยเสียหน่อย

เนื่องจากรี่ไม่ค่อยได้กลับบ้านกลับช่อง รี่จึงเป็นลูกค้าประจำของร้านสะดวกซื้อหลากหลายสาขาในแคมปัส และเนื่องจากมันเป็นแค่ร้านค้าขนาดเล็ก ของที่เลือกเอามาขายจึงมีจำกัด ซึ่งรี่เดาว่า เขาคงเลือกมาจากสินค้าที่สั่งมาแล้วขายได้ ขายดี โดยเฉพาะของกิน ที่มีอายุการเก็บจำกัด ดังนั้น หลายครั้งที่รี่เดินเข้าร้าน แล้วออกมาตัวเปล่า พร้อมความหงุดหงิดใจ ที่ไม่มีของที่รี่นึกอยากกิน รี่เลยเริ่มตั้งข้อสมมุติฐานว่า รี่คงเป็นพวกกินอะไรไม่เหมือนชาวบ้านหรือเปล่า?

ความแตกต่างที่รี่ได้ประสบพบเห็นชัดเจนเลยคือ ปากคนที่นี่หวานมาก ขณะที่รี่เป็นคนไม่ทานหวาน ถ้าเป็นความหวานที่มาในรูปแบบของหวาน อันนั้นก็ชัดเจน รี่หลีกเลี่ยงไม่ทานได้ แต่ถ้าความหวานที่มันแฝงตัวมากับของกินที่มันไม่น่าจะหวานนี่สิค่ะ มันชวนให้หงุดหงิดใจยามเมื่อเอาลิ้นตัวเองไปสัมผัส

ของที่รี่ต้องกินประจำคือ กาแฟ ซึ่งรี่ไม่เคยคาดหวังว่าจะหาซื้อได้จากร้านในมหาวิทยาลัย เพราะสิ่งที่เขาขาย ไม่ใช่กาแฟ แต่มันเป็นแพ็คเกจที่ผสมผงดำ ๆ ผงครีมขาว ๆ แล้วก็ผงน้ำตาล ละลายน้ำรวมกัน จะได้เป็นน้ำสีน้ำตาลรสหวานจัด มันช่างเข้าข่ายหลอกหลวงผู้บริโภคนะเนี่ย ที่ยังใช้ชื่อแปะไว้หน้าซองว่า "กาแฟ"

อันดับถัดไปคือ นม มีนมไม่กี่ยี่ห้อที่เมืองไทย ที่รี่ทาน ซึ่งไม่ใช่ยี่ห้อยอดนิยมที่จะวางขายในร้านเล็ก แต่รี่สังเกตว่า พวกนมผสมรสหวานกลับมีหลากหลายยี่ห้อมากกว่า ซึงพวกนมรสหวานเนี่ย รี่ไม่เข้าใจว่ามันมาได้อย่างไร นมคือนม เราดื่มนม เพราะเรารักรสเนียน รสมันของนม แต่อยู่ดี ๆ ดันโผล่รสหวานของออกมาเฉย เรายังจะดื่มต่อไปได้อย่างไร

ต่อมาคือ yoghurt รี่เป็นคนชอบทานมาก รวมทั้ง yoghurt drink ด้วย ซึ่งเหมือนกับกรณีของนม yoghurt คือ yoghurt รี่หวังจะเจอแต่ yoghurt  ไม่ใส่อะไรเลยสักกะนิด รสจีด ๆ มัน ๆ เปรี้ยว ๆ เท่านั้น แต่ประเภทโปะน้ำตาล น้ำหวาน อย่างมโหฬาร อาจมีเนื้อ yoghurt ผสมมานิดหน่อย แล้วยังเรียกตัวเองว่า yoghurt นี่ก็หลอกหลวงผู้บริโภคอีกแล้วใช่ไหม?

ยังมีของกินอีกเยอะค่ะ ที่รี่ไม่คิดว่ามันเป็นของหวาน แต่ดันหวานได้หวานดี ไม่รู้จะหวานไปถึงไหน ซึ่งถ้าเมื่อไรรี่เผลอไปทานเข้า ได้ปวดหัวจี้ดทันที สยองขวัญกับความหวานมาก เลยทำให้เดี๋ยวนี้รี่จะซื้อของที ถ้าไม่มียี่ห้อที่รี่รู้จักดี แล้วต้องหายี่ห้อใหม่ รี่ต้องมานั่งอ่านส่วนประกอบของมัน ดูปริมาณน้ำตาลที่ผสมลงไปในอาหาร และสุดท้ายก็พบว่า ไม่มีอันไหน ที่รี่จะทานลงสักอย่าง แล้วก็เดินออกมาจากร้านตัวเปล่าพร้อมหน้ามุ่ย ๆ ด้วยความเซ็ง

บางทีนึกอยากไปประท้วงเรียกร้องสิทธิของผู้ไม่นิยมความหวานนะเนี่ย ทำไมเขาทำแต่อะไรหวานออกมา เหมือนกันไปหมด  แล้วไม่มีทางเลือกอื่นให้ สำหรับคนที่ทานรสชาดแตกต่างเลยหรือไงคะ

ไปล่ะดีกว่า รี่แวะมาบ่นเป็นยายป้าแก่แค่นี้แหละ รี่ต้องรีบออกไปว่ายน้ำแล้ว ประเดี๋ยวจะมืดค่ำเกิน

Have a good evening นะค่ะ แล้วจนกว่าเราจะกลับมาพบกันอีกค่ะ :)


ปัจฉิมลิขิต


รี่แค่เกลียดรสชาดหวานน้ำตาลนะค่ะ แต่ความหวานในชีวิตรี่ยังมีให้และยังต้องการเสมอค่ะ LOL

วันวาเลนไทน์นี้ ไม่มีดอกกุหลาบจริง ๆ มามอบให้ ขอมอบบทเพลงความหมายดี ๆ อย่าง The Rose นี้ให้แทนนะค่ะ

สุขสันต์วันตรุษจีันและวาเลนไทน์ ด้วยรักและคิดถึงเสมอค่ะ ^^


Some say love, it is a river
that drowns the tender reed.
Some say love, it is a razor
that leaves your soul to bleed.
Some say love, it is a hunger,
an endless aching need.
I say love, it is a flower,
and you its only seed.

It's the heart afraid of breaking
that never learns to dance.
It's the dream afraid of waking
that never takes the chance.
It's the one who won't be taken,
who cannot seem to give,
and the soul afraid of dyin'
that never learns to live.

When the night has been too lonely
and the road has been to long,
and you think that love is only
for the lucky and the strong,
just remember in the winter
far beneath the bitter snows
lies the seed that with the sun's love
in the spring becomes the rose.



ประพันธ์ Amanda McBroom
ขับร้อง Aoi Tashima



ปัจฉิมลิขิต


หลายคนคงคุ้นเคยกับเพลงเก่าเพลงนี้ดี แต่อาจจะเป็นฉบับเสียงของ Bette Midler ที่โด่งดัง ที่เป็นประกอบภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันกับเพลงนี้ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ในปี 1979

The Rose ในฉบับเสียงของ Bette Midler ก็สมเป็นเพลงของ Bette Midler จริง ๆ ค่ะ ขับร้องได้แบบทรงพลัง หนักแน่น ชัดถ้อยชัดคำ ซึ่งแตกต่างจากฉบับนี้โดยสิ้นเชิง ที่หลายคนฟังแล้ว อาจจะไม่ชอบมันก็ได้ เพราะคนร้องเป็นนักร้องญี่ปุ่น ชื่อ Aoi Tashima ซึ่งร้องสไตล์คนต่างชาติไปร้องเพลงในภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาตัวเอง คงต้องมีบ้างที่ออกเสียงบางคำได้ไม่ชัดเจน แล้วอาจทำให้ข้ดหู

แต่ส่วนตัว รี่ชอบค่ะ รี่กลับรู้สึกมันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง รู้สึกมันเป็นธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่งมาก ร้องออกมา เพราะอยากร้อง ฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ความพยายามที่คนร้องพยายามสื่อสารออกมา คือสิ่งที่ทุกคนสัมผัสได้ จริงไหมคะ?

we are in diaryis.com family | developed by 7republic